คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2560
ฎีกาที่ 8748/2560
หลักกฎหมาย
แม้ว่าคดีหมายเลขแดงที่ 10521/2542 ของศาลอาญา ซึ่งผู้ร้องฟ้องผู้คัดค้านที่ 1 เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2541 ว่าผู้คัดค้านที่ 1 กับพวกอีก 1 คน ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 50,000 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ศาลฎีกามีคำพิพากษายกฟ้องผู้คัดค้านที่ 1 ในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และคดีหมายเลขดำที่ ย.5547/2546 คดีหมายเลขแดงที่ ย.3553/2548 ของศาลอาญา ซึ่งผู้ร้องฟ้องผู้คัดค้านที่ 1 ว่าสมคบกันเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษและร่วมกันฟอกเงิน ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนให้ยกฟ้องและคดีถึงที่สุดแล้วก็ตาม แต่พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 เป็นกฎหมายที่กำหนดความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน ซึ่งมีทั้งโทษทางอาญาและมาตรการทางแพ่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หากศาลเชื่อว่าทรัพย์สินตามคำร้องเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐาน โดยมาตรการทางแพ่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินดังกล่าว มิใช่ความรับผิดทางแพ่งตามความหมายของคำว่า "การพิพากษาคดีส่วนแพ่ง" ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเพียงแต่ในการพิจารณาและพิพากษาคดีร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินต้องดำเนินกระบวนพิจารณาไปตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว คือให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่านั้น ทั้งนี้โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าผู้คัดค้านหรือจำเลยในคดีอาญาจะได้กระทำความผิดดังที่ผู้คัดค้านกล่าวอ้างในฎีกาหรือศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยในคดีอาญาหรือไม่ คดีร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 จึงมิใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาตามความหมายของ ป.วิ.อ. มาตรา 46 เมื่อปรากฏว่าคดีที่ ว. กับพวกถูกฟ้องข้อหามียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ศาลอาญาธนบุรีมีคำพิพากษาลงโทษ ว. โดยให้ประหารชีวิต ตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 8870/2546 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับ ว. แต่ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาแก้ ให้ลงโทษ ว. โดยให้ประหารชีวิต ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20063/2555 ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวว่า ว. กับพวกร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 500,000 เม็ด น้ำหนัก 46,284.590 กรัม คำนวณเป็นน้ำหนักสารบริสุทธ์ได้ 10,685.239 กรัม และร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนลักษณะเป็นผงสีส้มจำนวน 1 ซอง น้ำหนัก 2.280 กรัม คำนวณเป็นน้ำหนักสารบริสุทธิ์ได้ 0.739 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ว. จึงเป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอันเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (1) แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 เมื่อพิจารณาประกอบกับพฤติการณ์การปิดบังซ่อนเร้นทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งนำเงินไปฝากไว้ที่ธนาคารในนามของผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 5 หรือการนำทองคำแท่งไปฝังไว้ในสนามหญ้าหน้าบ้าน อันเป็นการผิดปกติวิสัยของบุคคลทั่วไป ข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่า ผู้คัดค้านที่ 1 มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ โดยเป็นผู้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีน มาตั้งแต่ปี 2541 ถึง 2546 และผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อันเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ส่วนผู้คัดค้านที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 และที่ 6 เป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้คัดค้านที่ 1 ผู้กระทำความผิดมูลฐาน ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อปี 2541 ผู้คัดค้านที่ 1 ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมข้อหามียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ขณะถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดีในเรือนจำกลางคลองเปรม ผู้คัดค้านที่ 1 และ ว. ถูกคุมขังอยู่ด้วยกัน จึงมีความสนิทสนมและมีพฤติการณ์ค้าเมทแอมเฟตามีนร่วมกัน ต่อมา ว. พ้นโทษออกมาก่อน แต่ก็ยังมีการติดต่อซื้อขายเมทแอมเฟตามีนเรื่อยมา จนกระทั่งวันที่ 14 เมษายน 2546 เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมผู้คัดค้านที่ 1 โดยกล่าวหาว่าสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และฟอกเงิน พร้อมทั้งยึดทรัพย์สินต่าง ๆ หลายรายการรวมทั้งทรัพย์สินตามคำร้องด้วย ซึ่งปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่าทรัพย์สินตามคำร้องเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ดังนั้น ประเด็นว่าผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 3 ที่ 5 และที่ 6 เป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อันเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 หรือไม่ ย่อมเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงในการจับกุมผู้คัดค้านที่ 1 เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2546 ด้วย การที่ศาลอุทธรณ์นำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาพิจารณาวินิจฉัยด้วยจึงหาใช่เป็นการวินิจฉัยนอกคำร้องแต่อย่างใด เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อันเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ส่วนผู้คัดค้านที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 และที่ 6 เป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้คัดค้านที่ 1 ผู้กระทำความผิดมูลฐาน กรณีต้องบังคับตามมาตรา 51 ที่แก้ไขใหม่ แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กล่าวคือ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบรรดาทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 3 ที่ 5 และที่ 6 ที่ถูกยึดไว้เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือได้รับโอนมาโดยไม่สุจริต ผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 3 ที่ 5 และที่ 6 จึงมีภาระการพิสูจน์เพื่อหักล้างข้อสันนิษฐานนี้
มาตราที่อ้างถึง
ป.วิ.อ. 46พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 51พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 59
คำพิพากษา (บางส่วน)
ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินจำนวน 48 รายการ พร้อมดอกผลที่เกิดมีขึ้นตกเป็นของแผ่นดิน ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนและประกาศตามกฎหมายแล้ว ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องและเพิกถอนการยึดและหรือการอายัดทรัพย์สินทั้งหมด ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านขอให้เพิกถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ 1 ผู้คัดค้านที่ 3 ยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านขอให้เพิกถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินดังกล่าว ผู้คัดค้านที่ 4 ยื่นคำคัดค้านขอให้เพิกถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ 4 ผู้คัดค้านที่ 5 และที่ 6 ยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ทรัพย์สินจำนวน 48 รายการ คือ เงินฝากบัญชีธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาย่อยเซ็นทรัลลาดพร้าว บัญชีเลขที่ 068 0 02xxxx ชื่อบัญชีนายผัดแก้ว จำนวนเงิน 344,590.49 บาท เงินฝากบัญชีธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาย่อยเทสโก้โลตัส สุขาภิบาล 1 บัญชีเลขที่ 045 2 00xxxx ชื่อบัญชีนายผัดแก้ว จำนวนเงิน 24,391.30 บาท เงินฝากบัญชีธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาย่อยเซ็นทรัลชิดลม บัญชีเลขที่ 089 2 000xxxx ชื่อบัญชีนางสาวทิพย์ประภา จำนวนเงิน 1,668,480.84 บาท เงินฝากบัญชีธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนเพชรบุรีตัดใหม่ บัญชีเลขที่ 153 0 80xxxx ชื่อบัญชีนางสาวมัสดา จำนวนเงิน 28,108.85 บาท เงินฝากบัญชีธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาย่อยเทสโก้โลตัส รามอินทรา บัญชีเลขที่ 065 0 03xxxx ชื่อบัญชีนางสาวมัสดา จำนวนเงิน 18,040.75 บาท เงินฝากบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขารามอินทรา กม.8 บัญชีเลขที่ 720 2 41xxx x ชื่อบัญชีนางสาวมัสดา จำนวนเงิน 1,514,538.11 บาท เงินฝากบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขารามอินทรา กม.8 บัญชีเลขที่ 720 2 29xxxx ชื่อบัญชีนางสาวอรัญญา จำนวนเงิน 674,953.28 บาท เงินฝากบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขารามอินทรา กม.10 บัญชีเลขที่ 074 1 34xxx x ชื่อบัญชีนางสาวทิพย์ประภา จำนวนเงิน 651,460.87 บาท เงินฝากบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเลิงนกทา บัญชีเลขที่ 325 1 31xxx x ชื่อบัญชีนางคำเคลือบ จำนวนเงิน 262,251.54 บาท เงินฝากบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเลิงนกทา บัญชีเลขที่ 325 1 1xxx x ชื่อบัญชีนางคำเคลือบ จำนวนเงิน 145,842.01 บาท เงินฝากบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเลิงนกทา บัญชีเลขที่ 325 1 29xxx x ชื่อบัญชีนางสาวอรัญญา และหรือนางคำเคลือบ จำนวนเงิน 403,269.38 บาท เงินฝากบัญชีธนาคารไทยทนุ จำกัด (มหาชน) สาขารามอินทรา กม.6 บัญชีเลขที่ 061 3 011xxx x ชื่อบัญชีนางสาวทิพย์ประภา จำนวนเงิน 1,503,263.70 บาท เงินฝากบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขารามอินทรา กม.8 บัญชีเลขที่ 276 1 25xxx x ชื่อบัญชีนางสาวมัสดา จำนวนเงิน 4,602.32 บาท เงินฝากบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาสุรวงศ์ บัญชีเลขที่ 125 9 50xxx x ชื่อบัญชีนางสาวทิพย์ประภา จำนวนเงิน 746,077.37 บาท เงินฝากบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนรัชดาภิเษก บัญชีเลขที่ 060 2 02xxx x ชื่อบัญชีนางสาวทิพย์ประภา จำนวนเงิน 1,103,712.78 บาท เงินฝากบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนรามอินทรา บัญชีเลขที่ 076 2 32xxx x ชื่อบัญชีนางคำเคลือบ จำนวนเงิน 1,109,992.51 บาท เงินฝากบัญชีธนาคารออมสิน สาขามีนบุรี บัญชีเลขที่ 01 0105 20 112xxx x ชื่อบัญชีนางสาวทิพย์ประภา จำนวนเงิน 24,429.31 บาท สลากออมสินพิเศษธนาคารออมสิน สาขามีนบุรี จำนวน 4 ฉบับ รวม 23,000 หน่วย ทะเบียนเลขที่ 20112xxx-x ชื่อนางสาวทิพย์ประภา จำนวนเงิน 1,150,000 บาท รถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อนิสสัน รุ่นเซฟฟิโร เลขทะเบียน ภฮ 9409 กรุงเทพมหานคร เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้า รุ่นสปอร์ตไรเดอร์ เลขทะเบียน วต 719 กรุงเทพมหานคร เฉพาะส่วนของนางสาวทิพย์ประภา ผู้เช่าซื้อ จำนวนเงิน 429,235 บาท เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดรถยนต์กระบะสี่ประตูยี่ห้อฟอร์ด ทะเบียน วต 3451 กรุงเทพมหานคร เฉพาะส่วนของนางสาวทิพย์ประภา ผู้เช่าซื้อ จำนวนเงิน 227,312 บาท เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ รุ่นเอฟบี 133 เลขทะเบียน 80-7729 ยโสธร จำนวนเงิน 325,000 บาท ทองคำแท่ง 28 แท่ง น้ำหนัก 11,111.4 กรัม สร้อยข้อมือทองคำ 1 เส้น เงินสดจากการขายทอดตลาดวัว 84 ตัว จำนวน 900,000 บาท ที่ดินโฉนดเลขที่ 126570 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง เลขที่ 119/6 ที่ดินโฉนดเลขที่ 196366, 196367 และ 12054 ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (นส. 3 ก.) เลขที่ 368 ห้องชุดเลขที่ 473/77 สร้อยคอทองคำลายเชือกควั่น (ตะกร้อ) พร้อมพระเลี่ยมทองประดับเพชร 1 องค์ น้ำหนักประมาณ 151.8 กรัม สร้อยคอทองคำลาย
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง