คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2539
ฎีกาที่ 9478/2539
หลักกฎหมาย
โจทก์เป็นบริษัทจำกัด ตามกฎหมายของประเทศฝรั่งเศสมีโนตารีปับลิกแห่งกรุงปารีสรับรองว่าร. เป็นกรรมการของโจทก์ และเลขานุการสถานเอกอัครราชฑูตไทยประจำกรุงปารีสรับรองลายมือชื่อของโนตารีปับลิกอีกชั้นเมื่อร.มอบอำนาจให้ ธ. ดำเนินคดีแทน โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนทะเบียนและคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยโดยอ้างว่ามีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดีกว่าจำเลย เนื่องจากโจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น ซึ่งได้จดทะเบียนไว้ในต่างประเทศอันเป็นการใช้สิทธิของเจ้าของเครื่องหมายการค้า ซึ่งยังมิได้จดทะเบียนในประเทศไทยตามที่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 มาตรา 41(1)อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่โจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิโจทก์หาได้อ้างว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์ได้รับความคุ้มครอง เนื่องจากการจดทะเบียนที่องค์การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศไม่ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง โจทก์เป็นผู้คิดประดิษฐ์และใช้เครื่องหมายการค้าพิพาทมาก่อนจำเลยจะนำเครื่องหมายการค้าของตนไปจดทะเบียนทั้งเครื่องหมายการค้าของจำเลยเหมือนและคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ จนถึงนับได้ว่าเป็นการลวงสาธารณชนให้สับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของสินค้าและแหล่งกำเนิดสินค้า โจทก์จึงมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นดีกว่าจำเลยในเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว และในเครื่องหมายการค้าของจำเลยตามคำขอที่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนด้วย โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียน จึงไม่อาจฟ้องคดีเพื่อป้องกันการล่วงสิทธิในเครื่องหมายการค้าของตนและห้ามผู้อื่นมิให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้นได้ดังเช่นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนแล้วตามนัยมาตรา 27 และ 29 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 แต่การที่ศาลพิพากษาให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าและคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลย ย่อมมีผลทำให้จำเลยไม่อาจใช้เครื่องหมายการค้านั้นกับสินค้าของจำเลยได้อีกต่อไปอยู่ในตัว ศาลฎีกาจึงไม่อาจพิพากษาห้ามจำเลยใช้เครื่องหมายการค้านั้นกับสินค้าของจำเลยอีกต่อไป
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 27พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 29พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 41
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าอักษรโรมันคำว่า FRANCOIS MAROT PARIS รูปสุนัขประดิษฐ์ และคำว่า made in france ตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 184043 คำขอเลขที่ 184044 และคำขอเลขที่ 184045ดีกว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยทั้งสองตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 162328 ทะเบียนเลขที่ 112792 ในจำพวกที่ 37 สำหรับสินค้ากระเป๋าสตางค์ คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 170225 ในจำพวกที่ 37 สำหรับสินค้าทั้งจำพวกคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 170224 ทะเบียนเลขที่ 120032ในจำพวกที่ 50 สำหรับสินค้าทั้งจำพวก คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 170223 ในจำพวกที่ 38 สำหรับสินค้าทั้งจำพวก และคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 179637ในจำพวกที่ 14 สำหรับสินค้าทั้งจำพวก และห้ามจำเลยทั้งสองมิให้ใช้อักษรโรมันคำว่า FRANCOIS MAROT PARIS รูปสุนัขประดิษฐ์และคำว่า made in france ตามคำขอจดทะเบียนเลขที่ 162328ทะเบียนเลขที่ 112792 และคำว่า FRANCOIS MAROT PARIS และรูปสุนัขประดิษฐ์ ตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 170224ทะเบียนเลขที่ 120032 คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 170225คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 170223 และคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 179637 กับสินค้าของจำเลยทั้งสองอีกต่อไป ให้จำเลยทั้งสองเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 162328 ทะเบียนเลขที่ 112792คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 170225 คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 170224 ทะเบียนเลขที่ 120032คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 170223 และคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 179637 หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา และมีคำสั่งให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ารับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 184043 คำขอจดทะเบียนเลขที่ 184044 และคำขอจดทะเบียนเลขที่ 184045 ของโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องโจทก์และให้โจทก์ถอนคำคัดค้านต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าหากโจทก์ไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาห้ามโจทก์ขัดขวางการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 170223, 162328, 170224, 170225 และ 179637 ของจำเลยทั้งสอง และห้ามมิให้โจทก์รบกวนการผลิตและจำหน่ายสินค้าของจำเลยทั้งสองทุกประเภทภายใต้เครื่องหมายการค้าของจำเลยทั้งสองให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยทั้งสองในอัตราเดือนละ 50,000 บาทนับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าโจทก์จะถอนคำคัดค้านต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าอักษรโรมันคำว่า FRANCOIS MAROT PARIS รูปสุนัขประดิษฐ์และคำว่า made in france ตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 184043 คำขอเลขที่ 184044 และคำขอเลขที่ 184045ดีกว่าจำเลยทั้งสอง ห้ามจำเลยทั้งสองใช้อักษรโรมันคำว่าFRANCOIS MAROT PARIS รูปสุนัขประดิษฐ์ และคำว่า made in france ตามคำขอจดทะเบียนเลขที่ 162328 ทะเบียนเลขที่ 112794(ที่ถูกเป็น 112792) และคำว่า FRANCOIS MAROT PARISและรูปสุนัขประดิษฐ์ ตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 170224 ทะเบียนเลขที่ 120032 คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 170225 คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 170223และคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 179637 กับสินค้าของจำเลยทั้งสองอีกต่อไป ให้จำเลยทั้งสองเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 162328 ทะเบียนเลขที่ 112792คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 170225 คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 170224 ทะเบียนเลขที่ 120032คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 170223 และคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 179637 หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา คำขออื่นให้ยกให้ยกฟ้องแย้งจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่เห็นว่า โจทก์มีนายธเนศ เปเรร่า ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์เบิกความประกอบหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.23 ว่าโจทก์เป็นบริษัทจำกัด โดยนายโรบิเน็ท ชองหลุยส์ กรรมการมอบอำนาจให้นายธเนศฟ้องคดีแทนโจทก์ โดยมีโนตารีปับลิกแห่งกรุงปารีสประเทศฝรั่งเศสได้รับรองว่านายโรบิเน็ท ชอง หลุยส์เป็นกรรมการของโจทก์ และโจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดอันจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศฝรั่งเศษ ตามคำรับรองของโนตารีปับลิกแนบท้ายหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.23 และเลขานุการสถานเอกอัครราชฑูตไทยประจำกรุงปารีสได้รับรองลายมือชื่อของโนตารีปับลิกอีกชั้นหนึ่ง จำเลยทั้งสองมิได้นำสืบหักล้างเป็นอย่างอื่น คดีจึงฟังไ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง