คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2552
ฎีกาที่ 8632/2552
หลักกฎหมาย
สิทธิในใบจองเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้มีชื่อในใบจองเท่านั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่าโอนที่บัญญัติในกฎหมายไม่ว่าจะใน ป.ที่ดิน มาตรา 31 (1) หรือใน พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 8 วรรคสอง เป็นคำสามัญที่หมายถึงการโอนทุกกรณี กฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้ ณ ที่ใดว่า ให้หมายถึงการโอนทางทะเบียน นิติกรรมซื้อขายที่ดินระหว่างผู้มีชื่อในใบจองกับบุคคลอื่นหรือระหว่างบุคคลต่อจากนั้นจึงขัดต่อกฎหมายไม่มีผลบังคับแม้จะไม่มีการโอนทางทะเบียนก็ตาม
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า เดิมที่ดินพิพาทเป็นของนายศรีวรรณ ตั้งอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 4 ถนนสายน่าน-พะเยา หมู่ที่ 4 ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน มีเนื้อที่ประมาณ 16 ไร่เศษโดยซื้อมาจากผู้มีชื่อแล้วได้ครอบครองทำประโยชน์โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของนับแต่ปี 2506 ติดต่อกันเรื่อยมาต่อมานายศรีวรรณขอให้ทางราชการออกหนังสือแสดงสิทธิครอบครองในที่ดินเป็นใบจอง (น.ส.2) ต่ออำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายอำเภอเมืองน่านในขณะนั้นตรวจสอบคุณสมบัติของนายศรีวรรณแล้วเห็นว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน จึงบันทึกการรังวัดชันสูตรสอบสวนถึงที่ตั้งที่ดิน ลักษณะของที่ดิน สภาพที่ดิน การครอบครองการทำประโยชน์เมื่อไม่ปรากฏว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์ของแผ่นดิน ไม่เป็นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ไม่เป็นที่สาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน และเป็นที่อยู่นอกเขตจำแนกเป็นป่าไม้ถาวร จังหวัดน่าน จากนั้นนายอำเภอเมืองน่านออกหนังสือแสดงสิทธิครอบครองที่ดินเป็นใบจอง (น.ส.2) เลขที่ 517 เล่ม 64 หน้า 75 (3) หมู่ 4 ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ให้แก่นายศรีวรรณ ต่อมาเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2533 นายศรีวรรณโอนขายที่ดินพิพาทในลักษณะส่งมอบการครอบครองให้แก่นางจินตนา แต่นางจินตนามอบให้นายศรีวรรณเป็นผู้ดูแลรักษาผลประโยชน์แทน จนเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2537 นางจินตนาโอนขายที่ดินพิพาทดังกล่าวในลักษณะส่งมอบการครอบครองให้แก่โจทก์ในราคา 3,000,000 บาท โจทก์เข้ายึดครอบครองที่ดินพิพาทโดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมา โจทก์จึงเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทตามใบจองดังกล่าว เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2541 จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดน่านมีคำสั่งแจ้งให้โจทก์และนายศรีวรรณส่งมอบหนังสือใบจองเลขที่ 517 คือภายใน 15 วัน โดยอ้างว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตป่าไม้ถาวร และต่อมาจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติราชการตามประมวลกฎหมายที่ดินและปฏิบัติราชการภายใต้การกำกับดูแลของจำเลยที่ 3 หรือปฏิบัติราชการแทน หรือปฏิบัติราชการตามคำสั่งของจำเลยที่ 3 ออกคำสั่งเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดน่านที่ 13/2542 ลงวันที่ 18 มีนาคม 2542 เพิกถอนหนังสือใบจองเลขที่ 517 และจำหน่ายออกจากทะเบียนที่ดินแล้วแจ้งให้นายศรีวรรณผู้มีชื่อในใบจองทราบ โดยจำเลยที่ 1 ให้เหตุผลว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2507 การออกใบจองดังกล่าวจึงเป็นการออกโดยมิชอบ การออกคำสั่งดังกล่าวของจำเลยที่ 1 เป็นการไม่ถูกต้อง เนื่องจากที่ดินพิพาทตามใบจองดังกล่าวไม่ได้อยู่ในเขตป่าไม้ถาวร ไม่ได้เป็นที่สาธารณประโยชน์ของแผ่นดินและไม่ได้เป็นที่ป่าสงวน ไม่ได้เป็นที่สาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน แต่เป็นที่ที่ประชาชนสามารถเข้าถือครองและทำประโยชน์ได้ จากนั้นจำเลยที่ 1 เสนอผลการเพิกถอนใบจองไปยังจำเลยที่ 3 ซึ่งจำเลยที่ 3 ได้รับทราบผลการเพิกถอนแล้วแต่ไม่ตรวจสอบรายละเอียดและข้อเท็จจริง ทั้งไม่ยอมรับฟังคำคัดค้านของโจทก์และนายศรีวรรณ ต่อมา จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติราชการภายใต้กำกับดูแลของจำเลยที่ 3 หรือปฏิบัติราชการแทนจำเลยที่ 3 มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตป่าไม้ถาวรและอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ให้โจทก์รื้อถอนอุปกรณ์และสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาทภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2542 การกระทำของจำเลยทั้งสามดังกล่าวทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ซึ่งหากไม่มีการโต้แย้งสิทธิจากจำเลยทั้งสาม โจทก์สามารถปรับปรุงพื้นที่และออกเอกสารสิทธิประเภทโฉนดที่ดิน และสามารถจะขายที่ดินพิพาทได้ ที่ดินพิพาทโจทก์สามารถนำออกให้บุคคลอื่นเช่าได้ในอัตราเดือนละไม่ต่ำกว่า 3,000 บาท โจทก์ขอคิดค่าเสียหายเพียง 1 ปี เป็นเงิน 36,000 บาท ขอให้ศาลมีคำพิพากษายกเลิกหรือเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดน่านที่ 13/2542 ลงวันที่ 18 มีนาคม 2542 ที่สั่งเพิกถอนใบจอง (น.ส.2) เลขที่ 517 หมู่ 4 ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ให้ศาลมีคำพิพากษาว่าที่ดินพิพาทไม่ได้อยู่ในเขตป่าไม้ถาวรห้ามจำเลยทั้งสามใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่รบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์อีกต่อไป ให้ศาลมีคำพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครอง และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายจำนวน 36,000 บาท และเดือนละ 3,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสามจะเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดิน 13/2542 ลงวันที่ 18 มีนาคม 2542 จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ให้การในทำนองเดียวกันว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เนื่องจากตามใบจอง (น.ส.2) ที่โจทก์กล่าวอ้างมานั้นมีนายศรีวรรณ เป็นเจ้าของและครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งที่ดินที่นายศรีวรรณได้ครอบครองนั้นเป็นที่ดินที่รัฐจัดให้เฉพาะผู้เข้าจับจองที่ดินและทำประโยชน์ในที่ดินเป็นก
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง