ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2560

ฎีกาที่ 9191/2560

หลักกฎหมาย

เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่าเงินพิพาทเป็นเงินที่ผู้ถือหุ้นชำระค่าหุ้นตามจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละคนถือหุ้นของโจทก์ที่ 1 เงินพิพาทจึงถือเป็นเงินทุนของโจทก์ที่ 1 มิใช่เงินส่วนตัวของโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 41 ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น เมื่อโจทก์ที่ 1 จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด แล้ว การจัดการบริษัท ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับผู้ถือหุ้นและกรรมการ ต้องบังคับตาม ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 22 หมวด 4 ว่าด้วยบริษัทจำกัด เมื่อโจทก์ที่ 1 ใช้สิทธิฟ้องร้องจำเลยในฐานะกรรมการที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท โดยให้จำเลยปิดบัญชีหรือร่วมกันกับผู้มีอำนาจอื่นปิดบัญชีเงินฝากธนาคารและส่งมอบแคชเชียร์เช็คพร้อมส่งมอบ เงินพิพาทหรือชำระเงินแก่โจทก์ที่ 1 แล้ว โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 41 ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น จึงไม่ใช่บุคคลที่ถูกโต้แย้งสิทธิตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 และมิใช่กรณีที่บริษัทไม่ยอมฟ้องร้อง อันจะเป็นเหตุให้ผู้ถือหุ้นต้องฟ้องแทน หรือฟ้องเพื่อประโยชน์ของบริษัท ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1169 วรรคหนึ่ง โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 41 จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความไม่ได้ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยแก้ไขให้ถูกต้องได้

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ทั้ง 41 คน ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินส่วนหนึ่งของค่าก่อสร้างให้แก่โจทก์ที่ 1 ตามสัดส่วนหุ้นที่จำเลยถืออยู่จำนวน 850 หุ้น คิดเป็นร้อยละประมาณ 2.855 ของเงินทั้งหมดที่มีอยู่ในทุกบัญชี หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา ให้จำเลยกับโจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 8 และนายอดุลย์ร่วมกันปิดบัญชีเงินฝากทั้งหมดทุกบัญชีและนำเงินส่งมอบให้แก่โจทก์ที่ 1 หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา ให้จำเลยปิดบัญชีและเบิกถอนเงินในบัญชีเงินฝากประจำธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสี่กั๊กพระยาศรี บัญชีเลขที่ 121-3-041xx-x ซึ่งมีอยู่ในนามของจำเลยและนำเงินส่งมอบให้แก่โจทก์ที่ 1 หรือให้ชำระเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ที่ 1 หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา และให้จำเลยนำเช็คเงินสดหรือแคชเชียร์เช็คเดินทางไปพร้อมกับโจทก์ที่ 8 และนายอดุลย์ (ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเกียรติ) เพื่อลงนามร่วมกันเบิกถอนเงินสดตามแคชเชียร์เช็คและนำเงินส่งมอบให้แก่โจทก์ที่ 1 หรือให้ชำระเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ที่ 1 หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยปิดบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) สาขาเสาชิงช้า บัญชีเงินฝากประจำ บัญชีเลขที่ 159-2-019xx-x และบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เลขที่ 159-2-036xx-x ชื่อบัญชี "ทิพย์วารี" บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาพาหุรัด ประเภทเงินฝากออมทรัพย์ บัญชีเลขที่ 104-0-332xx-x ชื่อบัญชี "ทิพย์วารี" บัญชีเงินฝากของธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสี่กั๊กพระยาศรี ประเภทเงินฝากประจำ บัญชีเลขที่ 121-3-041xx-x ชื่อบัญชี จำเลยและ/หรือนายเกียรติ หรือนายอุดม ในส่วนของจำเลย หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาให้จำเลยส่งมอบเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ที่ 1 และให้จำเลยส่งมอบแคชเชียร์เช็คของธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) เช็คเลขที่ 0200xxx ฉบับลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2548 จำนวนเงิน 5,030,270.05 บาท แก่โจทก์ที่ 1 และให้ร่วมกับนายอดุลย์ ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเกียรติ กับโจทก์ที่ 8 เบิกถอนเงินแล้วนำเงินส่งมอบให้แก่โจทก์ที่ 1 หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 100,000 บาท ให้ยกฟ้อง โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 41 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 41 กับจำเลยให้เป็นพับคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ทั้ง 41 คน และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ยกฟ้องโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 41 ให้จำเลยปิดบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเสาชิงช้า ประเภทเงินฝากออมทรัพย์ บัญชีเลขที่ 159-1-036xx-x ชื่อบัญชี "ทิพย์วารี" และให้จำเลยส่งมอบแคชเชียร์เช็คของธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) เลขที่ 0200xxx ฉบับลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2548 จำนวนเงิน 5,030,270.05 บาท แก่โจทก์ที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ทั้ง 41 คน โดยกำหนด ค่าทนายความ 50,000 บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยโจทก์ทั้ง 41 คน และจำเลยไม่โต้แย้งในชั้นฎีกาว่า เมื่อประมาณปี 2522 ผู้ประกอบการค้าในซอยทิพย์วารี ตลาดบ้านหม้อ ถนนบ้านหม้อ แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร รวมตัวจัดตั้งกลุ่มชื่อ "ชาวบ้านหม้อ (ทิพย์วารี) และจัดตั้งโจทก์ที่ 1 โดยจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีผู้ถือหุ้น 11 คน ทุนจดทะเบียน 550,000 บาท ต่อมาปี 2524 เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 29,775,000 บาท ปัจจุบันมีผู้ถือหุ้น 41 คน คือ โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 41 และจำเลย โดยจำเลยเป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการตั้งแต่เริ่มตั้งโจทก์ที่ 1 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 105 ถนนบ้านหม้อ แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โจทก์ที่ 1 ทำสัญญาเช่าอาคารพาณิชย์และตลาดกลางบ้านหม้อจากกองมรดกของเจ้าพระยาเทเวศร์วงษ์วิวัฒน์ แล้วให้ผู้ถือหุ้นของโจทก์ที่ 1 เช่าช่วงเพื่อประกอบการค้าและอยู่อาศัย ระหว่างนั้นจำเลย นายอุดม และนายเกียรติ ซึ่งเป็นกรรมการของโจทก์ที่ 1 ร่วมกันเปิดบัญชีเงินฝากกับสถาบันการเงินหลายแห่ง ได้แก่ (1) บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเสาชิงช้า ประเภทเงินฝากประจำ บัญชีเลขที่ 159-2-019xx-x ชื่อบัญชี "ทิพย์วารี" (2) บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเสาชิงช้า ประเภทเงินฝากออมทรัพย์ บัญชีเลขที่ 159-1-036xx-x ชื่อบัญชี "ทิพย์วารี" (3) บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาพาหุรัด ประเภทเงินฝากออมทรัพย์ บัญชีเลขที่ 104-0-332xxx ชื่อบัญชี "ทิพย์วารี" (4) บัญชีเงินฝากธนาคา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9191/2560 · ทนอย Thanoy