คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2560
ฎีกาที่ 8539/2560
หลักกฎหมาย
การขอให้ศาลเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้น คู่ความอาจมีคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาภายหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาแล้วได้ ประกอบกับคำสั่งให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางนั้นมีผู้พิพากษาสมทบซึ่งลงชื่อเป็นองค์คณะได้ทำความเห็นแย้งว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่มีอำนาจสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ทำขึ้นในประเทศสหราชอาณาจักรตามคำร้องขอของผู้ร้อง ซึ่งความเห็นแย้งที่ว่าศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่มีอำนาจสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ทำขึ้นในต่างประเทศนี้ก็เป็นไปในทำนองเดียวกับคำวินิจฉัยในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9476/2558 โดยไม่ว่าจะพิจารณาจากความหมายในข้อความตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตราต่าง ๆ หรือความสอดคล้องของบทกฎหมายต่าง ๆ ดังกล่าวกับอนุสัญญาว่าด้วยการยอมรับนับถือการบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศหรืออนุสัญญานิวยอร์กตามพันธกรณีที่ประเทศยอมรับ ล้วนแต่เป็นกรณีที่จะต้องถือว่าศาลไทยมีอำนาจพิจารณาและมีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ทำขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น ศาลไทยไม่มีอำนาจพิจารณาและมีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการที่ทำขึ้นในต่างประเทศ ดังนั้น ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางย่อมไม่มีอำนาจพิจารณาและมีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการสมาคมฝ้ายนานาชาติจำกัด เมืองลิเวอร์พูล ประเทศสหราชอาณาจักร อันเป็นคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการที่ทำขึ้นในต่างประเทศแต่อย่างใด การที่ศาลดังกล่าวมีคำสั่งรับคำร้องขอของผู้ร้องที่ขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าว รวมตลอดถึงการมีคำสั่งและออกหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดคดีนี้ให้แก่ผู้ร้องล้วนเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยปราศจากอำนาจ อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ จึงเป็นกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศจะต้องพิพากษายกคำสั่งของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่สั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าวและเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบของศาลดังกล่าวทั้งหมด ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้
มาตราที่อ้างถึง
ป.วิ.พ. 27ป.วิ.พ. 225พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 40พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 43พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 44
คำพิพากษา (บางส่วน)
คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดที่จดทะเบียนในประเทศไทย ส่วนผู้คัดค้านเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดตามกฎหมายประเทศญี่ปุ่น ก่อนวันที่ 11 ธันวาคม 2555 อันเป็นวันที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอในคดีนี้ประมาณ 1 เดือน ผู้ร้องได้รับสำเนาคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการสมาคมฝ้ายนานาชาติจำกัด (The International Cotton Association Limited) เมืองลิเวอร์พูล ประเทศสหราชอาณาจักร ซึ่งวินิจฉัยกรณีพิพาทระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านในสัญญาซื้อขายสินค้า ที่ผู้คัดค้านขายฝ้ายดิบให้แก่ผู้ร้องรวม 4 ฉบับ คือ ฉบับลงวันที่ 18 สิงหาคม 2553 วันที่ 15 ตุลาคม 2553 วันที่ 19 กันยายน 2554 และวันที่ 21 มีนาคม 2554 และมีคำชี้ขาดให้ผู้ร้องชำระเงินแก่ผู้คัดค้านตามสัญญาซื้อขายสินค้าทั้งสี่ฉบับข้างต้น รวมกับค่าใช้จ่ายในการทำคำชี้ขาดคิดคำนวณเป็นเงินไทยจนถึงวันที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอนี้แล้วเป็นเงินจำนวน 77,104,919.50 บาท ผู้ร้องเห็นว่า ผู้ร้องไม่ทราบมาก่อนว่ามีการดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการดังกล่าว เพราะไม่มีการแจ้งให้ผู้ร้องทราบล่วงหน้า ผู้ร้องจึงไม่ได้แต่งตั้งอนุญาโตตุลาการฝ่ายผู้ร้องและไม่ได้ต่อสู้คัดค้านในการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการดังกล่าว ทั้งอนุญาโตตุลาการไม่มีอำนาจทำคำชี้ขาด เนื่องจากสัญญาทั้งสี่ฉบับดังกล่าวขาดสิ่งตอบแทน (Consideration) และองค์ประกอบของการก่อให้เกิดสัญญาตามกฎหมายจารีตประเพณี (Common Law) เพราะผู้คัดค้านเรียกร้องค่าเสียหายโดยไม่ได้ขอให้ผู้ร้องรับมอบฝ้ายดิบ สัญญาจึงไม่มีผลผูกพัน และโดยเฉพาะฝ่ายผู้คัดค้านคดีนี้ซึ่งเป็นผู้ขายได้อาศัยช่วงสถานการณ์ที่ตลาดฝ้ายกำลังผันผวนหลอกลวงผู้ร้องโดยอ้างว่า ฝ้ายดิบจะขาดแคลนอย่างมากและมีราคาสูงมากเป็นเวลานาน หากผู้ร้องไม่สั่งซื้อฝ้ายดิบตุนเอาไว้ จะทำให้ผู้ร้องขาดแคลนฝ้ายดิบป้อนโรงงานผลิตและปั่นด้ายของผู้ร้องจนอาจต้องปิดโรงงาน ประกอบกับผู้คัดค้านได้เคยเลื่อนการส่งมอบฝ้ายดิบมาแล้วจนผู้ร้องหลงเชื่อว่าข้ออ้างดังกล่าวของผู้คัดค้านเป็นความจริงและยินยอมเข้าทำสัญญาซื้อขายฝ้ายดิบล่วงหน้าไว้เป็นจำนวนมาก ทั้งที่ผู้ร้องไม่เคยตกลงซื้อฝ้ายดิบล่วงหน้าเป็นจำนวนมากกับผู้ขายรายใดมาก่อน ต่อมาภายหลังผู้ร้องได้ทราบความว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง แต่ผู้คัดค้านได้ปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง โดยความจริงแล้วตลาดฝ้ายดิบมีราคาผันผวนเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ โดยมีสาเหตุจากการเก็งกำไรและอุทกภัยในบางท้องที่ซึ่งผลิตฝ้าย เมื่อพ้นสถานการณ์ดังกล่าวแล้วราคาฝ้ายดิบจะต่ำลงมาอยู่ในสภาวะปกติ ผู้คัดค้านอยู่ในวงการมานานกว่า 30 ปี และทราบเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดี ทั้งผู้คัดค้านอาศัยความได้เปรียบในช่องทางการทำสัญญาสำเร็จรูปโดยอาศัยเงื่อนไขที่ผู้ร้องไม่เคยทราบมาก่อน เพราะไม่มีข้อความระบุไว้ในสัญญาที่มีการลงนามกันว่าผู้ขายสามารถเรียกค่าเสียหายจากส่วนต่างราคาฝ้ายตามสัญญากับราคาตลาดโดยที่ผู้ขายไม่ต้องส่งมอบฝ้ายแต่อย่างใด ทั้งไม่เคยทราบมาก่อนว่ากรณีมีปัญหาข้อพิพาทจะต้องเสนอข้อพิพาทนั้นให้อนุญาโตตุลาการสมาคมฝ้ายนานาชาติจำกัดเป็นผู้มีอำนาจทำคำชี้ขาด สัญญาที่ผู้คัดค้านอ้างตามคำชี้ขาดจึงไม่ได้เป็นไปตามเจตนาของผู้ร้อง อันเป็นช่องทางที่ผู้คัดค้านใช้เป็นช่องทางเอาเปรียบผู้ร้องโดยไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง ผู้ร้องเพิ่งมาทราบในภายหลังตามคำชี้ขาดว่า ราคาฝ้ายที่กำหนดตามสัญญาที่ผู้ร้องต้องชำระมีราคาสูงอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับราคาตลาดฝ้ายในวันที่ถึงกำหนดส่งมอบหรือบรรทุกลงเรือซึ่งมีราคาต่ำลงอย่างมากทำให้ส่วนต่างราคาห่างกันมาก ตอนซื้อผู้คัดค้านกำหนดน้ำหนักฝ้ายเป็นหน่วยเมตริกตันหรือกิโลกรัม แต่ตอนคิดมูลค่าราคาฝ้ายส่วนต่างกลับคำนวณเป็นราคาต่อปอนด์ เมื่อเทียบกันแล้ว 1 กิโลกรัม จะเท่ากับ 2.2 ปอนด์ ผู้คัดค้านยิ่งได้เปรียบและคิดค่าเสียหายเป็นหลายเท่า ดังนั้นหากจะยึดหลักสัญญาต้องเป็นสัญญาเพื่อบังคับให้ผู้ซื้อต้องชำระค่าเสียหายตามสัญญาดังกล่าวดังที่อนุญาโตตุลาการทำคำชี้ขาดย่อมจะไม่ยุติธรรมแก่ผู้ซื้ออย่างยิ่ง การทำคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการจึงไม่เป็นไปตามหลักสุจริตและยุติธรรมตามที่กำหนดไว้ในกฏข้อบังคับของสมาคมฝ้ายนานาชาติจำกัด เมื่อสถานการณ์ตลาดฝ้ายผันผวนอย่างรุนแรงไม่เหมือนเดิมในขณะทำสัญญากับในขณะที่ถึงเวลาต้องปฏิบัติการชำระหนี้ตามสัญญาซึ่งผู้ร้องไม่อาจคาดเห็นได้จึงไม่ควรให้ใครได้รับประโยชน์จากความได้เปรียบจากสถานการณ์ดังกล่าวและไม่ควรให้สัญญามีผลบังคับดังกล่าว การชำระหนี้จึงตกเป็นอันพ้นวิสัย (ตามหลัก Frustrations) ย่อมไม่มีเหตุอันสมควรที่ให้ผู้ร้องต้องขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตเพื่อรับมอบฝ้ายตามสัญญาเพราะจะยิ่งทำให้ผู้คัดค้านได้เปรียบผู้ร้องอย่างมาก หากให้ผู้ร้องปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าวจะทำให้ผู้ร้องต้องนำฝ้ายดิบในราคาแพงไปผลิตและปั่นด้ายมาขายในราคาถูกจนต้องขาดทุ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง