คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2543
ฎีกาที่ 9021/2543
หลักกฎหมาย
จำเลยที่ 1 ทำสัญญาแต่งตั้งให้จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนการให้บริการของสายการเดินเรือของจำเลยที่ 1 ในประเทศไทย ใบตราส่งที่จำเลยที่ 2ออกให้แก่โจทก์เพื่อเป็นหลักฐานแห่งสัญญารับขนสินค้าทางทะเลระบุว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ขนส่ง อันเป็นการออกใบตราส่งในนามของจำเลยที่ 1การดำเนินการของจำเลยที่ 2 เกี่ยวกับการรับขนสินค้ามีเพียงการจัดเตรียมตู้คอนเทนเนอร์ให้โจทก์นำไปบรรจุสินค้าและรับมอบตู้คอนเทนเนอร์นำไปบรรทุกลงเรือของจำเลยที่ 1 โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้ทำการขนส่งสินค้าทางทะเลช่วงระยะทางช่วงหนึ่งช่วงใด จำเลยที่ 2 จึงเป็นเพียงบุคคลซึ่งได้รับมอบอำนาจให้เป็นตัวแทนจำเลยที่ 1 ผู้ขนส่งในการดำเนินงานอันเกี่ยวกับธุรกิจเนื่องจากการรับขนของทางทะเลเท่านั้นหาใช่ผู้ขนส่งหรือผู้ขนส่งอื่นไม่ จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ในการตกลงซื้อขายสินค้า คู่สัญญาย่อมมีสิทธิตกลงเงื่อนไขการส่งมอบและเงื่อนไขในการโอนกรรมสิทธิ์แก่กันได้ แม้ตามใบกำกับสินค้าจะระบุราคาสินค้ารวมค่าระวางหรือซีแอนด์เอฟซึ่งถือว่ากรรมสิทธิ์ในสินค้าโอนไปยังผู้ซื้อเมื่อมีการนำสินค้าพ้นกราบเรือที่ท่าเรือบรรทุกสินค้าขึ้นก็ตามแต่เมื่อการซื้อขายดังกล่าวมีการตกลงกันตามธรรมเนียมการซื้อขายผลไม้สดโดยโจทก์ผู้ขายจะต้องส่งสินค้าให้ผู้ซื้อได้ตรวจคุณภาพจนพอใจแล้ว ผู้ซื้อจึงตกลงรับซื้อและชำระราคาให้ ดังนั้น เมื่อสินค้าเสียหายในระหว่างการขนส่งจนผู้ซื้อไม่ยอมรับซื้อและชำระราคาโจทก์ในฐานะผู้ส่งซึ่งเป็นคู่สัญญารับขนของทางทะเล ย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องร้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดได้ตามสัญญารับขนของทางทะเลนั้น โจทก์เพียงส่งมอบใบตราส่งให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวแทนจำเลยที่ 1เท่านั้นยังไม่ได้โอนใบตราส่งไปยังผู้ซื้อ แม้ผู้ซื้อจะได้เรียกร้องให้ตัวแทนของจำเลยที่ 1 ส่งมอบตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งบรรจุสินค้าให้แก่ผู้ซื้อแล้วก็ตามสิทธิทั้งหลายของโจทก์ในฐานะผู้ส่งอันเกิดแต่สัญญารับขนของทางทะเลก็ยังหาได้โอนไปยังผู้ซื้อหรือผู้รับตราส่งไม่ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดค่าเสียหายที่เกิดขึ้นในระหว่างที่สินค้าอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 1 ได้ตามพระราชบัญญัติการรับของทางทะเลฯ มาตรา 39 ใบตราส่งสินค้าระบุว่าสินค้าที่ขนส่งเป็นทุเรียนสดจำนวน 1,200 หีบห่อ อันเป็นการระบุจำนวนและลักษณะของหน่วยการขนส่งที่รวมกันนั้นไว้ในใบตราส่ง ดังนี้ ต้องถือว่าสินค้าที่ขนส่งมีจำนวนหน่วยการขนส่ง 1,200 หน่วยตามพระราชบัญญัติการรับของทางทะเลฯมาตรา 59(1) มิใช่ 1 ตู้คอนเทนเนอร์เป็น 1 หน่วยการขนส่ง
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 3พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 39พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 59
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ว่าจ้างจำเลยทั้งสองให้เป็นผู้ขนส่งสินค้าทุเรียนสดของโจทก์จากท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อนำไปส่งให้แก่บริษัทกลิทเทอร์ เจมเอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้ซื้อที่เมืองเกาซุงไต้หวัน โดยบริษัทดังกล่าวเป็นผู้ซื้อสินค้านี้จากโจทก์ ซึ่งมีข้อตกลงว่าผู้ซื้อจะตรวจสอบสินค้าก่อน ถ้าสินค้ามีคุณภาพดีจึงจะรับมอบและชำระราคาซึ่งเป็นราคาขายส่งมอบที่เมืองเกาซุงคิดเป็นเงินรวม 28,800ดอลลาร์สหรัฐ จำเลยที่ 2 ได้นำตู้คอนเทนเนอร์แบบตู้ห้องเย็นขนาด40 ฟุต หมายเลขโอโอแอลยู 5901945 มามอบแก่โจทก์ วันที่ 30เมษายน 2541 โจทก์ได้บรรจุสินค้าดังกล่าวเข้าตู้คอนเทนเนอร์ ส่งมอบแก่จำเลยที่ 2 พร้อมเอกสารกำกับสินค้าที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรีและวันที่ 1 พฤษภาคม 2541 จำเลยทั้งสองได้นำตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าดังกล่าวบรรทุกบนเรือ เอ็นวายเค ซันไรส์ เที่ยวเรือที่ 069 อี ที่ท่าเรือแหลมฉบัง แล้วจำเลยที่ 2 ได้ออกใบตราส่งเลขที่โอโอแอลยู 65106886ให้แก่โจทก์ ก่อนที่เรือจะเดินทางไปถึงเมืองท่าเกาซุงซึ่งเป็นเมืองท่าปลายทาง โจทก์ได้ส่งมอบต้นฉบับใบตราส่งให้จำเลยที่ 2 ที่กรุงเทพมหานครเพื่อให้จำเลยที่ 2 มีหนังสือแจ้งไปยังตัวแทนที่ไต้หวันให้ส่งมอบสินค้าแก่ผู้รับตราส่งได้โดยไม่ต้องนำต้นฉบับใบตราส่งไปแสดงที่เมืองท่าปลายทางเพื่อให้ผู้รับตราส่งไปรับสินค้าออกมาตรวจสอบก่อนได้ วันที่ 6 พฤษภาคม2541 เรือเอ็นวายเค ซันไรส์ เดินทางถึงเมืองท่าเกาซุง บริษัทกลิทเทอร์ เจมเอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้สั่งซื้อ ได้ตรวจสอบสินค้าพบว่าสินค้าตามฟ้องทั้งหมดได้รับความเสียหาย เนื่องจากความผิดพลาดในการควบคุมอุณหภูมิภายในตู้คอนเทนเนอร์ จึงไม่รับสินค้า และสินค้าดังกล่าวถูกนำไปเผาทำลายภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ศุลกากร โจทก์จึงมีหนังสือเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าราคาสินค้าที่ตกลงซื้อขายกันจำนวน28,800 ดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นเงินบาทในขณะยื่นฟ้องเป็นเงินจำนวน1,083,744 บาท จำเลยทั้งสองปฏิเสธ โจทก์จึงมีหนังสือบอกกล่าวทวงถามไปยังจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่สินค้าเสียหายถึงวันฟ้องรวมเป็นเงินจำนวน1,163,895 บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน1,083,744 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เนื่องจากกรรมสิทธิ์ในสินค้าตามฟ้องตกแก่บริษัทกลิทเทอร์ เจม เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้ซื้อซึ่งเป็นผู้รับมอบสินค้า โจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหาย จำเลยที่ 1 และที่ 2 มิใช่ผู้ขนส่งหรือผู้ขนส่งอื่น เนื่องจากจำเลยที่ 2 เป็นเพียงตัวแทนของจำเลยที่ 1มีหน้าที่ในการทำพิธีการเรือของเรือเอ็นวายเค ซันไรส์ การส่งมอบของแก่ผู้รับตราส่ง การขนส่งสินค้ารายนี้เป็นการขนส่งแบบ CY/CY ซึ่งโจทก์ผู้ส่งมีหน้าที่ตรวจสภาพของตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งรวมถึงการควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในสภาพเหมาะสมกับสภาพสินค้าที่จะส่งและมีหน้าที่บรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์เอง เมื่อจำเลยที่ 1 ผู้ขนส่งได้ส่งมอบตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งบรรจุสินค้าตามฟ้องในสภาพเรียบร้อยและเครื่องทำความเย็นสามารถใช้การได้ดีให้แก่การท่าเรือเกาซุงซึ่งเป็นท่าเรือปลายทาง ความเสียหายของสินค้าจึงไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผู้ขนส่งไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ตามที่โจทก์กล่าวอ้าง การขนส่งสินค้าทุเรียนสด ผู้ส่งจะต้องทำการลดอุณหภูมิความร้อนในผลทุเรียนที่เรียกว่า "PRE-COOL" ให้หมดไปก่อนที่จะทำการบรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์ แต่โจทก์ได้บรรจุสินค้าดังกล่าวเข้าตู้คอนเทนเนอร์โดยไม่ทำการลดอุณหภูมิก่อน สินค้าทุเรียนจึงคายความร้อนและทำให้เกิดความเสียหายขึ้น จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิด หากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต้องรับผิดก็ไม่เกิน 10,000 บาท เนื่องจากสินค้ามีเพียง 1 ตู้คอนเทนเนอร์หรือไม่เกิน 360,000 บาท เนื่องจากสินค้าตามฟ้องมีน้ำหนัก 12,000 กิโลกรัม ขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 360,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 360,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 30 เมษายน 2542)เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ มีสำนักงานอยู่ที่เมืองฮ่องกง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนประกอบธุรกิจรับขนส่งสินค้าทางทะเลโดยมีจำเลยที่ 2 เป็นสำนักงานสาขาในประเทศไทย ประมาณต้นเดือนพฤษภาคม 2541 บริษัทกลิทเทอร์ เจมเอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด อยู่ที่ไต้หวันได้สั่งซื้อสินค้าทุเร
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง