ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2568

ฎีกาที่ 8837/2568

หลักกฎหมาย

การพิจารณาว่า ความคล้ายของเครื่องหมายการค้าจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาภาพรวมและองค์ประกอบรวมทุกส่วนของเครื่องหมายการค้า ทั้งสำเนียงเสียงเรียกขาน จำพวกและรายการสินค้าที่ขอจดทะเบียนไว้เพื่อใช้กับเครื่องหมายการค้าว่าเป็นสินค้าจำพวกเดียวกัน หรือเป็นสินค้าต่างจำพวกกันแต่มีลักษณะอย่างเดียวกันหรือไม่ รวมทั้งพิจารณาสาธารณชนกลุ่มผู้ใช้สินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าว่าเป็นกลุ่มเดียวกันและมีความรู้เพียงพอที่จะแยกแยะความแตกต่างของสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าทั้งสองได้ดีหรือไม่เพียงใดประกอบกันด้วย ระยะเวลาของการใช้เครื่องหมายกับสินค้าย่อมมีผลต่อการรับรู้ของสาธารณชนผู้ใช้สินค้าดังกล่าว ยิ่งระยะเวลาของการใช้เครื่องหมายกับสินค้ายาวขึ้น โอกาสที่สาธารณชนผู้ใช้สินค้าจะรับรู้เครื่องหมายย่อมมากขึ้นตามลำดับ เว้นแต่ปรากฏข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นที่แสดงให้เห็นว่าไม่เกิดการรับรู้เครื่องหมายเช่นนั้น อาทิ ไม่มีการใช้เครื่องหมายจริงหรือไม่มีการขายสินค้าอย่างปกติ เป็นต้น เครื่องหมายที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือรัฐประศาสโนบายตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 8 (9) นั้น เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะต้องห้ามไม่ให้รับจดทะเบียนตามมาตรา 6 (2) ซึ่งนอกจากจะต้องพิจารณาจากลักษณะที่ปรากฏอยู่ในตัวเครื่องหมายการค้านั้นแล้ว ยังต้องพิจารณาว่าเครื่องหมายดังกล่าวมีลักษณะต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียนตามกฎหมายหรือไม่

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า เครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 444323 ทะเบียนเลขที่ ค151544 เป็นเครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้า คำว่า ของโจทก์ที่ได้รับการจดทะเบียนไว้แล้ว จนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 61 (4) และหรือเป็นเครื่องหมายที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือขัดต่อรัฐประศาสโนบาย อันมีลักษณะต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียน ตามมาตรา 8 (9) และต้องด้วยเหตุแห่งการเพิกถอนตามมาตรา 61 (2) และมาตรา 62 ให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอจดทะเบียนเลขที่ 444323 ทะเบียนเลขที่ ค151544 และให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ 62/2563 (ที่ถูก 61/2563) จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งให้เรียกนายวิโชติ เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้รับจดทะเบียน ตามคำขอเลขที่ 444323 ทะเบียนเลขที่ ค151544 เข้าเป็นจำเลยร่วม จำเลยร่วมให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งในชั้นฎีการับฟังได้ว่า โจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศอิตาลี ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางรถยนต์และยางรถมอเตอร์ไซค์ โจทก์ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่าตามคำขอเลขที่ 424579 ทะเบียนเลขที่ ค120322 เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2523 สำหรับสินค้าจำพวก 12 รายการสินค้า ยางล้อยานพาหนะ ยางล้อยานพาหนะชนิดสูบลม ยางล้อยานพาหนะชนิดกึ่งสูบลม ยางล้อพาหนะชนิดหล่อตัน ยางในสำหรับยานพาหนะ ต่อมาโจทก์ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า ตามคำขอเลขที่ 1014625 ทะเบียนเลขที่ 191103292 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2558 สำหรับสินค้าจำพวก 12 รายการสินค้า ยางล้อรถยนต์ ยางล้อรถจักรยาน ยางล้อรถมอเตอร์ไซค์ เป็นต้น ส่วนจำเลยร่วมยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า ตามคำขอเลขที่ 444323 ทะเบียนเลขที่ ค151544 เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2544 สำหรับสินค้าจำพวก 12 รายการสินค้า ยางรถมอเตอร์ไซค์ จำเลยรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยร่วม จำเลยร่วมต่ออายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเรื่อยมา โดยครั้งหลังสุดยื่นขอต่ออายุวันที่ 7 ตุลาคม 2563 โจทก์ยื่นคำขอเพิกถอนเครื่องหมายการค้าของจำเลยร่วมต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า คณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามีมติการประชุมครั้งที่ 61/2563 ให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนของโจทก์ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประเด็นแรกว่า เครื่องหมายการค้า ของจำเลยร่วมเป็นเครื่องหมายการค้าที่คล้ายกับเครื่องหมายการค้า ของโจทก์ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าหรือไม่ เห็นว่า การพิจารณาว่า ความคล้ายของเครื่องหมายการค้าจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาภาพรวมและองค์ประกอบรวมทุกส่วนของเครื่องหมายการค้า ทั้งสำเนียงเสียงเรียกขาน จำพวกและรายการสินค้าที่ขอจดทะเบียนไว้เพื่อใช้กับเครื่องหมายการค้าว่าเป็นสินค้าจำพวกเดียวกัน หรือเป็นสินค้าต่างจำพวกกันแต่มีลักษณะอย่างเดียวกันหรือไม่ รวมทั้งพิจารณาสาธารณชนกลุ่มผู้ใช้สินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าว่าเป็นกลุ่มเดียวกันและมีความรู้เพียงพอที่จะแยกแยะความแตกต่างของสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าทั้งสองได้ดีหรือไม่เพียงใดประกอบกันด้วย ในคดีนี้เมื่อนำเครื่องหมายการค้าพิพาทมาเปรียบเทียบกัน ภาพรวมและองค์ประกอบของเครื่องหมายการค้าพิพาทต่างเป็นเครื่องหมายของคำอย่างเดียว โดยต่างไม่มีส่วนประกอบอื่น เครื่องหมายการค้า ของโจทก์เป็นคำว่า PIRELLI โดยอักษรโรมัน P มีลักษณะพิเศษที่ประดิษฐ์ขึ้นให้ส่วนบนของอักษรมีลักษณะยาวยื่นไปครอบอักษรโรมันที่เหลือคือ IRELLI โดยตัวอักษรที่เหลือใช้แบบตัวอักษรทั่วไปและไม่ปรากฏว่ามีลักษณะพิเศษ ส่วนเครื่องหมายการค้า ของจำเลยร่วมเป็นคำว่า P.RALLY โดยใช้แบบตัวอักษรโรมันทั่วไป ไม่ปรากฏว่ามีลักษณะพิเศษ เมื่อเปรียบเทียบกันพอเห็นได้ว่าอักษรโรมัน P ในเครื่องหมายการค้าของจำเลยร่วมแยกออกจากคำว่า RALLY โดยใช้เครื่องหมายจุดหรือมหัพภาคแสดงการจบอักษรโรมัน P ซึ่งแตกต่างจากเครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่เป็นคำเดียว ส่วนที่เห็นชัดสำหรับเครื่องหมายของคำของเครื่องหมายการค้าพิพาทคือแบบอักษร ซึ่งเครื่องหมายการค้าพิพาทของโจทก์และจำเลยร่วมใช้แบบอักษรที่แตกต่
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8837/2568 · ทนอย Thanoy