คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2554
ฎีกาที่ 8722/2554
หลักกฎหมาย
การขนส่งสินค้าพิพาทมีการออกใบตราส่งให้แก่กันไว้ ระบุจำเลยที่ 1 เป็นผู้รับตราส่ง และเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการส่งมอบและรับมอบสินค้า ได้มีการตกลงกันให้เวนคืนต้นฉบับใบตราส่งให้แก่โจทก์ผู้ขนส่งตั้งแต่ที่ต้นทางแล้ว จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้รับตราส่งจึงอาจเรียกให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้ขนส่งส่งมอบสินค้าได้เลยโดยไม่จำต้องรอให้มีใบตราส่งมาเวนคืนแก่โจทก์อีก ซึ่งปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้ลงนามและประทับตราสำคัญในสำเนาใบตราส่ง กับมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ออกใบปล่อยสินค้า และทำสัญญาลากตู้สินค้า โดยตกลงกับโจทก์ที่จะรับภาระค่าเสียเวลา หากรับมอบตู้สินค้าแล้วนำตู้สินค้าออกไปจากท่าเรือ หรือนำตู้สินค้าส่งคืนโจทก์ล่าช้า นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ยังได้มอบหมายให้บริษัท จ. ดำเนินพิธีการศุลกากรและรับเอาตู้สินค้าหมายเลข PONU 4770535 ออกจากท่าเรือไป พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการที่จำเลยที่ 1 ตกลงยอมรับเอาประโยชน์จากสัญญารับขนของทางทะเล ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 เกี่ยวกับการขนส่งสินค้าพิพาทจึงต้องเป็นไปตามข้อกำหนดในใบตราส่งตาม พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 26 จำเลยที่ 1 จึงมีนิติสัมพันธ์ตามสัญญารับขนของทางทะเลกับโจทก์ การปฏิเสธไม่รับสินค้าของจำเลยที่ 1 จนกว่าโจทก์จะแสดงหลักฐานข้อมูลการควบคุมอุณหภูมิที่เป็นที่เชื่อถือได้เป็นการปฏิเสธโดยมีเหตุอันสมควร การที่จำเลยที่ 1 ได้พบความเสียหายดังกล่าวในระหว่างที่โจทก์แสดงเจตนาส่งมอบสินค้าและปฏิเสธยังไม่ยอมรับตู้สินค้าด้วยเหตุดังกล่าวจึงไม่อาจถือได้ว่า เป็นการปฏิบัติผิดหน้าที่ตามสัญญารับขนของทางทะเล
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 487,184.22 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 466,205 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อเดือนธันวาคม 2546 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาซื้อสินค้าองุ่นสดจากบริษัทคิวเด่า วู้ คิแอง จำกัด ผู้ขายที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ในราคา C&F ตกลงชำระค่าสินค้าเมื่อผู้ซื้อได้รับสินค้าโดยถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ผู้ขายว่าจ้างโจทก์ขนส่งสินค้าทางทะเลมาส่งให้แก่จำเลยที่ 1 โดยชำระค่าระวางล่วงหน้าไว้ตั้งแต่ต้นทางแล้ว มีเงื่อนไขการขนส่งแบบ CY/CY สินค้าถูกบรรจุอยู่ในตู้สินค้าแช่เย็น 2 ตู้ โดยมีการออกใบตราส่ง และเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการส่งมอบและรับมอบสินค้าที่ปลายทาง ผู้ส่งของได้เวนคืนต้นฉบับใบตราส่งให้แก่ผู้ขนส่งตั้งแต่ที่ต้นทางสินค้ามาถึงท่าเรือกรุงเทพในวันเดียวกันจำเลยที่ 1 มีหนังสือถึงโจทก์ขอให้ออกใบปล่อยสินค้า โดยมีข้อความว่า "เนื่องด้วยบริษัทได้นำสินค้าองุ่นสดเข้ามาจำนวน 900 CASES โดยเรือ NANTA BHUM เข้ามา บริษัทมีความประสงค์ที่จะนำสินค้าออกจากท่าเรือ จึงทำจดหมายมาเพื่อขอรับ D/O เนื่องจากทางผู้ขายต่างประเทศได้ SURRENDERED OBL ไว้ที่ต้นทางแล้ว จึงเรียนมาเพื่อขอให้ท่านได้โปรดออก D/O ให้กับบริษัทด้วย" จากนั้นจำเลยที่ 1 ทำสัญญาลากตู้สินค้ากับโจทก์มีข้อตกลงว่า "ผู้นำเข้าซึ่งได้รับตู้คอนเทนเนอร์จากบริษัทเรือจะรับผิดชอบทุกกรณีในการลากตู้ไปยังโรงงานจนกระทั่งได้ทำการส่งคืนให้แก่บริษัทเรือในสภาพปกติ ค่าภาระต่าง ๆ และหรือค่าลากที่เกี่ยวข้องกับตู้คอนเทนเนอร์ไปยังโรงงานของพ่อค้าและส่งกลับไปยังสถานที่รับตู้คอนเทนเนอร์เป็นค่าภาระของพ่อค้าเช่นกัน พ่อค้ายินยอมที่จะจ่ายค่าเสียเวลาตู้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการออกของล่าช้า หรือนำตู้ส่งคืนล่าช้า" และมอบหมายให้บริษัทเจ. เอส. คัสทัมส์ เคลียรันซ์ จำกัด ดำเนินพิธีการศุลกากร ขณะที่บริษัทเจ. เอส. คัสทัมส์ เคลียรันซ์ จำกัด ดำเนินการเพื่อจะนำสินค้าออกจากท่าเรือกรุงเทพปรากฏว่าเมื่อเปิดตู้สินค้าตรวจสอบสินค้ากับเจ้าหน้าที่ศุลกากร สินค้าในตู้สินค้าหมายเลข PONU 4848192 เน่าเสียมีกลิ่นเหม็นออกมา ส่วนสินค้าในตู้สินค้าหมายเลข PONU 4770535 มีความเสียหายเล็กน้อย จำเลยที่ 1 จึงไม่ยอมลากตู้สินค้าหมายเลข PONU 4848192 ออกจากท่าเรือ คงลากเฉพาะตู้สินค้าหมายเลข PONU 4770535 ออกจากท่าเรือไปเพียงตู้เดียว อีก 2 วันต่อมา จำเลยที่ 1 จึงมีหนังสือถึงโจทก์ว่า "ด้วยห้างฯ ได้มีสินค้ามากับเรือ NANTA BHUM เที่ยววันที่ 14-01-47 B/L NO.PONLDLC 1504933 เบอร์ตู้ PONU 4770535 PONU 4848192 ทางห้างฯ ขอดราฟท์ดูเนื่องจากสินค้าองุ่นได้เปิดตู้พบว่าองุ่นเกิดความเสียหายบางส่วนทางห้างฯ จึงขอทราบรายละเอียดของความเย็นเพื่อจะไปปรับปรุงว่าเกิดขึ้นจากจุดไหนเป็นที่สินค้าหรือว่าความเย็น ทางห้างฯ จะไม่ลากสินค้าออกมาก่อนจนกว่าทางบริษัท P&O NEDLLOYD จะให้ข้อมูลดราฟท์ความเย็น จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติด้วยจักเป็นพระคุณยิ่ง" แต่โจทก์กลับไม่ได้ส่งข้อมูลแสดงการควบคุมอุณหภูมิของตู้สินค้าที่จำเลยที่ 1 เรียกว่าดราฟท์ความเย็นนั้นให้จำเลยที่ 1 คงทำเพียงแต่ออกหนังสือรับรองด้วยตนเองว่า "โดยหนังสือฉบับนี้ขอรับรองว่าระดับอุณหภูมิของอากาศในตู้บรรทุกสินค้า เลขที่ พี.โอ.เอ็น.ยู 4770535 และพี.โอ.เอ็น.ยู 4848192 ถูกรักษาไว้ในระดับที่ลบหนึ่งองศาเซลเซียสและอยู่ในความควบคุมดูแลในระบบเป็นอย่างดี" จำเลยที่ 1 จึงปล่อยให้ตู้สินค้าหมายเลข PONU 4848192 ค้างอยู่ที่ท่าเรือ ต่อมาจำเลยที่ 1 มีหนังสือบอกเลิกการซื้อสินค้ากับผู้ขายอ้างว่าผู้ขายส่งสินค้าไม่มีคุณภาพอันเป็นการผิดสัญญาขอปฏิเสธไม่รับสินค้าและยกเลิกการซื้อขายสินค้าในส่วนตู้สินค้าที่เสียหาย และขอให้นำสินค้ากลับคืนไป แต่ผู้ขายก็ไม่ได้มาขนสินค้าออกจากท่าเรือ จำเลยที่ 1 จึงมีหนังสือแจ้งโจทก์อีกครั้งหนึ่งเรื่องขอแจงเหตุผลที่ไม่ลากตู้ PONU 4848192 ว่า "ด้วยทางห้างฯ ได้มีสินค้ามากับเรือ NANTA BHUM เที่ยววันที่ 14-01-2547 บีแอลเลขที่ PONLDLCO 1504933 เบอร์ตู้ PONU 4848192 ทางห้างฯ ไม่ทำการลากตู้จนกว่าทางบริษัทฯ ของท่านต้องนำหลักฐานการควบคุมอุณหภูมิของตู้ให้กับทางห้างฯ ดูเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนที่จะให้ผู้เชี่ยวชาญทางห้างฯ ตรวจสอบดูว่าดราฟท์อุณหภูมิผิดปกติหรือไม่ จะได้ตัดสินใจในการลากตู้ทางห้างฯ เคยทำหนังสือชี้แจงไปยังบริษัทฯ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง