คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2554
ฎีกาที่ 8819/2554
หลักกฎหมาย
ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดฯ มาตรา 13 วรรคหนึ่ง ให้อำนาจศาลพิจารณาสั่งให้มีการปรับปรุงกระบวนพิจารณาให้เหมาะสมกับการพิจารณาคดีในศาลภาษีอากรกลาง ซึ่งศาลภาษีอากรกลางสั่งให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องโดยคำนึงถึงประโยชน์แห่งความยุติธรรม จึงชอบด้วยบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว การออกประกาศกรมสรรพสามิตฯ เป็นการกระทำของอธิบดีกรมสรรพสามิต ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในการใช้อำนาจตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ที่มีผลกระทบต่อสถานภาพแห่งหน้าที่ของโจทก์ จึงเป็นคำสั่งทางปกครองตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ มาตรา 5 ส่วนหนังสือของสำนักงานสรรพสามิตฯ เป็นเพียงหนังสือแจ้งเตือนให้โจทก์ทราบว่ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีเพิ่มเท่านั้นไม่ใช่คำสั่งที่มีผลเปลี่ยนแปลงสิทธิหน้าที่ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์แต่อย่างใด จึงไม่เป็นคำสั่งทางปกครอง ข้อความตามหนังสืออุทธรณ์ของโจทก์แสดงอยู่ในตัวว่าโจทก์ทราบอยู่แล้วว่าจำเลยออกประกาศกรมสรรพสามิตดังกล่าว รวมทั้งรายละเอียดและเหตุผลเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เหตุผลในการประกาศกำหนดราคาสุราตามประกาศกรมสรรพสามิตฯ โจทก์รู้อยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้องระบุในประกาศกรมสรรพสามิตอันเป็นคำสั่งทางปกครองฉบับนี้อีก ต้องตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ มาตรา 37 วรรคสาม (2) มีผลให้ไม่ต้องนำบทบัญญัติที่ต้องจัดให้มีเหตุผลตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับ ดังนี้ แม้ประกาศกรมสรรพสามิตฯ ไม่ได้ระบุเหตุผลไว้ ก็ไม่เป็นเหตุให้เป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่สมบูรณ์ จึงเพิกถอนไม่ได้ เมื่อศาลชี้สองสถานกำหนดประเด็นข้อพิพาทและหน้าที่นำสืบแล้ว คู่ความมีสิทธิคัดค้านได้ และเมื่อศาลชี้ขาดคำคัดค้านแล้วคำชี้ขาดดังกล่าวให้อยู่ภายใต้บังคับ ป.วิ.พ. มาตรา 226 คดีนี้ ศาลภาษีอากรกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องขอให้กำหนดประเด็นเพิ่มเติม ศาลภาษีอากรกลางไม่กำหนดให้ เป็นการชี้ขาดคำคัดค้านการกำหนดประเด็นข้อพิพาท จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์ต้องโต้แย้งไว้จึงจะมีสิทธิอุทธรณ์ได้ ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์อ้างว่า ประกาศกรมสรรพสามิตฯ ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.สุราฯ มาตรา 8 จัตวา (1) วรรคสาม ปัญหานี้ ต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานของคู่ความก่อนว่าราคาขาย ณ โรงงานปกติเป็นเท่าใด จากนั้นจึงวินิจฉัยข้อกฎหมาย อุทธรณ์ข้อนี้เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงที่นำไปสู่ข้อกฎหมายและไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อไม่มีประเด็ให้ต้องวินิจฉัยในศาลภาษีอากรกลาง จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลภาษีอากรกลางไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรฯ มาตรา 24 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 225
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 13พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 4พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 5พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 37พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 41พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493 8 จัตวาพ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 17พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 24ป.วิ.พ. 183ป.วิ.พ. 225ป.วิ.พ. 226
คำพิพากษา (บางส่วน)
คดีนี้ศาลภาษีอากรกลางรับโอนสำนวน มาจากศาลปกครองกลางตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล เดิมโจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนประกาศกรมสรรพสามิต ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2546 เรื่องกำหนดมูลค่าของสุราที่ทำในราชอาณาจักรเพื่อถือเป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษี และให้จำเลยทั้งห้าชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เมื่อโอนคดีมายังศาลภาษีอากรกลางแล้วโจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องว่า ขอให้เพิกถอนประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กำหนดมูลค่าของสุราที่ทำในราชอาณาจักรเพื่อถือเป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษี ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2546 ให้เพิกถอนหนังสือของสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ปทุมธานีที่ กค 0610.03/5214 เรื่อง การเรียกเก็บภาษีเพิ่มตามมูลค่าที่กำหนดใหม่ ฉบับลงวันที่ 17 ตุลาคม 2546 ให้เพิกถอนหนังสือกรมสรรพสามิตที่ 0622/2543 (ที่ถูก กค 0622/4783) เรื่อง ผลการพิจารณาการอุทธรณ์คัดค้านประกาศกรมสรรพสามิตเกี่ยวกับการกำหนดมูลค่าของสุราที่ทำในราชอาณาจักรเพื่อถือเป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษี ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2547 ให้จำเลยที่ 3 คืนเงินค่าภาษีที่โจทก์ได้ชำระไปมากกว่าที่ควรชำระจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 48,501,915.01 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 43,848,919.83 บาท นับจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระคืนให้โจทก์เสร็จสิ้น ให้จำเลยที่ 3 คืนเงินค่าภาษีแก่โจทก์ที่ต้องชำระล่วงหน้าก่อนบรรจุเบียร์สิงห์ 70 หลังจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าศาลจะเพิกถอนประกาศและหนังสือที่โจทก์ขอให้เพิกถอนดังกล่าวข้างต้น ตามจำนวนที่โจทก์ได้ขอผลิตและได้ชำระภาษีแก่จำเลยที่ 3 พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของยอดหนี้ที่จำเลยที่ 3 จะต้องคืนโจทก์ นับแต่วันที่โจทก์ได้ชำระเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระคืนให้แก่โจทก์เสร็จและขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องคัดค้านคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องของโจทก์ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องได้ และอนุญาตให้ถอนฟ้องกับจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ออกจากสารบบความ และให้เรียกจำเลยที่ 3 เป็นจำเลย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรพิเคราะห์แล้วเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาประการแรกตามอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่อุทธรณ์ว่าศาลภาษีอากรกลางสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องไม่ชอบ เพราะเดิมโจทก์ฟ้องกระทรวงการคลัง ที่ 1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ 2 กรมสรรพสามิต ที่ 3 อธิบดีกรมสรรพสามิต ที่ 4 และเจ้าพนักงานสรรพสามิตพื้นที่ปทุมธานี 1 ที่ 5 เป็นจำเลยต่อศาลปกครองกลาง โดยอ้างว่าอธิบดีกรมจำเลยได้ออกประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กำหนดมูลค่าของสุราที่ทำในราชอาณาจักรเพื่อถือเป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษี ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2546 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้เพิกถอนประกาศฉบับนี้และชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดรวมเป็นเงิน 238,261,471.03 บาท ให้แก่โจทก์กับชดใช้ค่าขาดประโยชน์จากการที่โจทก์ไม่สามารถผลิตเบียร์ออกจำหน่ายได้เดือนละ 35,000,000 บาท และชดใช้ค่าเสียหายในการที่โจทก์ต้องชำระค่าภาษีแก่รัฐเนื่องจากการกระทำละเมิดเป็นเงิน 6.01832 บาทต่อขวด ตามยอดที่ผลิตและจำหน่าย นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะมีการเพิกถอนประกาศฉบับดังกล่าว ต่อมาคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลมีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่าคดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ศาลปกครองกลางจึงมีคำสั่งให้โอนคดีไปยังศาลภาษีอากรกลาง และเมื่อศาลภาษีอากรกลางรับโอนคดีแล้วมีคำสั่งว่า คำฟ้องและคำให้การมีลักษณะเป็นคดีปกครอง เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจึงให้โจทก์ทำคำฟ้องเข้ามาใหม่ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2548 ซึ่งเป็นวันมีคำสั่งเป็นต้นไปต่อมาโจทก์ทำคำฟ้องฉบับใหม่ยื่นต่อศาลภาษีอากรกลางแล้ว แต่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งให้โจทก์ทำคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องให้ชัดเจน และนำไปยื่นต่อศาลภายใน 3 วัน โจทก์จึงยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องและขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 กับที่ 5 พร้อมยื่นคำฟ้องฉบับใหม่ จำเลยทั้งห้ายื่นคำร้องคัดค้าน แต่ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องให้เป็นไปตามคำฟ้องฉบับใหม่และอนุญาตให้ถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5คำสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะคำฟ้องใหม่ไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมที่ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ปัญหานี้ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นว่า คำฟ้องเดิมที่โจทก์ยื่นต่อศาลปกครองกลางกล่าวอ้างว่า จำเลยออกประกาศกำหนดราคาขายเบียร์สิงห์ 70 ณ โรงงานสุรา เพื่อเป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษีโดยไม่แจ้งเหตุผลและเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 มาตรา 8 จัตวา (1) วรรคสาม เป็นการละเมิดทำให้โจทก์เสียห
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง