คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2559
ฎีกาที่ 8716/2559
หลักกฎหมาย
วันที่ 19 สิงหาคม 2552 องค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวบานเพิ่งมีคำสั่งให้จำเลยที่ 5 ไปช่วยราชการที่องค์การบริหารส่วนตำบลหมากหญ้า ในการนี้วันที่ 21 สิงหาคม 2552 องค์การบริหารส่วนตำบลหมากหญ้ามีคำสั่งแต่งตั้งให้จำเลยที่ 5 ปฏิบัติหน้าที่จัดทำร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 โดยนัยของคำสั่งดังกล่าว จำเลยที่ 5 มีหน้าที่ปฏิบัติเฉพาะงานตามที่ระบุไว้ในคำสั่งเท่านั้น จำเลยที่ 5 จึงไม่มีหน้าที่ในการควบคุมโครงการจ้างแรงงานเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพแก่ผู้ประสบภัยธรรมชาติ จังหวัดอุดรธานี ปีงบประมาณ 2552 แต่อย่างใด หากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหมากหญ้าต้องการแต่งตั้งจำเลยที่ 5 ให้เป็นผู้ควบคุมโครงการดังกล่าว จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลหมากหญ้าต้องขอความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 5 ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2548 ข้อ 32 วรรคหนึ่ง เสียก่อน แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้ขอความเห็นชอบจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวบานซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 5 ดังนั้นคำสั่งขององค์การบริหารส่วนตำบลหมากหญ้าในส่วนแต่งตั้งจำเลยที่ 5 เป็นกรรมการผู้ควบคุมงานจึงเป็นคำสั่งที่ออกโดยไม่ชอบด้วยระเบียบกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว ถือว่าจำเลยที่ 5 ไม่มีหน้าที่เป็นกรรมการผู้ควบคุมงานโครงการตามฟ้อง
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งแปดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 และ 83 จำเลยทั้งแปดให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 4 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 3 ปี จำเลยที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 83 จำคุก 2 ปี และปรับ 13,500 บาท ทางนำสืบของจำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 6 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 4 คนละ 2 ปี จำคุกจำเลยที่ 6 มีกำหนด 1 ปี 4 เดือน และปรับ 9,000 บาท โทษจำคุกจำเลยที่ 6 ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยที่ 6 ไม่ชำระค่าปรับ ให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ยกฟ้องโจทก์ สำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 7 และที่ 8 กับยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 6 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 (4) ประกอบมาตรา 86 จำคุก 1 ปี 4 เดือน และปรับ 9,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยที่ 3 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 10 เดือน 20 วัน และปรับ 6,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 3 เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับ ให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 (1) สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 6 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า ในวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง องค์การบริหารส่วนตำบลหมากหญ้า ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี มีจำเลยที่ 1 เป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหมากหญ้า จำเลยที่ 2 และนายพลเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหมากหญ้า จำเลยที่ 3 เป็นประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหมากหญ้า จำเลยที่ 4 เป็นหัวหน้าส่วนโยธา องค์การบริหารส่วนตำบลหมากหญ้า จำเลยที่ 5 เป็นนายช่างโยธาระดับ 3 องค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวบานซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลหมากหญ้าขอยืมตัวมาช่วยราชการ จำเลยที่ 6 เป็นปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหมากหญ้า จำเลยที่ 7 เป็นหัวหน้าส่วนการคลังองค์การบริหารส่วนตำบลหมากหญ้า และจำเลยที่ 8 เป็นเจ้าพนักงานการเงินและบัญชีองค์การบริหารส่วนตำบลหมากหญ้า ก่อนเกิดเหตุองค์การบริหารส่วนตำบลหมากหญ้าได้รับงบประมาณโครงการจ้างแรงงานเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพแก่ผู้ประสบภัยธรรมชาติ จังหวัดอุดรธานี ปีงบประมาณ 2552 จากสำนักงานแรงงานจังหวัดอุดรธานี โดยมีรายละเอียดโครงการเพื่อขุดลอกสระน้ำสาธารณะวัดศรีหมากหญ้า หมู่ที่ 1 ตำบลหมากหญ้า อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี จำนวน 2 แห่ง แบ่งเป็นจำนวน 4 โครงการ ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2552 ถึงวันที่ 8 กันยายน 2552 ใช้แรงงานราษฎรจำนวน 4 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1 ที่ 2 ที่ 8 และที่ 10 ค่าจ้างจำนวนวันละ 150 บาท ต่อคน ระยะเวลาดำเนินการจำนวน 20 วัน แรงงานจำนวนโครงการละ 165 คน เป็นเงินโครงการละ 495,000 บาท รวมจำนวน 4 โครงการ เป็นเงิน 1,980,000 บาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในการจ้างแรงงานให้แก่ราษฎรผู้ใช้แรงงานในพื้นที่ ในการนี้องค์การบริหารส่วนตำบลหมากหญ้าได้ขอยืมเงินงบประมาณดังกล่าวจากสำนักงานแรงงานจังหวัดอุดรธานี จากนั้นองค์การบริหารส่วนตำบลหมากหญ้ามีคำสั่งที่ 233/2552 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ดำเนินการโครงการจ้างแรงงานเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบความเดือดร้อนด้านอาชีพ ประจำปีงบประมาณ 2552 ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2552 มีจำเลยที่ 1 เป็นประธานกรรมการตรวจรับงาน จำเลยที่ 2 และนายพลเป็นกรรมการตรวจรับงาน จำเลยที่ 4 และที่ 5 เป็นกรรมการผู้ควบคุมงาน จำเลยที่ 6 เป็นเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานและเป็นประธานกรรมการเบิกจ่ายเงิน จำเลยที่ 7 และที่ 8 เป็นกรรมการเบิกจ่ายเงิน แต่โครงการดังกล่าวไม่สามารถใช้แรงงานราษฎรอย่างเดียวขุดสระน้ำให้สำเร็จได้ จำเลยที่ 1 มิได้ยกเลิกโครงการ แต่จัดทำประชาคมราษฎร ราษฎรยอมให้ใช้เครื่องจักรได้ จำเลยที่ 4 ทำบันทึกถึงจำเลยที่ 1 ขออนุมัติใช้เครื่องจักรแทนแรงงานราษฎร จำเลยที่ 1 มีคำสั่งให้ดำ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง