คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2552
ฎีกาที่ 891/2552
หลักกฎหมาย
จ. และ ก. มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทร่วมกันจึงมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาททุกตารางนิ้วร่วมกัน เมื่อผู้ร้องครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทส่วนของ จ. รวมทั้งที่ดินส่วนของ ก. ทั้งแปลงโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ จึงเป็นการครอบครองปรปักษ์ต่อที่ดินพิพาททั้งของ จ. และ ก. ด้วยตนเองโดยตรง เมื่อผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทส่วนของ จ. โดยการครอบครองปรปักษ์แล้ว ก็ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทส่วนของ ก. ด้วย มิใช่ว่าเมื่อได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทส่วนของ จ. แล้วจะเป็นการครอบครองที่ดินพิพาทส่วนของ ก. แทน ก. ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมเช่นเดียวกับ จ. ผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์รวมกันในโฉนดที่ดินด้วย
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนางพร ซึ่งเป็นบุตรของนายเซีย และนางปั้น นางจี่เป็นน้องสาวของนายเซีย นายเซียได้นางลิ้มเป็นภริยาอีกคนหนึ่ง โดยมีบุตรคือนางเกลียวนางจี่มีศักดิ์เป็นยายของผู้ร้อง นางเกลียวมีศักดิ์เป็นป้าของผู้ร้องนางจี่กับนางเกลียวเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 1068 ตำบลโพธิ์ชนไก่ (ที่ถูกโพชนไก่) อำเภอบางระจัน (สิงห์) จังหวัดสิงห์บุรี เนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 33 หมู่ที่ 9 ตำบลโพธิ์ชนไก่ อำเภอบางระจัน (สิงห์) จังหวัดสิงห์บุรี เมื่อเดือนเมษายน 2506 นายจี่กับนางเกลียวได้แสดงเจตนายกกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดให้แก่ผู้ร้อง โดยมอบโฉนดที่ดิน 1068 ให้ผู้ร้องเก็บรักษาไว้ แต่ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ร้อง บุคคลทั้งสองเสียชีวิตเสียก่อน ผู้ร้องเข้ายึดถือครอบครองดูแลรักษาผลประโยชน์โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 36 ปี โดยไม่มีผู้ใดมาโต้แย้งขัดขวาง ผู้ร้องจึงได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย ขอให้มีคำสั่งว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 1068 ตำบลโพธิ์ชนไก่ อำเภอบางระจัน (สิงห์) จังหวัดสิงห์บุรี เนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองปรปักษ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 และมีหนังสือแจ้งไปยังเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสิงห์บุรี ทำการแก้ไขทะเบียนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินมาเป็นของผู้ร้อง ผู้คัดค้านทั้งหกยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนางเกรียวหรือเกลียว ผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 6 เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนางเกลียว นางเกลียวถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2537 ที่ดินโฉนดเลขที่ 1068 เฉพาะส่วนของนางเกลียวตกเป็นของผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 6 ผู้ร้องไม่ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ผู้ร้องเพียงอาศัยสิทธิของนางจี่ซึ่งเป็นยายของผู้ร้องในการพยายามที่จะเข้ามาอาศัยในที่ดินตั้งแต่ปี 2506 ผู้ร้องประสงค์จะซื้อที่ดินส่วนของนางเกลียว แต่ตกลงกันไม่ได้ นางเกลียวไม่เคยยกที่ดินให้แก่ผู้ร้อง ที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างนางจี่กับนางเกลียวโดยยังมิได้มีการแบ่งเป็นสัดส่วน ผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 6 ได้ปกครองดูแลที่ดินร่วมกับทายาทของนางจี่ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ขอให้ยกคำร้องขอ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 1068 ตำบลโพชนไก่ อำเภอบางระจัน (สิงห์) จังหวัดสิงห์บุรี เฉพาะส่วนของนางจี่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองปกปักษ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 คำขออื่นให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ผู้คัดค้าน 6 ถึงแก่กรรม นางสาวนันทิยายื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งอนุญาต ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้ผู้ร้องใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,000 บาท แทนผู้คัดค้านทั้งหก ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า นางจี่และนางเกรียวหรือเกลียว ซึ่งมีศักดิ์เป็นยายและป้าของผู้ร้องเป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์รวมในโฉนดที่ดินเลขที่ 1068 ตำบลโพชนไก่ อำเภอบางระจัน (สิงห์) จังหวัดสุพรรณบุรี เนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวา ตามโฉนดที่ดินเลขที่เอกสารหมาย ร.6 นางจี่ได้ยกที่ดินส่วนของตนให้แก่ผู้ร้อง และผู้ร้องได้ครอบครองที่ดินส่วนของนางจี่โดยความสงบ เปิดเผยและด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 10 ปี จนได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนของนางเกลียวโดยการครอบครองปรปักษ์ด้วยหรือไม่ ผู้ร้องมีตัวผู้ร้องเบิกความว่า เมื่อประมาณปี 2506 นางจี่และนางเกลียวปรึกษากันเห็นว่าผู้ร้องไม่มีบิดามารดา แต่มีการศึกษาพอสมควรน่าจะรักษาทรัพย์สมบัติไว้ได้นางจี่และนางเกลียวจึงยกที่ดินและมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องได้ไปปรึกษาเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสิงห์บุรีแล้วเจ้าหน้าที่แนะนำว่าหากจดทะเบียนเป็นยกให้ ผู้ยกให้อาจจะเรียกคืนได้ในภายหลัง และแนะนำให้ทำเป็นเรื่องซื้อขาย ผู้ร้องจึงได้นำแบบพิมพ์จากสำนักงานที่ดินไปให้นางจี่และนางเกลียวลงชื่อมอบอำนาจให้ผู้ร้องจดทะเบียนขายที่ดินให้แก่ผู้ร้องตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.8 และ จ.9 ผู้ร้องได้ไปติดต่อที่สำนักงานที่ดิน ทางสำนักงานที่ดินให้ผู้ร้องไปเอาหนังสือให้ความยินยอมของนายสดสามีของนางเกลียวมาแสดง ผู้ร้องให้นายสดลงลายมือชื่อให้ความยินยอมตามหนังสือให้ความยินยอมเอกสารหมาย จ.10 แล้วนำไปแสดงต่อสำนักงานที่ดิน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ผู้ร้องนำสูติบัตรของผู้ร้องมาแสดงนางจี่บอกว่าผู้ร้องไม่มีใบสูติบัตร ผู้ร้องจึงไม่สามารถดำเนินการจดทะเบียนซื้อขายที่ดินดั
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง