ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2560

ฎีกาที่ 8906/2560

หลักกฎหมาย

โจทก์ทั้งสองกล่าวอ้างว่า ช. เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 72398 ตำบลพระโขนง อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งบ้านเลขที่ 110/1 ซึ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าว ต่อมา ช. รื้อบ้านหลังดังกล่าวและปลูกสร้างเป็นอาคาร 2 หลัง แทนหลังเดิมและขอเลขที่บ้านเป็น 3 หลัง ให้ ส. ภริยาและบุตร 4 คน พักอาศัยอยู่ร่วมกันในที่ดินแปลงเดิม แบ่งเป็นบ้านเลขที่ 110/1 ให้ ส. ป. และ ก. พักอาศัย บ้านเลขที่ 110/4 ให้โจทก์ที่ 2 พักอาศัยและบ้านเลขที่ 110/5 ให้ ณ. พักอาศัย แสดงให้เห็นเจตนาและความประสงค์ให้บุตรและภริยาได้พักอาศัยเป็นสัดส่วน ช. โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้แก่ ป. และ ก. โดยเสน่หา แต่โจทก์ที่ 2 ยังคงพักอาศัยในบ้านและที่ดินดังกล่าวมาโดยตลอดไม่ได้ปล่อยให้ ป. และ ก. ครอบครองเพียงฝ่ายเดียว เมื่อโจทก์ที่ 2 แต่งงานกับโจทก์ที่ 1 แล้วย้ายไปพักอาศัยที่อื่น ก็นำบ้านหลังดังกล่าวให้บุคคลภายนอกเช่าโดยไม่มีบุคคลใดโต้แย้งกรรมสิทธิ์ ถือได้ว่าโจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของและครอบครองบ้านเลขที่ 110/4 เมื่อโจทก์ทั้งสองอ้างว่า ได้รับความเสียหายจากการกระทำละเมิดของจำเลยทั้งหกและจำเลยร่วมอันเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ทั้งสองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้อง ส่วนการยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกบุคคลภายนอกเข้ามาในคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3) ต้องแสดงเหตุว่าตนอาจฟ้องหรือถูกคู่ความเช่นนั้นฟ้องตนได้เพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ยหรือเพื่อใช้ค่าทดแทน โดยต้องยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องหรือคำให้การ ถ้ายื่นภายหลังนั้นต้องแสดงเหตุให้เป็นที่พอใจของศาลว่าไม่สามารถยื่นคำร้องได้ก่อนนั้นได้แต่ต้องยื่นก่อนมีคำพิพากษา การที่จำเลยที่ 6 ไม่สามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีพร้อมกับคำให้การได้โดยจำเลยที่ 6 แสดงเหตุอันสมควรที่จำเลยที่ 6 ไม่สามารถยื่นคำร้องได้เนื่องจากจำเลยร่วมซึ่งเป็นผู้รับประกันขอตรวจสอบความเสียหายและเจรจากับโจทก์ทั้งสองก่อน จนกระทั่งจำเลยร่วมปฏิเสธไม่รับผิด จำเลยที่ 6 จึงยื่นคำร้องขอหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีภายหลังจากที่จำเลยที่ 6 ยื่นคำให้การแล้ว แต่เป็นระยะเวลาก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา และศาลชั้นต้นอนุญาตให้หมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดี คำร้องขอหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีของจำเลยที่ 6 จึงชอบด้วยกฎหมายตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3)

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกร่วมกันขนย้ายดินออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 16904 ตำบลพระโขนง อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร จนมีความสูงของพื้นดินระดับเดียวกับพื้นบ้านของโจทก์ทั้งสองตลอดทั้งแปลงหรือลดต่ำจากปัจจุบัน 2.30 เมตร ให้จำเลยทั้งหกร่วมกันใช้ค่าเสียหาย 70,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสองและให้จำเลยทั้งหกร่วมกันใช้ค่ารักษาพยาบาลแก่โจทก์ที่ 2 เดือนละ 20,000 บาท ค่ายาปีละ 400,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งหกจะซ่อมแซมบ้านให้แก่โจทก์ทั้งสองหรือใช้ค่าเสียหายดังกล่าวแก่โจทก์ทั้งสองแล้วเสร็จ จำเลยทั้งหกให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 6 ยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทมิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ จำกัด ผู้รับประกันภัยการก่อสร้างเข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 6 กับจำเลยร่วม ร่วมกันชำระเงิน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 11 เมษายน 2550) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยที่ 6 กับจำเลยร่วม ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยที่ 6 กับจำเลยร่วม ร่วมกันใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ทั้งสองชนะคดี ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองและจำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำหรับจำเลยที่ 6 และจำเลยร่วมด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยทั้งหกและจำเลยร่วมทั้งสองศาลให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า โจทก์ทั้งสองแต่งงานอยู่กินกันตามประเพณีตั้งแต่ปี 2537 จนถึงปัจจุบัน โจทก์ที่ 2 เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายชาตรี กับนางสุปราณี มีพี่น้องรวม 4 คน ประกอบด้วย โจทก์ที่ 2 นายประชิตพล นางกุนทรี และนางสาวณัฏฐินี เมื่อนายชาตรีถึงแก่ความตายโจทก์ที่ 2 และนางสาวณัฏฐินีเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล บ้านเลขที่ 110/4 ซอยสุขุมวิท 38 แขวงพระโขนง เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร นายชาตรีบิดาของโจทก์ที่ 2 เป็นผู้ขออนุญาตปลูกสร้างบนที่ดินโฉนดเลขที่ 72398 อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนายประชิตพลกับนางกุนทรีเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวม โดยได้รับการยกให้โดยเสน่หาจากนายชาตรีเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2529 โจทก์ที่ 2 มีชื่อเป็นเจ้าบ้านของบ้านเลขที่ 110/4 ส่วนนายชาตรีมีชื่อเป็นผู้อาศัย บนที่ดินโฉนดเลขที่ 72398 นอกจากมีบ้านเลขที่ 110/4 ปลูกอยู่แล้ว ยังมีบ้านเลขที่ 110/1 และ 110/5 ปลูกอยู่ในรั้วเดียวกัน โดยบ้านเลขที่ 110/4 กับ 110/5 เป็นบ้านแฝด จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 11700 อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 16904 อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร ที่ดินของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ดังกล่าวติดกับที่ดินของโจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 1 ประสงค์ที่จะจัดสวนในที่ดินของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้เป็นบริเวณเดียวกัน จำเลยที่ 1 ว่าจ้างจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ออกแบบการจัดสวนและสิ่งปลูกสร้าง โดยจำเลยที่ 3 ออกแบบสถาปัตยกรรมของบ่อเลี้ยงปลา ศาลาอเนกประสงค์ และป้อมยาม จำเลยที่ 4 ออกแบบโครงสร้างของสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดและระบบกำแพงกันดิน จำเลยที่ 5 ออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม จากนั้นจำเลยที่ 1 ว่าจ้างจำเลยที่ 6 ดำเนินการก่อสร้างตามแบบแปลนของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ก่อนดำเนินการก่อสร้างจำเลยที่ 6 ส่งตัวแทนเข้าไปตรวจสอบสภาพพื้นที่รวมทั้งบ้านของโจทก์ทั้งสองโดยถ่ายภาพไว้ จากนั้นได้ดำเนินการก่อสร้างโดยการปรับพื้นที่ที่จะใช้ก่อสร้าง จัดทำกำแพงกันดินเพื่อป้องกันการเลื่อนไถลหรือการเคลื่อนตัวของดินในชั้นใต้ดิน โดยกำแพงกันดินที่กำหนดขึ้นตามแบบของจำเลยที่ 4 เป็นกำแพงฐานรากยื่นหรือระบบกำแพงกันดินฐานรากตีนเป็ด การถมดินในช่วงแรกระดับความสูงจากพื้นประมาณ 1 เมตร หลังจากถมดินดังกล่าวเสร็จโจทก์ที่ 1 แจ้งแก่จำเลยที่ 6 ว่าบริเวณช่องว่างระหว่างกำแพงผนังห้องครัว รั้วของโจทก์ทั้งสอง รั้วของจำเลยที่ 1 และกำแพงกันดินมีน้ำซึมเข้ามา จำเลยที่ 6 ก่ออิฐปิดบริเวณดังกล่าวเพื่อป้องกันน้ำไม่ให้ซึมเข้ามา หลังจากนั้นมีการแก้ไขอีกครั้งโดยการรื้ออิฐดังกล่าวออกและใช้แผ่นสังกะสีครอบไว้แทน ต่อมามีการถมดินเพิ่มเติมจากช่วงแรกจนมีระดับความสูงจากพื้นดินประมาณ 2.30 เมตร โจทก์ที่ 1 แจ้งว่ามีรอยแตกร้าวบริเวณห้องครัวของโจทก์ทั้งสอง โจทก์ที่ 1 กับฝ่ายจำเลยจึงประชุมโดยมีข้อตกลงให้บริษัทอินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัล
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8906/2560 · ทนอย Thanoy