คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2554
ฎีกาที่ 9450/2554
หลักกฎหมาย
คดีเป็นเรื่องการขนส่งสินค้าทางทะเลระบบตู้คอนเทนเนอร์แบบ FCL/FCL หรือ CY/CY (SOC) โดยผู้ส่งจะเป็นผู้บรรจุสินค้าพิพาทเข้าตู้คอนเทนเนอร์ของตนที่สถานที่ของผู้ส่ง ปิดตู้ผนึกดวงตราแล้วนำตู้คอนเทนเนอร์ไปส่งมอบให้แก่ผู้ขนส่งที่ท่าเรือต้นทาง ผู้ส่งจึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการเลือกตู้คอนเทนเนอร์ให้เหมาะสมกับลักษณะและสภาพของสินค้า ทั้งยังต้องจัดบรรจุสินค้าพิพาทเข้าตู้คอนเทนเนอร์อย่างเหมาะสมแก่การขนส่งทางทะเล โดยเฉพาะกรณีเป็นการขนส่งสินค้าจากท่าเรือผ่านมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นระยะทางกว่า 6,000 ไมล์ ซึ่งอาจต้องเผชิญกับพายุและคลื่นลมรุนแรงในทะเลอันเป็นภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดาแก่เรือเดินทะเล สินค้าพิพาทเป็นลูกกลิ้งทำด้วยเหล็กเป็นส่วนประกอบหลัก มีน้ำหนักมาก โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าเชือกไนล่อนรับแรงดึงสูงที่ใช้ผูกรัดสินค้าสามารถรับน้ำหนักได้เท่ากับน้ำหนักของลูกกลิ้งหรือไม่ แต่เชื่อว่าไม่สามารถรับน้ำหนักหรือรับแรงดึงสูงเทียบเท่ากับลวดสลิงหรือโซ่ได้ เมื่อพิจารณาถึงเชือกไนล่อนที่นำมาใช้รัดยึดโยงลูกกลิ้งตามรูปถ่ายแล้ว เชื่อว่าไม่สามารถรัดตรึงลูกกลิ้งดังกล่าวมิให้เคลื่อนไหวได้ เมื่อพบกับสภาพแห่งท้องทะเลที่มีพายุและคลื่นลมที่รุนแรง ส่วนการที่ตู้คอนแทนเนอร์อีกหลายตู้ในเรือไม่ได้รับความเสียหายทั้งที่บรรจุสินค้าลูกกลิ้งลักษณะเดียวกับที่เกิดความเสียหาย ก็ไม่ใช่ข้อบ่งชี้ว่าการจัดบรรจุสินค้าพิพาทในตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดเหมาะสมแก่สภาพและลักษณะของสินค้าแล้ว นอกจากนี้ ตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้บรรจุสินค้าพิพาทเป็นตู้ใช้แล้วที่มีการซื้อมาเพื่อใช้ในการขนส่งสินค้าพิพาทโดยเฉพาะ และเป็นตู้แบบใช้งานทั่วไป ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้กับสินค้าซึ่งมีลักษณะพิเศษเช่นสินค้าพิพาท เมื่อพิจารณาถึงลักษณะความเสียหายของตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าพิพาทที่ได้รับความเสียหายพบว่า ตู้ส่วนใหญ่ผนังฉีกขาดทะลุเป็นรู บางตู้พื้นยุบเป็นช่องเนื่องจากถูกลูกกลิ้งที่บรรจุอยู่ภายในหลุดจากตำแหน่งกระแทกและลูกกลิ้งบางลูกทะลุหลุดออกจากตู้คอนเทนเนอร์ ตู้คอนเทนเนอร์ที่เสียหายทั้งหมดมีลักษณะเป็นสนิมอยู่ทั่วไป ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตู้คอนเทนเนอร์ฉีดขาดและทะลุเป็นรูได้ง่าย การที่ฝ่ายผู้ส่งของจัดหาตู้คอนเทนเนอร์มาใช้บรรจุสินค้าพิพาทถึง 159 ตู้ โดยการซื้อตู้คอนเทนเนอร์ใช้แล้วมาใช้เพื่อการขนส่งสินค้าพิพาทโดยเฉพาะซึ่งต้องซื้อจากผู้ประกอบกิจการขนส่งระบบตู้คอนเทนเนอร์หลายราย และการที่ผู้ประกอบกิจการขนส่งจะขายตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งตนจำเป็นต้องใช้ในการขนส่งสินค้าประจำในราคาถูกนั้น ย่อมหมายความว่าตู้คอนเทนเนอร์นั้นใช้งานมานานจนใกล้หมดอายุการใช้งานหรือหมดอายุการใช้งานไปแล้ว จึงมีเหตุผลที่เป็นไปได้ว่า ตู้คอนเทนเนอร์ที่เสียหายมีสภาพเก่า ไม่มั่นคงแข็งแรงพอที่จะบรรจุสินค้าพิพาท ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าความเสียหายของสินค้าพิพาทเกิดขึ้นเพราะความผิดของผู้ส่งของที่นำตู้คอนเทนเนอร์ที่ไม่มั่นคงแข็งแรง และไม่เหมาะสมแก่สภาพของสินค้าพิพาทมาใช้บรรจุสินค้าพิพาท และการบรรจุผูกรัดสินค้าพิพาทภายในตู้คอนเทนเนอร์ไม่มั่นคงแข็งแรงไม่เหมาะสมกับลักษณะและสภาพของสินค้า
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 84,517,924.52 บาท และ 119,338.83 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 79,425,958.93 บาท และ 112,149 ดอลลาร์สหรัฐ นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 15,858,178.80 บาท และจำนวน 109,149 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 8 มีนาคม 2547) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท คำขออื่นให้ยก ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นเรื่องการขนส่งสินค้าทางทะเลระบบตู้คอนเทนเนอร์แบบ FCL/FCL หรือ CY/CY (SOC) โดยที่ต้นทางผู้ส่งจะเป็นผู้บรรจุสินค้าพิพาทเข้าตู้คอนเทนเนอร์ของตนที่สถานที่ของผู้ส่งปิดตู้ผนึกดวงตราแล้วนำตู้คอนเทนเนอร์ไปส่งมอบให้แก่ผู้ขนส่งที่ท่าเรือต้นทาง ดังนั้นผู้ส่งจึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการเลือกตู้คอนเทนเนอร์ให้เหมาะสมกับลักษณะและสภาพของสินค้า ทั้งยังต้องจัดบรรจุสินค้าพิพาทเข้าตู้คอนเทนเนอร์อย่างเหมาะสมแก่การขนส่งทางทะเล โดยเฉพาะกรณีเป็นการขนส่งสินค้าจากท่าเรือเมืองโอ๊คแลนด์ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา แล่นผ่านมหาสมุทรแปซิฟิกมายังท่าเรือไทจุง ดินแดนไต้หวัน เป็นระยะทางกว่า 6,000 ไมล์ ซึ่งอาจต้องเผชิญกับพายุคลื่นสูงและลมรุนแรง และข้อเท็จจริงก็ได้ความว่า เรือ WAN HAI 263 และเรือ WAN HAI 262 ที่เกิดเหตุในระหว่างวันที่ 26 และ 27 ตุลาคม 2545 ได้เผชิญกับพายุรุนแรง ทะเลมีคลื่นสูงถึง 7 และ 8 เมตร ทำให้เรือโคลงมาก น้ำทะเลถูกพัดขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือตลอดเวลา แต่เรือ WAN HAI 263 และเรือ WAN HAI 262 ก็ได้แล่นถึงท่าเรือไทจุงในวันที่ 5 และวันที่ 7 พฤศจิกายน 2545 ตามลำดับ ขณะเกิดเหตุเรือ WAN HAI 263 บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 739 ตู้ โดยเป็นตู้คอนเทนเนอร์เปล่า 694 ตู้ และตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้า 45 ตู้ รวมทั้งตู้ที่บรรจุสินค้าพิพาทจำนวน 4 ตู้ ด้วย ส่วนเรือ WAN HAI 262 บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าจำนวน 829 ตู้ โดยรวมตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสินค้าพิพาทด้วยจำนวน 50 ตู้ ซึ่งถูกจัดวางไว้ในระวางการบรรทุกแตกต่างกันมีทั้งในระวางเรือและบนปากระวางเรือ เมื่อเรือทั้งสองลำเข้าเทียบท่าเรือไทจุง ปรากฏว่าตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสินค้าพิพาททั้ง 4 ตู้ บนเรือ WAN HAI 263 และตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสินค้าพิพาทจำนวน 24 ตู้ บนเรือ WAN HAI 262 ได้รับความเสียหาย เนื่องจากสินค้าพิพาทที่บรรจุอยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าว เคลื่อนตัวหลุดจากตำแหน่งกระแทกตู้คอนเทนเนอร์ เป็นเหตุให้ตู้คอนเทนเนอร์รวม 28 ตู้ ดังกล่าวได้รับความเสียหาย ฉีก ขาด ทะลุเป็นรู และมีสินค้าพิพาทบางส่วนหลุดทะลุออกจากตู้หล่นกระแทกกับตู้คอนเทนเนอร์อื่นที่อยู่ใกล้เคียงและอุปกรณ์เรือบางส่วนได้รับความเสียหาย โดยข้อเท็จจริงจากทางนำสืบของจำเลยที่ 1 โดยโจทก์มิได้นำสืบหักล้างฟังได้ว่า สินค้าพิพาทที่บรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ที่เหลือ รวมทั้งตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้ารายอื่นที่บรรทุกมากับเรือทั้งสองลำไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด และตู้คอนเทนเนอร์ทุกตู้บนเรือทั้งสองลำยังถูกผูกรัดอยู่บนระวางการบรรทุกของเรือ ไม่มีตู้คอนเทนเนอร์ใดหลุดหรือตกจากระวางการบรรทุก รวมทั้งไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นแก่ตัวเรือและอุปกรณ์เรือทั้งสองลำ อันเนื่องจากเรือได้ผจญกับพายุและคลื่นลมแรงดังกล่าวแต่อย่างใด อันเป็นข้อบ่งชี้ได้ว่าพายุและคลื่นลมรุนแรงในทะเลเป็นภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดาแก่เรือเดินทะเล ซึ่งผู้ที่ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการเดินเรือในทะเลพึงคาดหมายได้อยู่แล้ว สมควรหยิบยกปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ขึ้นวินิจฉัยก่อนว่า ความเสียหายของสินค้าพิพาทตามฟ้องเกิดขึ้นจากความผิดของผู้ส่งของหรือไม่ เห็นว่า สินค้าพิพาทที่บรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ที่เสียหายทั้ง 28 ตู้ นั้น เป็นสินค้าประเภทลูกกลิ้งทำด้วยเหล็กเป็นส่วนประกอบหลัก จึงมีน้ำหนักมาก นายวงศ์หิรัญ พยานโจทก์เบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยที่ 1 ว่า ลูกกลิ้งแต่ละลูกจะมีน้ำหนักประมาณ 10,000 กิโลกรัม ซึ่งจะบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ตู้ละ 2 ลูก ส่วนลูกกลิ้งที่มีน้ำหนักประมาณ 20,000 กิโลกรัม จะบรรจุเพียงลูกเดียวในหนึ่งตู้คอนเทนเนอร์ ลูกกลิ้งที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ที่สุดคือ ขนาด 60 นิ้ว แต่ไม่ใช่ลูกกลิ้งที่มีขนาดน้ำหนักมากที่สุด เป็นลูกกลิ้งขนาด 60 นิ้ว การบรรจุลูกกลิ้งขนาดต่าง ๆ เ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง