คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2568
ฎีกาที่ 8829/2568
หลักกฎหมาย
ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคสาม ห้ามเจ้าหนี้กองมรดกใช้สิทธิเรียกร้องที่มีต่อเจ้ามรดกมาฟ้องร้องเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่เมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ก. ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 ที่โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ฟ้องแย้งของจำเลยขาดอายุความ ก็เพียงแต่อ้างว่า จำเลยมาฟ้องแย้งเกินกว่า 1 ปี นับแต่ ก. ถึงแก่ความตายเท่านั้น แต่เมื่อพิจารณาจากบทบัญญัติมาตรา 1754 วรรคสาม แล้ว อายุความ 1 ปี นั้น ให้นับแต่เมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ หรือควรจะได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก มิใช่นับแต่วันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย หากจะนับจากวันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ก็ต้องนับระยะเวลา 10 ปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย ตามมาตรา 1754 วรรคสี่ เมื่อจำเลยทราบเรื่องการตายของ ก. ตั้งแต่ได้รับเอกสารยืนยันจากทางราชการ คือ วันที่ 30 สิงหาคม 2564 และจำเลยมายื่นคำให้การและฟ้องแย้งคดีนี้วันที่ 20 มกราคม 2565 จึงยังไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่จำเลยได้รู้ หรือควรจะได้รู้ถึงเรื่องการตายของ ก. ฟ้องแย้งของจำเลยจึงยังไม่ขาดอายุความ
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งคืนต้นฉบับโฉนดที่ดินเลขที่ 4852 แก่โจทก์ หากจำเลยไม่คืนหรือต้นฉบับโฉนดที่ดินสูญหายหรือถูกทำลาย ให้ศาลมีคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยในการขอออกใบแทนต้นฉบับโฉนดที่ดินดังกล่าว จำเลยให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอให้โจทก์จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 4852 ให้แก่จำเลย หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์ แต่หากสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่อง ให้โจทก์ชำระเงิน 250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงิน 200,000 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 4852 ให้แก่จำเลย หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์ แต่หากสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่อง ให้โจทก์ชำระเงิน 250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงิน 200,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 9 ธันวาคม 2564) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ (ที่ถูก แก่จำเลย) แต่โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกของนายกลิ่น ให้โจทก์ใช้ค่าธรรมเนียม (ที่ถูก ค่าฤชาธรรมเนียม) แทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 4852 คืนโจทก์ ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายกลิ่น หากจำเลยไม่สามารถส่งคืนหรือโฉนดที่ดินสูญหายหรือถูกทำลาย ให้เจ้าพนักงานที่ดินออกใบแทนโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ ยกฟ้องแย้ง คืนค่าขึ้นศาลในส่วนฟ้องแย้งในศาลชั้นต้นส่วนที่เกิน 1,000 บาท แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งในส่วนฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งจำเลยในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ถึงแก่ความตาย นายวิทย์ผู้จัดการมรดกของนายกลิ่น ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาอนุญาตให้นายวิทย์เข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้เป็นยุติว่า นายกลิ่นมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 4852 เนื้อที่ 97 ตารางวา นายกลิ่นถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนางอนงค์ โจทก์ ให้เป็นผู้จัดการมรดกของนายกลิ่น จำเลยครอบครองโฉนดที่ดินพิพาทอยู่ และเคยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ แต่ต่อมาได้ขอถอนคำร้องขอ โดยที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้วว่า เหตุที่โฉนดที่ดินพิพาทไปอยู่ในความครอบครองของจำเลย เนื่องจากนายกลิ่นได้ตกลงขายที่ดินพิพาทและมอบโฉนดที่ดินพิพาทให้จำเลยแล้ว ตามคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลย ไม่ใช่เพียงแต่นำโฉนดที่ดินพิพาทไปวางประกันหนี้เงินกู้ตามคำฟ้องของโจทก์เท่านั้น เมื่อในชั้นฎีกาโจทก์ไม่ได้ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ข้อเท็จจริงที่ฟังว่า นายกลิ่นได้ตกลงขายที่ดินพิพาทให้จำเลยแล้ว จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงว่า ฟ้องแย้งของจำเลยขาดอายุความแล้วหรือไม่ เห็นว่า ตามบทบัญญัติในเรื่องอายุความดังกล่าว ห้ามเจ้าหนี้กองมรดกใช้สิทธิเรียกร้องที่มีต่อเจ้ามรดกมาฟ้องร้องเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่เมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายกลิ่นถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565 ที่โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ฟ้องแย้งของจำเลยขาดอายุความ ก็เพียงแต่อ้างว่า จำเลยมาฟ้องแย้งเกินกว่า 1 ปี นับแต่นายกลิ่นถึงแก่ความตายเท่านั้น แต่เมื่อพิจารณาจากบทบัญญัติมาตรา 1754 วรรคสาม แล้ว อายุความ 1 ปี นั้น ให้นับแต่เมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ หรือควรจะได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก มิใช่นับแต่วันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย หากจะนับจากวันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ก็ต้องนับระยะเวลา 10 ปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย ตามมาตรา 1754 วรรคสี่ ตามฟ้องแย้งของจำเลยในคดีนี้ จำเลยเพียงยืนยันว่า นายกลิ่นถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 เท่านั้น ไม่ได้มีข้อความใดเลยที่จะแสดงให้เห็นว่า จำเลยได้รู้หรือควรจะได้รู้ว่านายกลิ่นถึงแก่ความตายตั้งแต่เมื่อใด ซึ่งคำให้การแก้ฟ้องแย้งของโจทก์ แม้จะอ้างอายุความฟ้องร้องตามมาตรา 1754 วรรคสาม ก็ตาม แต่โจทก์ก็ไม่ได้ยืนยันในคำให้การดังกล่าวให้เห็นเลยว่า จำเลยได้รู้หรือควรจะได้รู้ถึงเรื่องการถึงแก่ความตายของนายกลิ่นตั้งแต่เมื่อใด คงอ้างลอย ๆ มาเพียงว่า คดีขาดอายุความตามบทบัญญัติดังกล่าวเท่านั้น ประเด็นในเรื่องอายุความนี้ แม้จะเป็นประเด็นที่โจทก์ให้การต่อสู้ อันเป็นหน้าที่
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง