ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2554

ฎีกาที่ 9321/2554

หลักกฎหมาย

เอกสารสิทธิที่มีการปลอมและนำไปใช้ไม่จำต้องเป็นของโจทก์ เพียงแต่มีการนำเอกสารที่รับฟังได้ว่ามีการปลอมไปใช้เป็นผลเสียหายแก่โจทก์ โจทก์ย่อมได้รับความเสียหายและถือเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4)

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 3, 11 พระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ.2496 มาตรา 3, 4, 12, 17, 18, 19, 22, 25 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59, 83, 84, 86, 90, 91, 137, 157, 161, 162 (1), 162 (2), 179, 180, 264, 265, 266 (1), 266 (5), 267, 268, 391, 392 ระหว่างไต่สวน โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสามในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 157, 161, 162 (1), 162 (2), 179, 180, 266 (1), 266 (5), 267, 391 และมาตรา 392 ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติ จำเลยที่ 1 เป็นสมุห์บัญชีของธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาหาดใหญ่ มีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกเอกสาร ปฏิบัติตามคำสั่ง ระเบียบและกฎหมายของธนาคารอาคารสงเคราะห์ จำเลยที่ 2 เป็นหัวหน้างานตำแหน่งผู้จัดการพิเศษฝ่ายกฎหมาย จำเลยที่ 3 เป็นนิติกรอาวุโสฝ่ายกฎหมายของธนาคารอาคารสงเคราะห์ นายสิริวัฒน์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ในขณะนั้นได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่มีการกล่าวหาว่าโจทก์กระทำผิดวินัยเกี่ยวกับมูลนิธิศักดา-อัญชลี ณรงค์ โดยมีนายชัยธวัช เป็นประธานกรรมการ จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วมีความเห็นให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยโจทก์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์โดยนายสิริวัฒน์จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัย โดยมีนางกรองสิญจน์ เป็นประธานกรรมการ จำเลยที่ 3 เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ต่อมาธนาคารอาคารสงเคราะห์ มีคำสั่งให้ลงโทษโจทก์ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า คดีโจทก์มีมูลสำหรับความผิดฐานจำเลยทั้งสามเป็นพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 11 หรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า โจทก์เคยยื่นฟ้องธนาคารอาคารสงเคราะห์เป็นคดีแรงงานต่อศาลแรงงานกลาง ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนและลงโทษทางวินัยโจทก์ทุกคำสั่ง ซึ่งศาลแรงงานกลางมีคำวินิจฉัยตอนหนึ่งว่า นายสิริวัฒน์ จำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกเป็นคู่กรณีมีสาเหตุโกรธเคืองเป็นปฏิปักษ์มีความขัดแย้งกับโจทก์ เนื่องจากต้องการที่จะกลั่นแกล้งโจทก์ให้พ้นจากการเป็นพนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์ ข้อเท็จจริงจึงต้องรับฟังเป็นยุติตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลาง เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังเป็นยุติตามที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ได้ยื่นฟ้องธนาคารอาคารสงเคราะห์เป็นจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยอื่นอีก 9 คน ต่อศาลแรงงานกลาง แต่คดีดังกล่าวโจทก์มิได้ฟ้องจำเลยทั้งสามในคดีนี้เป็นจำเลยร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์แต่อย่างใด อีกทั้งปรากฏข้อเท็จจริงว่า ต่อมาศาลฎีกาได้มีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลแรงงาน โดยพิพากษายกฟ้องโจทก์ ดังนั้นข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางนำมาเป็นข้อวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ จึงไม่ถือเป็นข้อเท็จจริงที่จะนำมาฟังเป็นยุติในคดีนี้ และไม่มีผลผูกพันจำเลยทั้งสามซึ่งไม่ได้เป็นคู่ความในคดีดังกล่าว โจทก์บรรยายฟ้องและนำสืบว่า จำเลยกับพวกที่กำลังสืบหาตัวอยู่ ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยระเบียบ ข้อบังคับและคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย โดยออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัย โดยจำเลยที่ 2 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตามคำสั่งธนาคารอาคารสงเคราะห์ ส่วนจำเลยที่ 3 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัย เห็นว่า ตามคำฟ้องไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เข้ามีส่วนเกี่ยวข้องในการนี้อย่างไร และในการที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการและเลขานุการหรือผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมการ ผู้ที่ลงนามแต่งตั้งคือนายสิริวัฒน์ ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงกับคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน แต่โจทก์ก็มิได้ฟ้องนายสิริวัฒน์เป็นจำเลยร่วมด้วย จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทั้งสองชุด ปรากฏตามคำสั่งธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่ พ.134/2541 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวมี 4 คน มีนายชัยธวัช เป็นประธานกรรมการ นายประยุทธ เป็นกรรมการ นายวัฒนา เป็นกรรมการ ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการและเลขานุการ ส่วนคำสั่งธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่ พ.24/2542 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางวิ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9321/2554 · ทนอย Thanoy