คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2548
ฎีกาที่ 8777/2548
หลักกฎหมาย
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะสามารถรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้ และขอให้ยกเลิกคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า และรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ดังนี้ เป็นเรื่องของการฟ้องเพื่อให้ยกเลิกคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า หาได้เป็นการฟ้องเพื่อบังคับให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 12 ต้องรับผิดในฐานะส่วนตัว นอกจากนี้คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าไม่มีสถานะเป็นบุคคลตามกฎหมาย และโจทก์ฟ้องจำเลยอื่น ๆ ซึ่งเป็นกรรมการของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าก็เป็นเรื่องที่กฎหมายเปิดช่องให้กระทำได้ จำเลยทั้งสิบห้า จึงไม่อาจกล่าวอ้างเหตุที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 12 ไม่ได้เข้าร่วมประชุมมาปฏิเสธอำนาจฟ้องของโจทก์ คำว่า "NETBURST" เป็นคำที่โจทก์ประดิษฐ์ขึ้น ไม่ได้เป็นคำศัพท์ที่มีและใช้อยู่โดยปรากฏในพจนานุกรม ดังนั้น การที่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าและคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าพิจารณาความหมายของคำว่า "NETBURST" โดยแยกคำเป็นภาคส่วนแล้วนำความหมายของแต่ละภาคส่วนตามที่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าและคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าพิจารณาเลือกมารวมกันเพื่อให้ความหมายของคำดังกล่าวโดยไม่ปรากฏหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าเหตุใดจึงหยิบยกความหมายนั้น ๆ มาใช้ จึงไม่ถูกต้องเพราะทั้งคำว่า "NET" และคำว่า "BURST" ยังมีความหมายอื่น ๆ อีก ทั้งเกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์การนำคำดังกล่าวมารวมกันจึงไม่อาจทราบได้แน่ชัดว่าหมายถึงสิ่งใด ดังนั้น คำว่า NETBURST ไม่เป็นคำที่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าตามที่โจทก์ขอจดทะเบียนโดยตรง แต่มีลักษณะบ่งเฉพาะ คำว่า NETBURST มีลักษณะบ่งเฉพาะ นายทะเบียนต้องดำเนินการเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียนของโจทก์ตามขั้นตอนต่าง ๆ ซึ่งมีอีกหลายขั้นตอน โจทก์ยังไม่มีสิทธิขอให้บังคับนายทะเบียนเครื่องหมายการค้ารับจดทะเบียนให้เลย
มาตราที่อ้างถึง
ป.วิ.พ. 55พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 7พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 17พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 18
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าเครื่องหมายการค้าอักษรโรมันคำว่า "INTEL NETBURST" ของโจทก์เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะสามารถรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ได้ โดยโจทก์ไม่จำต้องปฏิเสธว่าไม่ขอถือสิทธิเป็นของตนแต่ผู้เดียวที่จะใช้คำว่า "NETBURST" และให้จำเลยทั้งสิบห้ายกเลิกคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า และรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "INTEL NETBURST" ของโจทก์ ตามคำขอเลขที่ 422810 โดยโจทก์ไม่จำต้องปฏิเสธว่าไม่ขอถือสิทธิเป็นของตนแต่ผู้เดียวที่จะใช้คำว่า "NETBURST" จำเลยทั้งสิบห้าให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า และให้จำเลยทั้งสิบห้ารับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "INTEL NETBURST" ของโจทก์ตามคำขอเลขที่ 422810 โดยโจทก์ไม่จำต้องปฏิเสธไม่ขอถือเป็นสิทธิของตนแต่ผู้เดียวที่จะใช้คำว่า "NETBURST" กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท จำเลยทั้งสิบห้าอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว คดีมีข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 15 เป็นกรรมการในคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2543 โจทก์ ยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า คำขอที่ 422810 คำว่า "INTEL NETBURST" ใช้กับสินค้าจำพวก 9 นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้มีคำสั่งว่า เครื่องหมายการค้าของโจทก์มีส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนของเครื่องหมายเป็นสิ่งที่ใช้กันสามัญในการค้าขายหรือไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะและมีคำสั่งให้โจทก์ผู้ขอจดทะเบียนแสดงปฏิเสธว่า ไม่ขอถือเป็นสิทธิของตนแต่ผู้เดียวในอันที่จะใช้คำว่า "NETBURST" ในส่วนของเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 17 โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าได้พิจารณาอุทธรณ์แล้วเห็นว่า ภาคส่วนคำว่า "NETBURST" หมายถึง เครือข่ายการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่จะแยกกระดาษออกมาเป็นแผ่นๆ เมื่อนำมาใช้กับสินค้าตามที่ยื่นขอจดทะเบียน นับว่าเป็นคำบรรยายถึงตัวสินค้า ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะตามกฎหมายจึงเห็นควรรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ โดยให้โจทก์แสดงปฏิเสธว่าไม่ขอถือสิทธิเป็นของตนเองแต่ผู้เดียวที่จะใช้คำว่า "NETBURST" ตามคำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสิบห้า ประการแรกมีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 (น่าจะหมายถึงนายยรรยง ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 12 หรือไม่ โดยจำเลยทั้งสิบห้าอุทธรณ์ในทำนองว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 12 ไม่ได้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นหรือลงนามในการพิจารณาและมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับอุทธรณ์ของโจทก์ในเรื่องนี้แต่อย่างใด เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องเพื่อให้ยกเลิกคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า หาได้เป็นการฟ้องเพื่อบังคับให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 12 ต้องรับผิดในฐานะส่วนตัวแต่อย่างใดไม่ การที่จำเลยดังกล่าวจะได้ดำเนินการใดๆ โดยส่วนตัวหรือไม่ อย่างไรนั้น จึงไม่มีผลต่อคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางนอกจากนี้การที่คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าไม่มีสถานะเป็นบุคคลตามกฎหมาย และโจทก์ฟ้องจำเลยอื่นๆ ซึ่งเป็นกรรมการของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าก็เป็นเรื่องที่กฎหมายเปิดช่องให้กระทำได้ จำเลยทั้งสิบห้าจึงไม่อาจกล่าวอ้างเหตุที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 12 ไม่ได้เข้าร่วมประชุมมาปฏิเสธอำนาจฟ้องของโจทก์ได้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยดังกล่าวด้วยนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสิบห้าในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสิบห้าประการที่สองมีว่า คำว่า "NETBURST" เป็นคำที่มีลักษณะบ่งเฉพาะหรือไม่ ซึ่งต้องวินิจฉัยว่า คำดังกล่าวเป็นคำที่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้านั้นโดยตรงตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 7 (2) หรือไม่ ปัญหาข้อนี้ปรากฏตามคำวินิจฉัยของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าและคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าสรุปได้ว่า ภาคส่วนคำว่า "NETBURST" หมายถึง เครือข่ายการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่จะแยกกระดาษออกมาเป็นแผ่นๆ เมื่อนำมาใช้กับสินค้าตามที่ยื่นขอจดทะเบียนนับว่าเป็นคำบรรยายถึงตัวสินค้าและไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ การที่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าและคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าพิจารณาความหมายของคำดังกล่าว โดยแยกคำเป็นภาคส่วนแล้วนำความหมายของแต่ละภาคส่วนตามที่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าและคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าพิจารณาเลือก
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง