คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2560
ฎีกาที่ 8685/2560
หลักกฎหมาย
ผู้ร้องทั้งสองซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2557 และยื่นคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดต่อศาลจังหวัดระยองซึ่งเป็นศาลที่บังคับคดีแทนเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 ในประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดระยองเรื่องขายทอดตลาดที่ดินระบุว่า เป็นการขายทอดตลาดในคดีของศาลจังหวัดสงขลาหมายเลขแดงที่ 3221/2541 ระหว่าง ธนาคาร น. โจทก์ และจำเลยทั้งสองมิได้ระบุว่าเป็นการดำเนินการแทนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลาย การที่ผู้ร้องทั้งสองเข้าใจว่าเป็นการซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดในคดีแพ่งทั่วไปมิใช่คดีล้มละลายก็เนื่องมาจากประกาศขายทอดตลาดระบุว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีจะขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ 2 และเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายโดยมิได้แจ้งให้ผู้เข้าสู้ราคาทราบว่าเป็นการขายทอดตลาดทรัพย์ในคดีล้มละลาย ต่อมาเมื่อผู้ร้องทั้งสองทราบจากรายงานของเจ้าพนักงานบังคับคดีในวันนัดไต่สวนคำร้องของศาลจังหวัดระยองเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 ว่า จำเลยที่ 2 เป็นบุคคลล้มละลาย ผู้ร้องทั้งสองรีบดำเนินการยื่นคำร้องขอถอนคำร้องต่อศาลจังหวัดระยองและยื่นคำร้องในคดีนี้เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 อันเป็นระยะเวลาห่างกันเพียง 9 วัน แสดงให้เห็นว่าผู้ร้องทั้งสองมิได้เพิกเฉยปล่อยปละละเลยที่จะไม่ยื่นคำร้องต่อศาลภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ศาลฎีกาเห็นสมควรขยายระยะเวลายื่นคำร้องให้แก่ผู้ร้องทั้งสองและรับคำร้องของผู้ร้องทั้งสองไว้วินิจฉัยต่อไป
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยทั้งสองค้างชำระหนี้ตามคำพิพากษากับธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้เดิม ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 3221/2541 ของศาลจังหวัดสงขลา แล้วจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ ศาลจังหวัดสงขลาจึงออกหมายบังคับคดีตามที่เจ้าหนี้เดิมมีคำร้องขอให้ยึดทรัพย์ที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1631 ตำบลทับมา อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง เนื้อที่ 7 ไร่ 2 งาน 83 ตารางวา ของจำเลยที่ 2 ที่จำนองไว้แก่เจ้าหนี้เดิม โดยมอบหมายให้ศาลจังหวัดระยองบังคับคดีแทน วันที่ 11 พฤษภาคม 2543 เจ้าหนี้เดิมจึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีสำนักงานบังคับคดีจังหวัดระยองยึดที่ดินพิพาท ต่อมาวันที่ 18 ตุลาคม 2545 โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ล้มละลายวันที่ 20 มกราคม 2546 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาด และวันที่ 17 พฤศจิกายน 2546 พิพากษาให้จำเลยทั้งสองล้มละลาย ผู้คัดค้านที่ 2 แจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีต่อไป วันที่ 13 สิงหาคม 2557 เจ้าพนักงานบังคับคดีสำนักงานบังคับคดีจังหวัดระยองประกาศขายทอดตลาดที่ดินพิพาท และวันที่ 30 ตุลาคม 2557 ได้ขายทอดตลาดที่ดินพิพาทโดยผู้ร้องทั้งสองประมูลซื้อที่ดินได้ในราคา 4,000,000 บาท ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งงดการบังคับคดี เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทและคืนเงินมัดจำจำนวน 250,000 บาท แก่ผู้ร้องทั้งสอง ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2557 เจ้าพนักงานบังคับคดีสำนักงานบังคับคดีจังหวัดระยองประกาศขายทอดตลาดที่ดินพิพาทของจำเลยที่ 2 ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 3221/2541 ของศาลจังหวัดสงขลา วันที่ 30 ตุลาคม 2557 ผู้ร้องทั้งสองประมูลซื้อที่ดินได้ในราคา 4,000,000 บาท ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องทั้งสองประการแรกมีว่า กรณีมีเหตุสมควรที่จะรับคำร้องของผู้ร้องทั้งสองไว้พิจารณาหรือไม่ ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์ว่า ผู้ร้องทั้งสองไม่ทราบว่า จำเลยที่ 2 เจ้าของที่ดินพิพาทเป็นบุคคลล้มละลาย เนื่องจากผู้ร้องทั้งสองซื้อที่ดินพิพาทในคดีแพ่งมิใช่ในคดีล้มละลาย ประกอบกับเจ้าพนักงานบังคับคดีมิได้แจ้งในประกาศขายทอดตลาดว่า จำเลยที่ 2 เป็นบุคคลล้มละลาย ผู้ร้องทั้งสองเพิ่งทราบว่าจำเลยที่ 2 เป็นบุคคลล้มละลายในวันนัดไต่สวนคำร้องของศาลจังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 การที่ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องคดีนี้ต่อศาลล้มละลายกลางเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 จึงไม่เกินกำหนดระยะเวลา 14 วันนั้น เห็นว่า คดีนี้ผู้ร้องทั้งสองซื้อที่ดินพิพาทจากการขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2557 และยื่นคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดต่อศาลจังหวัดระยองซึ่งเป็นศาลที่บังคับคดีแทนเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 เมื่อประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีสำนักงานบังคับคดี จังหวัดระยอง เรื่องขายทอดตลาดที่ดินพิพาท ระบุว่า เป็นการขายทอดตลาดในคดีแพ่งของศาลจังหวัดสงขลาหมายเลขแดงที่ 3221/2541 ระหว่าง ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ และจำเลยทั้งสอง โดยมิได้ระบุว่า เป็นการดำเนินการแทนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลายแต่อย่างใด การที่ผู้ร้องทั้งสองเข้าใจว่าการซื้อที่ดินพิพาทเป็นการซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดในคดีแพ่งทั่วไปมิใช่ในคดีล้มละลายก็เนื่องมาจากประกาศขายทอดตลาดระบุว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีจะขายทอดตลาดที่ดินพิพาทของจำเลยที่ 2 และเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายโดยมิได้แจ้งให้ผู้เข้าสู้ราคาทราบว่าเป็นการขายทอดตลาดทรัพย์ในคดีล้มละลาย แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ร้องทั้งสองทราบจากเจ้าพนักงานบังคับคดีในวันนัดไต่สวนคำร้องของศาลจังหวัดระยองเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 ว่า จำเลยที่ 2 เป็นบุคคลล้มละลาย ผู้ร้องทั้งสองก็รีบดำเนินการยื่นคำร้องขอถอนคำร้องต่อศาลจังหวัดระยองและยื่นคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดในคดีนี้เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 อันเป็นระยะเวลาห่างกันเพียง 9 วันเท่านั้น ถือว่าผู้ร้องทั้งสองทราบว่าการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทที่ทำให้ผู้ร้องทั้งสองเสียหายเป็นการกระทำของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 ดังนั้นการที่ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 จึงเป็นการที่ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลภายในกำหนด 14 วัน นับแต่วันที่ผู้ร้องทั้งสองทราบการกระทำของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 146 ผู้ร้องทั้งสองจึงมีอำนาจยื่นคำร้อง อุทธรณ์ของผู้ร้องทั้งสองข้อนี้ฟังขึ้น ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องทั้งสองประการต่อไปมีว่า
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง