ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2543

ฎีกาที่ 9023/2543

หลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนทำสัญญาแทนจำเลยที่ 2 ตัวการซึ่งอยู่และมีภูมิลำเนาในต่างประเทศ จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดตามสัญญารับขนของทางทะเลต่อบริษัท ค. ซึ่งเป็นผู้ส่งของส่วนพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเลฯ มาตรา 3 เพียงแต่ไม่ถือว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ขนส่งอื่นเท่านั้นไม่มีบทบัญญัติใดยกเว้นความรับผิดของตัวแทนที่ทำสัญญาแทนตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาในต่างประเทศ เมื่อสินค้าได้รับความเสียหายเพียง 38 เปอร์เซ็นต์ แต่โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้บริษัท ค. ซึ่งเป็นผู้ส่งของไป 50 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าโจทก์ใช้ค่าสินไหมทดแทนเกินกว่าความเสียหายที่แท้จริงที่ผู้เอาประกันภัยได้รับ โจทก์จึงรับช่วงสิทธิมาเป็นจำนวน 38 เปอร์เซ็นต์ตามความเสียหายที่ผู้เอาประกันภัยได้รับอย่างแท้จริงเท่านั้น

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 1,320,615.07บาท และร่วมกันชำระดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ในเงินต้น 1,244,175 บาทนับจากวันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ร่วมกันชำระเงิน 920,876.33 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2539ไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2ประการแรกว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นผู้ขนส่งหรือผู้ขนส่งอื่นหรือไม่ และจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนทำสัญญาแทนจำเลยที่ 2 ตัวการซึ่งอยู่และมีภูมิลำเนาในต่างประเทศหรือไม่ นางสาวศศิวิมล เจริญทรัพย์ เบิกความตอบทนายโจทก์ซักถามว่า ผู้เอาประกันภัยได้ว่าจ้างจำเลยให้เป็นผู้ขนส่งสินค้าพิพาท โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดหาภาชนะบรรจุด้วย ตู้สินค้าที่จะใช้บรรจุต้องใช้ตู้เย็นชนิดแช่แข็ง ใช้อุณหภูมิไม่สูงกว่าลบ 18 องศาเซลเซียส นายปกรณ์ อังสพัทธ์เบิกความตอบทนายโจทก์ซักถามว่า พยานทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดต่างประเทศของบริษัทคิงฟิชเชอร์ โฮลดิ้งส์ จำกัด ก่อนส่งออกสินค้า บริษัทของพยานจะแจ้งไปยังบริษัทเอ็น.วาย.เค (ประเทศไทย) จำกัดแล้วบริษัทเอ็น.วาย.เค (ประเทศไทย) จำกัด ก็จัดตู้สินค้ามาให้บริษัทพยานนายพีรัตน์ เก้าเอี้ยน ซึ่งเป็นพนักงานของจำเลยที่ 1 ตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า การขนส่งสินค้าพิพาทเป็นการขนส่งตามเงื่อนไข CY/CY ตู้สินค้าดังกล่าวเป็นตู้สินค้าของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนเรือของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 ยินยอมให้จำเลยที่ 1 นำตู้สินค้ามาใช้ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเห็นว่า ใบตราส่งเอกสารหมาย จ.4 เป็นแบบพิมพ์ของจำเลยที่ 2 โดยระบุว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้ขนส่งทั้งนายพีรัตน์พยานจำเลยที่ 1 ก็เบิกความยืนยันว่าตู้สินค้าเป็นของจำเลยที่ 2 จึงฟังประกอบกับเอกสารหมาย จ.4 ได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้ขนส่งสินค้ารายนี้ ส่วนจำเลยที่ 1ปรากฏตามใบตราส่งเอกสารหมาย จ.4 ด้านล่างระบุว่าบริษัทนิปปอน ยูเซ็นไกชา จำกัด (หมายถึงจำเลยที่ 2) เพื่อบริษัทเอ็น.วาย.เค ชิปปิ้ง เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด (หมายถึงจำเลยที่ 1) ในฐานะตัวแทนของสายการเดินเรือเอ็น.วาย.เค ไลน์ จำกัด จึงแสดงว่าจำเลยที่ 1 เป็นเพียงตัวแทนของจำเลยที่ 2 เท่านั้น มิได้เป็นผู้ขนส่งหรือผู้ขนส่งอื่นเมื่อปรากฏจากคำเบิกความของนางสาวศศิวิมลว่าจำเลยที่ 2 ตั้งอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น และได้ความจากนายปกรณ์ว่าจำเลยที่ 1 ได้ออกใบตราส่งให้แก่ผู้ส่งของและด้านหลังของใบตราส่งมีตราประทับของจำเลยที่ 1 ไว้ด้วย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนทำสัญญาแทนจำเลยที่ 2 ตัวการซึ่งอยู่และมีภูมิลำเนาในต่างประเทศจริง จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงต้องรับผิดตามสัญญารับขนของทางทะเลต่อบริษัทคิงฟิชเชอร์ โฮลดิ้งส์ จำกัดซึ่งเป็นผู้ส่งของ เมื่อโจทก์ได้ใช้ค่าเสียหายให้บริษัทคิงฟิชเชอร์ โฮลดิ้งส์จำกัด แล้วโจทก์จึงรับช่วงสิทธิจากบริษัทดังกล่าวมาดำเนินการกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ และจำเลยที่ 1 ที่ 2 ต้องรับผิดต่อโจทก์ ส่วนที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 ถึงแม้จำเลยที่ 1จะเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศก็ตาม เพราะข้อความแห่งสัญญาแย้งกับความรับผิดของตัวแทนนั้น เห็นว่า ข้อความในใบตราส่งเอกสารหมาย จ.4มิได้มีข้อความยกเว้นความรับผิดของจำเลยที่ 1 ไว้ จำเลยที่ 1จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ ส่วนที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่า ตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 ได้บัญญัติยกเว้นความรับผิดของตัวแทนเรือหรือตัวแทนผู้ขนส่งไว้ จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดนั้น เห็นว่าตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 3 เพียงแต่ไม่ถือว่าจำเลยที่ 1เป็นผู้ขนส่งอื่นเท่านั้นไม่มีบทบัญญัติใดยกเว้นความรับผิดของตัวแทนที่ทำสัญญาแทนตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศ และมีภูมิลำเนาในต่างประเทศดังที่จำเลยที่ 1 อ้าง และที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ว่า ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 7มิได้บัญญัติให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศมีอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 ดังนั้น จึงถือว่าศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาพิพากษาคดีเกินกว่าอำนาจที่กฎหมายกำหนดให้นั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติไว้ว่า มาตรา 7ศาล
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9023/2543 · ทนอย Thanoy