คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2550
ฎีกาที่ 8971/2550
หลักกฎหมาย
จำเลยที่ 1 ได้ให้ข้อมูลสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานสอบสวนตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 100/2 ซึ่งบทมาตราดังกล่าวแม้จะให้ศาลมีอำนาจที่จะลงโทษผู้กระทำความผิดนั้นน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นได้ก็ตาม แต่ก็เป็นดุลพินิจของศาลที่จะไม่ลงโทษผู้กระทำความผิดนั้นให้น้อยกว่าอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ก็ได้
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 58, 83, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง บวกโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 8525/2542 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษของจำเลยที่ 2 ด้วย จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว จำเลยที่ 2 ขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ จำเลยที่ 3 ขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่ว่าเมทแอมเฟตามีนจำนวน 10,000 เม็ด เป็นของจำเลยที่ 3 ส่วนอีก 600 เม็ด ไม่ใช่ของจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษไว้ตามฟ้องโจทก์จริง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83 ความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนซึ่งมีปริมาณสารบริสุทธิ์เกิน 100 กรัม โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นโทษที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยทั้งสามตลอดชีวิต จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้จำเลยที่ 1 หนึ่งในสาม ลดโทษให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีกำหนดคนละ 25 ปี บวกโทษจำคุก 1 ปี ของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 8525/2542 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 เป็นจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 26 ปี ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนซึ่งมีปริมาณสารบริสุทธิ์เกิน 100 กรัม ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคสอง (เดิม) ลงโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 ตลอดชีวิต ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นกระทงหนึ่ง จำเลยที่ 1 และที่ 3 ยังมีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีปริมาณสารบริสุทธิ์ตั้งแต่ 375 มิลลิกรัม แต่ไม่เกิน 20 กรัม ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม, 66 วรรคสอง (ที่แก้ไขใหม่) อีกกระทงหนึ่ง จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละ 15 ปี ลดโทษให้จำเลยที่ 1 กระทงละหนึ่งในสามและลดโทษให้จำเลยที่ 3 กระทงละกึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยที่ 1 กระทงแรก 33 ปี 4 เดือน กระทงที่สอง 10 ปี รวม 2 กระทง จำคุก 43 ปี 4 เดือน จำคุกจำเลยที่ 3 กระทงแรก 25 ปี กระทงที่สอง 7 ปี 6 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 32 ปี 6 เดือน สำหรับโทษและกำหนดโทษของจำเลยที่ 2 และนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์มีพันตำรวจโทชูเกียรติและจ่าสิบตำรวจณัฐพลเป็นประจักษ์พยานต่างเบิกความทำนองเดียวกันว่า หลังจากจับจำเลยที่ 2 พร้อมด้วยเมทแอมเฟตามีนของกลาง 10,000 เม็ด แล้ว พันตำรวจโทชูเกียรติสอบถามจำเลยที่ 2 เกี่ยวกับเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวแล้ว จำเลยที่ 2 บอกว่าจำเลยที่ 1 ให้นำเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวมาส่ง จำเลยที่ 1 อยู่ที่บ้าน (เกิดเหตุ) พันตำรวจโทชูเกียรติขอให้จำเลยที่ 2 พาไปที่บ้านจำเลยที่ 1 ดังกล่าว จำเลยที่ 2 ตกลง พันตำรวจโทชูเกียรติใช้โทรศัพท์แจ้งให้เจ้าพนักงานของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดที่รออยู่ที่สนามกีฬาการท่าเรือแห่งประเทศไทยตามไปสมทบที่บ้านจำเลยที่ 1 เมื่อพยานทั้งสองกับพวกและจำเลยที่ 2 ไปถึงบ้านจำเลยที่ 1 พบจำเลยที่ 1 และที่ 3 อยู่ด้วยกัน จึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานขอตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนของกลาง 600 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีฟ้า 3 ถุง พันด้วยเทปสีดำแปะไว้ที่ด้านหลังโต๊ะเครื่องแป้งภายในบ้าน จำเลยที่ 1 รับว่าจำเลยที่ 3 นำเมทแอมเฟตามีนทั้งหมดมาขายให้จำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 3 รับว่านำเมทแอมเฟตามีนมาจากชายไม่ทราบชื่อซึ่งพักอยู่บริเวณย่านลาดพร้าว พันตำรวจโทชูเกียรติแจ้งข้อหาจำเลยทั้งสามว่า ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ พยานทั้งสองกับพวกนำจำเลยทั้งสามไปที่กองบังคับการตำรวจน้ำ ทำบันทึกการจับกุมให้จำเลยทั้งสามลงลายมือชื่อ จำเลยทั้งสามยังได้เขียนบันทึกคำรับสารภ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง