คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2539
ฎีกาที่ 9303/2539
หลักกฎหมาย
จำเลยที่1และที่2มีหน้าที่ปฏิบัติราชการตามคำสั่งของฝ่ายพัสดุที่กำหนดให้จำเลยที่1มีหน้าที่เบิกจ่ายและให้ยืมวัสดุแบบพิมพ์แก่หน่วยงานของโจทก์ที่ขอเบิกและยืมเก็บรักษาใบยืมและติดตามหน่วยงานที่ขอยืมให้ทำใบเบิกเพื่อชดใช้การยืมให้เสร็จสิ้นและจำเลยที่2มีหน้าที่เช่นเดียวกับจำเลยที่1การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวข้างต้นไม่ปรากฏว่าการเบิกจ่ายวัสดุแบบพิมพ์ของโจทก์ได้กระทำโดยไม่ชอบด้วยระเบียบแบบแผนของทางราชการหรือฝ่าฝืนคำสั่งของผู้บังคับบัญชาส่วนหลักฐานการลงบัญชีรับ-จ่ายการเก็บรักษาวัสดุแบบพิพม์ของเจ้าหน้าที่ก็มีการปฏิบัติตามระเบียบขั้นตอนของทางราชการทุกประการแม้ผู้ยืมจะรับวัสดุแบบพิมพ์ไปก่อนโดยเขียนใบยืมไว้แต่ยังไม่ตัดจ่ายออกจากบัญชีดังนั้นจำนวนวัสดุแบบพิมพ์คงเหลือจึงน้อยกว่าจำนวนคงเหลือในบัญชีเมื่อมีการตรวจนับในภายหลังทำให้ของขาดบัญชีได้และทางปฏิบัติในการยืมยังไม่รัดกุมพอไม่มีการทำทะเบียนควบคุมใบยืมและใบยืมไม่มีการอนุมัติตามขั้นตอนโดยจำเลยที่1และที่2ละเลยไม่สนใจติดตามให้ผู้ยืมทำใบเบิกเพื่อตัดออกจากบัญชีหรือทำใบยืมสูญหายแต่เมื่อวัสดุแบบพิมพ์ของโจทก์ได้ถูกยืมไปใช้ในทางราชการไม่ได้สูญหายไปโดยเหตุอื่นการละเลยของจำเลยที่1และที่2จึงเป็นเรื่องการบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ไม่ถึงขนาดที่จะถือว่าได้ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออันเป็นการละเมิดเป็นเหตุให้โจทก์เสียหายส่วนจำเลยที่3และที่4เป็นลูกจ้างประจำตามคำสั่งของฝ่ายพัสดุกำหนดให้เป็นผู้ช่วยจำเลยที่2ประจำห้องครัววัสดุสำนักงานและแบบพิมพ์ที่1ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของจำเลยที่2ไม่มีหน้าที่เก็บรักษาลูกกุญแจเปิดปิดคลังวัสดุและไม่มีหน้าที่เกี่ยวกับเอกสารใบเบิกหรือใบยืมจำเลยที่3และที่4มีหน้าที่เพียงจัดขนส่งวัสดุแบบพิมพ์มอบให้แก่หน่วยงานที่ขอเบิกหรือขอยืมตามคำสั่งของจำเลยที่2เท่านั้นจำเลยที่3และที่4จึงไม่ได้ร่วมกันทำละเมิดต่อโจทก์ในเหตุที่วัสดุแบบพิมพ์ของโจทก์ขาดจากบัญชีดังกล่าวข้างต้นด้วย จำเลยที่3และที่4ให้การว่ายอมร่วมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ตามรายการดังนั้นเมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันกระทำละเมิดต่อโจทก์คำให้การของจำเลยที่3และที่4จึงหมายความว่ายอมร่วมกับจำเลยที่1และที่2ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ตามรายการดังกล่าวในกรณีที่จำเลยที่1และที่2ต้องรับผิดเท่านั้นมิใช่คำให้การยอมรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์เมื่อจำเลยที่1และที่2ให้การปฏิเสธซึ่งย่อมเป็นประโยชน์แก่จำเลยที่3และที่4ด้วยและเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสี่ไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์จึงไม่มีมูลที่จะให้จำเลยที่3และที่4รับผิดต่อโจทก์อีก
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นกรมในรัฐบาล สังกัดกระทรวงการคลังจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ 4 ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าสายงานคลังพัสดุ มีหน้าที่ควบคุมปกครอง บังคับบัญชาการปฏิบัติงานของจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ 3ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าห้องคลังวัสดุสำนักงานและแบบพิมพ์ที่ 1จำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นลูกจ้างประจำปฏิบัติหน้าที่ช่วยจำเลยที่ 2ในห้องคลังวัสดุสำนักงานและแบบพิมพ์ 1 ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับพัสดุทางราชการได้วางระเบียบให้ข้าราชการต้องปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2522 และตามคำสั่งของฝ่ายพัสดุ กองอากรและพัสดุที่ 15/2529 ลงวันที่ 3 เมษายน2529 เรื่องมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการและจำเลยได้ทราบระเบียบและคำสั่งดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่23 มีนาคม 2530 โจทก์ได้ตรวจสอบพบว่า วัสดุและแบบพิมพ์ของโจทก์ที่เก็บรักษาไว้ในห้องคลังวัสดุสำนักงานและแบบพิมพ์ 1เมื่อระหว่างวันที่ 3 เมษายน 2529 ถึงวันที่ 23 มีนาคม 2530ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของจำเลยทั้งสี่ได้สูญหายขาดบัญชีไปรวม39 รายการคิดเป็นเงิน 667,633.90 บาท จำเลยทั้งสี่จงใจหรือประมาทเลินเล่อร่วมกันกระทำการและปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบและคำสั่งดังกล่าว ปล่อยปละละเลยต่อหน้าที่ไม่ช่วยควบคุมดูแลรักษาวัสดุและแบบพิมพ์ที่อยู่ในความครอบครองดูแลรักษาของห้องคลังวัสดุสำนักงานและแบบพิมพ์ที่ 1 จนมีผู้เอาออกไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวและทรัพย์สินของโจทก์ในห้องคลังวัสดุดังกล่าวขาดหายไปไม่ตรงกับบัญชียอดวัสดุคงเหลือ จนเกิดความเสียหายแก่โจทก์ การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยทั้งสี่ต้องร่วมกันและแทนกันรับผิดชดใช้เงินจำนวน 667,633.90 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันและแทนกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน667,633.90 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ปฏิบัติงานในสายงานจ่ายแบบพิมพ์ ในการรับแบบพิมพ์และจ่ายแบบพิมพ์ตามคำขอเบิกแบบพิมพ์ จำเลยที่ 1 ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของระเบียบทุกประการจำเลยที่ 1 ไม่มีหน้าที่ควบคุมบังคับบัญชาการปฏิบัติงานของข้าราชการหรือลูกจ้างในสายวานคลังวัสดุสำนักงานแบบพิมพ์ รวมทั้งจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 มิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบแบบแผนข้อบังคับหรือคำสั่งใด ๆจำเลยที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบแบบแผนที่โจทก์ได้วางไว้โดยเคร่งครัด ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้การทำนองเดียวกันว่า ตามที่โจทก์ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีละเมิดตามรายการบัญชีวัสดุและแบบพิมพ์ที่สูญหายเอกสารหมายเลข 2เป็นเงิน 667,633.90 บาท นั้น ยอมร่วมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์บางรายการ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้อง โจทก์ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า ในระหว่างพ.ศ. 2529 ถึง พ.ศ. 2530 สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และส่วนราชการที่รับผิดชอบเกี่ยวกับพัสดุครุภัณฑ์สำนักงานของโจทก์ได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบวัสดุ เครื่องเขียนแบบพิมพ์ต่าง ๆของโจทก์ที่เก็บรักษาไว้ในห้องคลังวัสดุสำนักงานและแบบพิมพ์ที่ 1ผลการตรวจสอบพบว่า มีวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องเขียนและแบบพิมพ์ขาดหายไปจากบัญชีหลายสิบรายการคิดเป็นเงิน 600,000 บาทเศษจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ต่อมานายบัณฑิต บุณยะปานะ อธิบดีโจทก์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและหาตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ผลการสอบสวนของคณะกรรมการมีความเห็นว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3และที่ 4 ต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนในกรณีที่วัสดุ อุปกรณ์เครื่องเขียน แบบพิมพ์ที่เก็บรักษาไว้ในห้องคลังวัสดุสำนักงานและแบบพิมพ์ที่ 1 สูญหายขาดบัญชีไป ตามรายงานผลการสอบสวนเอกสารหมาย จ.4 ซึ่งรองอธิบดีและอธิบดีโจทก์ได้ทราบแล้ว อธิบดีโจทก์ได้สั่งให้ดำเนินการตามความเห็นของรองอธิบดีต่อไปเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2530 พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันทำละเมิดโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่ทำตามระเบียบแบบแผนของทางราชการและคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเป็นเหตุให้โจทก์เสียหายหรือไม่ สำหรับความรับผิดของจำเลยที่ 1และที่ 2 ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นข้าราชการสังกัดโจทก์ จำเลยที่ 1 มีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ 4ทำหน้าที่หัวหน้าสายงานคลังพัสดุ ส่วนจำเลยที่ 2 มีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ 3 ทำหน้าที่หน้าห้องคลังวัสดุสำนักงานและแบบพิมพ์ที่ 1 ที่โจทก์นำสืบว่า โจทก์มีห้องคลังวัสดุสำหรับเก็บรักษาวัสดุ อุปกรณ์เครื่องเข
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง