คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2544
ฎีกาที่ 8634/2544
หลักกฎหมาย
แม้ความผิดฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนและความผิดฐานผลิตอีเฟดรีนเป็นความผิดต่อกฎหมายต่างฉบับมีอัตราโทษแตกต่างกัน และขณะเจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจค้นจับกุมจำเลยจะพบผงซึ่งมีส่วนผสมอีเฟดรีนจำนวนหนึ่งด้วยกันกับผงเมทแอมเฟตามีนซึ่งมีส่วนผสมของอีเฟดรีนรวมเป็นวัตถุเดียวกันอีกจำนวนหนึ่งก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงก็ได้ความตามคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาว่าจำเลยรับผงดังกล่าวรวมกันมาจาก ง. ด้วยเจตนาผลิตเป็นเมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ดเพื่อให้ ง. นำไปจำหน่ายโดยจำเลยมิได้มีเจตนาหรือมีการกระทำใดที่เป็นการแยกผลิตเป็นเมทแอมเฟตามีนหรืออีเฟดรีนเป็นคนละประเภทต่างหากจากกันนอกจากนั้นผลการตรวจพิสูจน์ของกลางทั้งชนิดเม็ดและชนิดผงมีส่วนผสมของเมทแอมเฟตามีน อีเฟดรีนและคาเฟอีน ดังนี้เมื่อเมทแอมเฟตามีนของกลางทั้งหมดทั้งชนิดเม็ดและชนิดผงถูกผสมด้วยอีเฟดรีนบางส่วนก็เพื่อวัตถุประสงค์ให้เป็นเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เมทแอมเฟตามีนที่มีอีเฟดรีนผสมอยู่จึงเป็นวัตถุอันเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย เพียงแต่บรรยายในฟ้องข้อ 1 ก. ว่า จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ขายเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1และอีเฟดรีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 รวม 1,377 เม็ด เป็นผงจำนวน 1 ถุง 5 ซอง รวมน้ำหนัก 590.64 กรัม และเป็นการมีไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ส่วนฟ้องข้อ 1 ข. บรรยายว่าจำเลยผลิตเมทแอมเฟตามีนและอีเฟดรีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 และวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ดังกล่าวในฟ้องข้อ 1 ก. โดยการทำ แปรสภาพเปลี่ยนรูปอันเป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีนและอีเฟดรีนที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายดังกล่าวในฟ้องข้อ 1 ก. อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายเท่านั้นตามคำฟ้องดังกล่าวหาได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยผลิตเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าวเพื่อจำหน่ายแต่ประการใดไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายและลงโทษจำเลยในข้อหาดังกล่าวนี้ จึงไม่ชอบปัญหาดังกล่าวนี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 90ป.วิ.อ. 192พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 15พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 65พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 66พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 13 ทวิพ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 62พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 89พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 106 ทวิ
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 102 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 5, 6, 13 ทวิ, 62, 89, 106, 106 ทวิ, 116 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32, 33, 91 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 65 วรรคสอง,66 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 89, 106 ทวิ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย และฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายซึ่งมีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ประหารชีวิต ฐานผลิตอีเฟดรีนและฐานมีอีเฟดรีนไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (ที่ถูกคือฐานผลิตอีเฟดรีน ฐานมีอีเฟดรีนไว้ในครอบครองเพื่อขาย และฐานมีอีเฟดรีนไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด) กฎหมายกำหนดอัตราโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานผลิตอีเฟดรีน จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(2) ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย จำคุก 30 ปี ฐานผลิตอีเฟดรีนจำคุก5 ปี รวมจำคุก 35 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยกระทำความผิดกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 65 วรรคสอง อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ประหารชีวิตจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(2) คงจำคุก 30 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของโจทก์แต่เพียงว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า แม้ความผิดฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนและความผิดฐานผลิตอีเฟดรีนเป็นความผิดต่อกฎหมายต่างฉบับมีอัตราโทษแตกต่างกัน และขณะเจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจค้นจับกุมจำเลยจะพบผงซึ่งมีส่วนผสมอีเฟดรีนจำนวนหนึ่งด้วยกันกับผงเมทแอมเฟตามีนซึ่งมีส่วนผสมของอีเฟดรีนรวมเป็นวัตถุเดียวกันอีกจำนวนหนึ่งก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงก็ได้ความตามคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.6 ว่าจำเลยรับผงดังกล่าวรวมกันมาจากนายหงีด้วยเจตนาผลิตเป็นเมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ดเพื่อให้นายหงีนำไปจำหน่าย โดยจำเลยมิได้มีเจตนาหรือมีการกระทำใดที่เป็นการแยกผลิตเป็นเมทแอมเฟตามีนหรืออีเฟดรีนเป็นคนละประเภทต่างหากจากกัน นอกจากนั้นจากรายงานการตรวจพิสูจน์ของกลาง เอกสารหมาย จ.8 ผลการตรวจพิสูจน์ของกลางทั้งชนิดเม็ดและชนิดผงมีส่วนผสมของเมทแอมเฟตามีนอีเฟดรีน และคาเฟอีน ดังนี้ เมื่อเมทแอมเฟตามีนของกลางทั้งหมดทั้งชนิดเม็ดและชนิดผง ถูกผสมด้วยอีเฟดรีนบางส่วนก็เพื่อวัตถุประสงค์ให้เป็นเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เมทแอมเฟตามีนที่มีอีเฟดรีนผสมอยู่จึงเป็นวัตถุอันเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 หาใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 65 วรรคสอง ด้วยนั้น เห็นว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายเพียงแต่บรรยายในฟ้องข้อ 1 ก. ว่า จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายขาย เมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 และอีเฟดรีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 รวมจำนวน 1,377 เม็ดเป็นผงจำนวน 1 ถุง 5 ซองรวมน้ำหนัก 590.64 กรัม และเป็นการมีไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายส่วนฟ้องข้อ 1 ข. บรรยายว่า จำเลยผลิตเมทแอมเฟตามีนและอีเฟดรีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1และวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ดังกล่าวในฟ้อง ข้อ 1 ก. โดยการทำแปรสภาพ เปลี่ยนรูปอันเป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีนและอีเฟดรีนที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายดังกล่าวในฟ้องข้อ 1 ก. อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายเท่านั้น ตามคำฟ้องดังกล่าวหาได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยผล
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง