ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551

ฎีกาที่ 8713/2551

หลักกฎหมาย

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนสิทธิทางทะเบียนในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2966 ตำบลโนนคูณ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ที่เป็นที่ดินพิพาท เนื้อที่ 16 ไร่ 1 งาน 37 ตารางวา ให้แก่โจทก์ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาโดยค่าใช้จ่ายของจำเลย หากจำเลยไม่ยอมดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2966 ตำบลโนนคูณ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ เนื้อที่ 16 ไร่ 1 งาน 37 ตารางวา ด้านทิศตะวันตกภายในกรอบเส้นสีแดงในแผนที่วิวาทเอกสารหมาย จ.2 ให้เพิกถอนชื่อจำเลยออกจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2966 ตำบลโนนคูณ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ เนื้อที่ 16 ไร่ 1 งาน 37 ตารางวา กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 2,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามทางนำสืบของโจทก์จำเลยว่าจำเลยเป็นบุตรของโจทก์กับนายเทา ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2966 ตำบลโนนคูณ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 34 ไร่ 1 งาน 37 ตารางวา ซึ่งมีที่ดินพิพาทรวมอยู่ด้วยนั้น เป็นส่วนหนึ่งของที่ดินเนื้อที่ประมาณ 110 ไร่ ซึ่งโจทก์และนายเทาร่วมกันจับจองและเข้าครอบครองทำประโยชน์คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทเนื้อที่ 16 ไร่ 1 งาน 37 ตารางวา ภายในกรอบเส้นสีแดงตามแผนที่วิวาทเอกสารหมาย จ.2 หรือไม่... เห็นว่า ตัวโจทก์ซึ่งเป็นมารดาจำเลยเบิกความยืนยันว่า ที่ดินพิพาทเนื้อที่ประมาณ 16 ไร่ ภายในกรอบเส้นสีแดงในแผนที่วิวาทเอกสารหมาย จ.2 เป็นของโจทก์ โดยได้มาจากการตกลงแบ่งที่ดินระหว่างโจทก์กับนายเทาสามี คำเบิกความของโจทก์ดังกล่าวสอดคล้องกับคำเบิกความของพยานโจทก์ปากอื่นๆ โดยเฉพาะปากนายสมจิตรและนายจันทราซึ่งเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านท้องที่ซึ่งที่ดินพิพาทตั้งอยู่ก็เบิกความในทำนองเดียวกันว่า ที่ดินพิพาทกับที่ดินส่วนของจำเลยเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินเนื้อที่ประมาณ 110 ไร่ ที่โจทก์และนายเทาร่วมกันครอบครองทำประโยชน์ ซึ่งต่อมาได้แบ่งที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่บุตรทุกคน สำหรับที่ดินพิพาทซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของที่ดินที่จำเลยได้รับการยกให้จากโจทก์และนายเทานั้น นายเทาตกลงแบ่งให้แก่โจทก์ การที่พยานโจทก์ทั้งสองปากซึ่งเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองและไม่ปรากฏว่ามีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อนเบิกความยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าวทำให้น่าเชื่อว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่พยานทั้งสองเบิกความเมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำนวนเนื้อที่ดินที่บุตรคนอื่นๆ ของโจทก์ได้รับก็ได้ความว่า แต่ละคนได้รับคนละประมาณ 14 ไร่ จำเลยซึ่งเป็นบุตรของโจทก์กับนายเทาคนหนึ่งก็ไม่น่าจะได้รับส่วนแบ่งมากกว่าบุตรคนอื่นๆ มากนัก ที่จำเลยอ้างว่าได้รับส่วนแบ่งที่ดินเนื้อที่ประมาณ 34 ไร่ ซึ่งมากกว่าบุตรคนอื่นๆ ถึง 2 เท่าเศษ จึงมีพิรุธน่าสงสัย ส่วนที่จำเลยอ้างว่า จำเลยร่วมก่นสร้างที่ดินแปลงที่โจทก์และนายเทานำมาแบ่งให้แก่จำเลยและบุตรคนอื่นๆ จำเลยจึงได้รับส่วนแบ่งมากกว่าคนอื่นๆ นั้น ได้ความจากแบบบันทึกการสอบสวนสิทธิและพิสูจน์การทำประโยชน์เพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) โดยใช้รูปถ่ายทางอากาศว่า ที่ดินที่จำเลยขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ซึ่งรวมถึงที่ดินพิพาทด้วยนั้น ที่ดินดังกล่าว ได้ก่นสร้างมาก่อนวันแจ้งประมาณ 25 ปี ซึ่งเมื่อเทียบกับอายุของจำเลยซึ่งขณะแจ้งมีอายุ 26 ปี แล้ว ขณะที่โจทก์และนายเทาเริ่มก่นสร้างที่ดินจำเลยมีอายุเพียง 1 ขวบ เท่านั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จำเลยจะร่วมก่นสร้างที่ดินแปลงดังกล่าวด้วย ส่วนการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในภายหลังนั้น ก็ถือเป็นเพียงการช่วยเหลือบิดามารดาทำงานตามหน้าที่ที่บุตรจะพึงกระทำ หาใช่เป็นเรื่องของการร่วมกันครอบครองทำประโยชน์ไม่ เมื่อพิจารณาตามแผนที่วิวาทที่นายชัยณรงค์ ทรัพย์ภัย เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดินอำเภอคอนสารซึ่งเป็นพยานคนกลางทำขึ้นก็พบว่า ที่ดินส่วนที่จำเลยใช้ปลูกข้าวและปลูกกระท่อมจำนวน 2 หลัง ก็ล้วนแต่อยู่ในแนวเขตที่ดินที่โจทก์อ้างว่าโจทก์และนายเทายกให้แก่จำเลย ส่วนบ่อน้ำแม้จะมีส่วนหนึ่งอยู่ในที่ดินพิพาท แต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อยจากข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของนาข้าว บ่อน้ำ และกระท่อมตามที่ปรากฏในแผนที่วิวาทเอกสารหมาย จ.2 ดังกล่าว ส่อให้เห็นว่าจำเลยก็ตระหนักถึงสิทธิของโจทก์ในที่ดินพิพาท สำหรับที่พยานจำเลยปากนายพรมมามาเบิกความว่า โจทก์และนายเทายกที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8713/2551 · ทนอย Thanoy