คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551
ฎีกาที่ 9280/2551
หลักกฎหมาย
โจทก์ขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ไม่ใช่กรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ไม่อยู่ในบังคับ ป.วิ.อ. มาตรา 220 ศาลสั่งให้คู่ความกำหนดวันนัดพิจารณาสืบพยานโจทก์และนัดสืบพยานจำเลยที่ศูนย์นัดความและคู่ความได้ตกลงกำหนดวันนัดที่ศูนย์นัดความ ถือได้ว่าการกระทำของคู่ความที่ตกลงกำหนดวันนัดที่ศูนย์นัดความเป็นการกระทำตามคำสั่งศาลและเป็นการกำหนดวันนัดต่อศาลจึงชอบด้วยกฎหมาย
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยหมิ่นประมาทโจทก์ด้วยการโฆษณา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ประทับฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น หลังจากตัวโจทก์เข้าเบิกความเป็นพยานปากแรกไป 2 นัดแล้ว แต่ยังไม่จบปาก ในวันนัดสืบพยานโจทก์ครั้งต่อมาในวันที่ 19 ตุลาคม 2547 โจทก์ไม่มาศาล ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้ยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 181 โจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์ไม่ทราบว่ามีวันนัดพิจารณาสืบพยานโจทก์ในวันที่ 19 ตุลาคม 2547 แต่มีการนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2547 โจทก์จึงได้แต่งตั้งทนายความเพื่อให้เข้ามาดำเนินคดีในวันดังกล่าว ทนายความได้มอบฉันทะให้เสมียนทนายนำคำร้องขอเลื่อนคดีมายื่นต่อศาลชั้นต้นเนื่องจากโจทก์ป่วยและทนายความติดว่าความที่ศาลอื่น ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ได้แจ้งแก่เสมียนทนายว่าศาลยกฟ้องโจทก์แล้ว โจทก์ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดจึงมีการนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 19 ตุลาคม 2547 ทั้งที่โจทก์ได้กำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์กับคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2547 โจทก์สับสนไม่เข้าใจขั้นตอนการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ประกอบกับวันที่กำหนดนัดสืบพยานนั้นโจทก์ไม่มีทนายความเป็นที่ปรึกษา จึงทำให้เข้าใจวันนัดของศาลชั้นต้นคลาดเคลื่อน โจทก์มิได้จงใจไม่มาศาลตามกำหนดนัด ขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ จำเลยยื่นคำคัดค้านว่า เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2547 โจทก์และทนายจำเลยได้กำหนดวันนัดสืบพยานตามที่คู่ความทั้งสองฝ่ายมีวันว่างตรงกันและตรงกับวันว่างของศาลชั้นต้นแล้ว ศาลชั้นต้นจึงได้นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 19, 20, 21, 22, 26, 27 28 และ 29 ตุลาคม 2547 และวันที่ 2, 3 พฤศจิกายน 2547 อันเป็นการนัดในระบบการพิจารณาคดีต่อเนื่อง ซึ่งคู่ความทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลโดยเคร่งครัดเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ การที่โจทก์ทราบวันนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 19ตุลาคม 2547 โดยชอบแล้ว แต่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์ที่จะสืบพยานโจทก์อีกต่อไป คำร้องของโจทก์ปราศจากเหตุผลทางกฎหมายที่จะรับฟังได้ว่าโจทก์ไม่จงใจขาดนัดพิจารณา หากคู่ความทุกคดีอ้างเหตุผลเช่นเดียวกับโจทก์ ย่อมไม่อาจทำให้การพิจารณาคดีดำเนินไปโดยรวดเร็วและเที่ยงธรรมตามที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ การที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์จึงชอบแล้ว ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่าหลังจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาและจำเลยให้การปฏิเสธแล้ว ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ แต่โจทก์เป็นฝ่ายขอเลื่อนคดีถึง 3 นัด ส่วนนัดที่ 4 โจทก์ไม่มา ทนายโจทก์ขอสืบพยาน แต่ทนายจำเลยคัดค้านขอให้สืบตัวโจทก์พร้อมกันไปด้วย ศาลชั้นต้นจึงให้เลื่อนคดีไป จนกระทั่งวันนัดสืบพยานโจทก์ นัดที่ 5 ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2546 ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายความของโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต โจทก์จึงอ้างตนเองเข้าเบิกความเป็นพยาน แต่ยังไม่จบปาก จึงขอเลื่อนการพิจารณาไปนัดสืบพยานโจทก์ใหม่วันที่ 19 มกราคม 2547 ครั้นในวันนัดดังกล่าวโจทก์ยังคงอ้างตนเองเข้าเบิกความเป็นพยานและยังไม่จบปากอีก ศาลชั้นต้นจึงสั่งให้คู่ความไปกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์และนัดสืบพยานจำเลยอย่างต่อเนื่องที่ศูนย์นัดความ โดยโจทก์แถลงต่อศาลชั้นต้นว่าติดใจสืบพยานโจทก์รวม 20 ปาก ใช้เวลาสืบพยานประมาณ 2 สัปดาห์ ส่วนจำเลยแถลงติดใจสืบพยานจำเลยรวม 3 ปาก ใช้เวลาสืบพยาน 2 นัด นางสาวนวลพรรณ เจ้าพนักงานศาลประจำศูนย์นัดความจึงบันทึกลงในรายงานเจ้าหน้าที่เอกสารหมาย ร.3 ว่ากำหนดนัดสืบพยานโจทก์ 20 ปากไม่เกิน 10 นัด และกำหนดนัดสืบพยานจำเลย 3 ปาก ไม่เกิน 2 นัด รวมพยาน 23 ปาก ไม่เกิน 12 นัด แล้วกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์และวันนัดสืบพยานจำเลยไว้ที่หน้าหลังของรายงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าว โดยกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 19, 20 ,21, 22, 26, 27 28 และ 29 ตุลาคม 2547 กับวันที่ 2 และวันที่ 3 พฤศจิกายน 2547 รวม 10 นัด และกำหนดวันนัดสืบพยานจำเลยในวันที่ 4 และ 5 พฤศจิกายน 2547 รวม 2 นัด ซึ่งโจทก์และทนายจำเลยลงลายมือชื่อไว้ในรายงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 19 ตุลาคม 2547 โจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้ยกฟ้อง ต่อมาวันที่ 2 พฤศจิกายน 2547 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่โดยอ้างว่า มิได้จงใจไม่มาศาลตามกำหนดนัด เนื่องจากโจทก์กำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2547 มิใช่วันที่ 19 ตุลาคม 2547 โจทก์จึงไม่ทราบวันนัด ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้ย
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง