ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2561

ฎีกาที่ 915/2561

หลักกฎหมาย

จำเลยแบ่งพื้นที่บางส่วนภายในห้างสรรพสินค้าให้ธนาคาร ธ. เช่าประกอบกิจการธนาคารเพื่อเป็นการจูงใจลูกค้าให้มาใช้บริการห้างสรรพสินค้าของจำเลย ถือได้ว่าผู้เอาประกันภัยของโจทก์ที่เข้าไปใช้บริการธนาคาร ธ. เป็นลูกค้าที่มาใช้บริการของห้างสรรพสินค้าจำเลยด้วย การที่จำเลยซึ่งประกอบธุรกิจห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่จำหน่ายสินค้าและให้บริการ จำเลยต้องให้ความสำคัญด้านบริการ ทั้งเรื่องสินค้า ความปลอดภัยและความสะดวกสบายเพื่อสร้างความพึงพอใจ เป็นแรงจูงใจให้ลูกค้ามาซื้อสินค้าและใช้บริการ โดยเฉพาะการบริการเกี่ยวกับสถานที่จอดรถที่กว้างขวางมีปริมาณเพียงพอ ย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าในการใช้บริการห้างสรรพสินค้าของจำเลย ดังนั้น จำเลยย่อมมีหน้าที่จัดการดูแลรักษาความปลอดภัยทรัพย์สินของผู้มาซื้อสินค้าหรือใช้บริการในห้างสรรพสินค้าของจำเลย เมื่อจำเลยมิได้จัดให้มีพนักงานรักษาความปลอดภัยคอยแจกบัตรและควบคุมดูแลการเข้าออกของรถยนต์ลูกค้า เป็นการเปิดโอกาสให้คนร้ายเข้ามาลักรถยนต์ของผู้เอาประกันภัย จึงถือว่าจำเลยกระทำโดยประมาทปราศจากความระมัดระวัง ถือว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อผู้เอาประกันภัย โจทก์จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับประโยชน์ไปแล้ว โจทก์จึงรับช่วงสิทธิจากผู้เอาประกันภัยฟ้องไล่เบี้ยจากจำเลยได้ จำเลยทำประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกไว้กับจำเลยร่วม ซึ่งตามกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าว ระบุความรับผิดในเรื่องผลกระทบจากผู้มาเยือนและยานพาหนะในข้อ 4.8 ว่า ความเสียหายต่อทรัพย์ครอบครองโดยกรรมการ ผู้มาเยือนหรือลูกจ้างของผู้เอาประกันภัยซึ่งความเสียหายดังกล่าวรวมถึงความสูญหายด้วย การที่รถยนต์ของลูกค้าสูญหายในบริเวณพื้นที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าแม้จะเกิดจากการกระทำของบุคคลภายนอกแต่จำเลยในฐานะผู้เอาประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกต้องรับผิดในความสูญหาย จำเลยร่วมในฐานะผู้รับประกันภัยจึงต้องร่วมรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัย

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงิน 486,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 480,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องขอให้หมายเรียกบริษัทไทยศรีประกันภัย จำกัด (มหาชน) เข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จำเลยร่วมให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 486,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 480,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 15 มกราคม 2557) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยร่วม จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน แต่ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นระหว่างโจทก์และจำเลยร่วมและระหว่างจำเลยและจำเลยร่วมให้เป็นพับ และค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันฟังได้ว่า นายภูเบศน์ เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์ หมายเลขทะเบียน ฒฐ 3517 กรุงเทพมหานคร จากธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวไว้จากนายภูเบศน์ โดยมีธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ผู้ให้เช่าซื้อเป็นผู้รับประโยชน์ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2556 นายภูเบศน์ ขับรถยนต์คันดังกล่าวไปจอดบริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาบางพลี ของจำเลยแล้วเข้าไปใช้บริการที่ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) สาขาบิ๊กซี ผู้เช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้าของจำเลย เมื่อนายภูเบศน์กลับมาที่ลานจอดรถปรากฏว่ารถยนต์ที่จอดไว้สูญหายโดยคนร้ายลักเอาไป ต่อมาวันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 โจทก์ได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีรถยนต์สูญหายให้แก่ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยเป็นเงิน 480,000 บาท จำเลยเอาประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกไว้กับจำเลยร่วม คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยประการแรกที่ต้องวินิจฉัยว่า การที่ผู้เอาประกันภัยขับรถยนต์เข้าไปจอดในบริเวณที่จอดรถของห้างสรรพสินค้าของจำเลยและเข้าไปใช้บริการที่ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ซึ่งเช่าพื้นที่ห้างสรรพสินค้าของจำเลยเป็นการเข้าไปใช้บริการภายในห้างสรรพสินค้าของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าธนาคารธนชาต (จำกัด) มหาชน เช่าพื้นที่ภายในห้างสรรพสินค้าของจำเลย เพื่อประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ และวันที่ 25 สิงหาคม 2556 นายภูเบศน์ ผู้เอาประกันภัยขับรถยนต์เข้ามาจอดที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าของจำเลยและเข้าไปทำธุรกรรมทางการเงินโดยชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์กับธนาคารดังกล่าวนั้น เห็นว่าพื้นที่ห้างสรรพสินค้าดังกล่าวนอกจากจะเป็นกิจการค้าปลีกของห้างสรรพสินค้าของจำเลยแล้ว จำเลยยังแบ่งพื้นที่บางส่วนภายในห้างสรรพสินค้าเพื่อให้ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) เช่าเพื่อประกอบกิจการธนาคารเพื่อเป็นการจูงใจลูกค้าให้มาใช้บริการห้างสรรพสินค้าของจำเลย ถือได้ว่านายภูเบศน์ผู้เอาประกันภัยเป็นลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการของห้างสรรพสินค้าของจำเลยด้วย เพราะห้างสรรพสินค้าของจำเลยได้ประโยชน์จากการเปิดพื้นที่ให้ธนาคารดังกล่าวเช่าอันเป็นการจูงใจให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการภายในห้างสรรพสินค้าของจำเลยเพิ่มขึ้น ดังนั้น การที่นายภูเบศน์ผู้เอาประกันภัยขับรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยไว้เข้ามาจอดในบริเวณที่จอดรถของจำเลยและเข้าไปใช้บริการที่ธนาคารดังกล่าว จึงถือได้ว่านายภูเบศน์ผู้เอาประกันภัยนั้นเป็นลูกค้ามาใช้บริการห้างสรรพสินค้าของจำเลยด้วย คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยต่อไปว่า จำเลยจะต้องรับผิดแก่ผู้เอาประกันภัยและโจทก์ผู้รับประกันภัยหรือไม่ โดยที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมิได้กระทำละเมิดเพราะไม่มีนิติสัมพันธ์ในการรับฝากรถของผู้เอาประกันภัยก็ดีและไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายหน้าที่ตามสัญญาหรือหน้าที่อันเกิดจากการกระทำครั้งก่อนที่จะต้องดูแลรถยนต์ของผู้เอาประกันภัยที่นำเข้ามาจอดที่ห้างสรรพสินค้าของจำเลยและใช้บริการเพื่อป้องกันมิให้มีคนร้ายเข้ามาลักรถยนต์ของผู้เอาประกันภัย สำหรับการที่จำเลยต้องจัดสร้างที่จอดรถให้แก่ลูกค้านั้นเป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของอาคารไม่มีหน้าที่ต้องดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ทรัพย์สินรวมถึงรถยนต์ที่เข้ามาจอดที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าของจำเลย ดังนั้นแม้จำเลยมิได้จัดให้มีพนักงานรักษาความปลอดภัยมาคอยดูแลรถยนต์ของผู้เอาประกันภัยและมีคนร้ายเข้ามาลักรถยนต์ของผู้เอาประกันภัยไป ก็ไม่ถือว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อผู้เอาประกันภัย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อผู้เอาประกันภัยและโจทก์ผู้รับประกันภัยด้วย นั้น เห็นว่า การที่จำเลยซึ่งประกอบธุรกิจห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ จำหน่ายสินค้าและให้บริการจำเลยต้องให้ความสำคัญด้านบริการ ทั้งเรื่องสินค้า ความปลอดภัยและความสะดวกส
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 915/2561 · ทนอย Thanoy