คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2534
ฎีกาที่ 949/2534
หลักกฎหมาย
เมื่อนำเครื่องหมายการค้าซึ่งปรากฏที่ฉลากกล่องกระดาษสำหรับใส่ขวดน้ำมันทาถูนวดของจำเลยเปรียบเทียบกับของโจทก์ ปรากฏว่ากล่องของจำเลยมีขนาดเท่ากับกล่องของโจทก์ทั้งหกด้าน รูปร่างของกล่องตลอดจนฝากล่องก็เหมือนกัน สีสรรและลวดลายของภาพต่าง ๆ บนกล่องมีลักษณะคล้ายกันและอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน ขนาดของภาพและตัวอักษรที่อยู่ในตำแหน่งเดียวกันก็เท่ากัน นอกจากนี้ด้านหน้าของกล่องมีตัวอักษรที่เด่นชัดเหมือนกันคือคำว่า "น้ำมัน" แม้จะมีตัวอักษรที่ต่างกันคือ ของโจทก์ใช้คำว่า "มวย" ของจำเลยใช้คำว่า "กีฬา"กล่าวคือรวมแล้วของโจทก์ใช้คำว่า "น้ำมันมวย" ของจำเลยใช้คำว่า"น้ำมันกีฬา" แต่ตัวหนังสือดังกล่าวต่างก็เป็นตัวสีขาว และอยู่ในพื้นสีน้ำเงินเหมือนกัน โดยเฉพาะกล่องของจำเลยอยู่ในกรอบแบบเดียวกันและมีขนาดเท่ากับกล่องของโจทก์ด้วย สำหรับด้านหลังของกล่องซึ่งมีอักษรโรมัน แม้จะมีคำต่างกันกล่าวคือ ของโจทก์ใช้คำว่า "BOXINGLINIMENT" ของจำเลยใช้คำว่า "SPORTOIL" ก็ตาม แต่คำทั้งสองเป็นตัวสีขาวและอยู่ในกรอบสีน้ำเงินแบบเดียวกันและมีขนาดเท่ากันสีและลวดลายอื่น ๆ ของกล่องมีลักษณะคล้ายกันและมีขนาดเท่ากันสำหรับผู้ที่อ่านอักษรโรมันไม่ได้ หากได้เห็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์และของจำเลยดังกล่าวก็น่าจะไม่สามารถสังเกตเห็นข้อแตกต่างของเครื่องหมายการค้าดังกล่าวได้เลย ส่วนที่ฝากล่องกระดาษของโจทก์ด้านบนมีรูปดอกไม้และมีอักษรภาษาไทยคำว่า "ดอกไม้" แต่ที่ฝากล่องของจำเลยด้านบนมีรูปสิงห์ 5 ตัว เหยียบอยู่บนลูกโลกและมีอักษรภาษาไทยคำว่า "ตราห้าสิงห์เหยียบโลก" นั้น ก็มีลักษณะเล็กมากมองในระยะห่าง 1 เมตร จะอ่านตัวอักษรดังกล่าวของทั้งโจทก์และจำเลยไม่ออก อย่างไรก็ตาม รูปและอักษรดังกล่าวอยู่ในรูปวงกลมล้อมรอบ3 ชั้นเหมือนกัน โดยเฉพาะวงกลมชั้นนอกเป็นวงกลมที่มีรอยหยักในลักษณะเหมือนกันและภาพนักมวยกำลังชกต่อยกันบนกล่องของโจทก์ซึ่งของจำเลยไม่มีก็เป็นเพียงภาพเงาและไม่เด่นชัด ไม่ทำให้เครื่องหมายการค้าของโจทก์และของจำเลยต่างกัน เครื่องหมายการค้าของจำเลยจึงมีลักษณะคล้ายคลึงกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์จนถึงนับได้ว่าเป็นการลวงสาธารณชนให้สับสนหลงผิดว่าสินค้าของจำเลยคือสินค้าของโจทก์ เมื่อเครื่องหมายการค้าของโจทก์จดทะเบียนในประเทศไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2498 ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่จำเลยจะเริ่มดำเนินกิจการใช้เครื่องหมายการค้าของจำเลยเมื่อ พ.ศ. 2527 ถึง30 ปี จึงเป็นการที่จำเลยมีเจตนาผลิตสินค้าโดยใช้เครื่องหมายการค้าที่เลียนแบบเครื่องหมายการค้าของโจทก์อันเป็นการใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นเป็นการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 421 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอให้ศาลสั่งห้ามจำเลยใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ การโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าให้แก่กันจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนการโอนต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474และต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม พ.ศ. 2474(ฉบับที่ 1)ลงวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2474 ข้อ 12 ซึ่งบังคับว่าต้องใช้แบบค.ม. 8 ก. เมื่อปรากฏว่าเอกสารที่จำเลยอ้างว่าโจทก์โอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าพิพาทให้ ก. ไม่มีลักษณะเป็นการโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าและข้อความในเอกสารดังกล่าวก็มิได้ระบุว่าเป็นการโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าพิพาทให้ ท.แต่ระบุว่าโจทก์ให้ท. เป็นผู้ถือสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไว้แทนโจทก์โจทก์จึงเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าพิพาทตลอดมาและมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้เต็มจำนวนนับแต่วันที่จำเลยทำละเมิด จำนวนเงินค่าทนายความที่ศาลกำหนดให้จำเลยใช้แทนโจทก์เป็นส่วนหนึ่งของค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งเป็นดุลพินิจของแต่ละศาลที่จะกำหนดให้ โดยคำนึงถึงเหตุผลสมควรและความสุจริตในการสู้ ความหรือการดำเนินคดีของคู่ความทั้งปวง ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 วรรคหนึ่ง โดยศาลต้องกำหนดค่าทนายความระหว่างอัตราขั้นต่ำและอัตราขั้นสูงดังที่ระบุไว้ในตาราง 6 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง.
มาตราที่อ้างถึง
ป.พ.พ. 421ป.วิ.พ. 55ป.วิ.พ. 161ป.วิ.พ. ตาราง 6พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 16พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 27พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 29พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 33
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้า"น้ำมันมวย" รวมทั้งฉลาก กล่อง ลวดลาย และรูปรอยประดิษฐ์ที่ปรากฏอยู่บนกล่องดังกล่าว โดยโจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2498ตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 35382 ทะเบียนเลขที่17175 ใช้สำหรับสินค้าจำพวก 3 ที่ระบุไว้คือ น้ำมันสำหรับใช้ทาถูนวดแก้ปวดเมื่อย และเหน็บชา จำเลยได้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันสำหรับทาถูนวดแก้ปวดเมื่อย ใช้ชื่อว่า "น้ำมันกีฬา" เลียนแบบเครื่องหมายการค้าของโจทก์โดยลักษณะของกล่องสินค้าและฉลากสินค้าคล้ายของโจทก์กล่าวคือจำเลยใช้รูปลักษณะของกล่องสินค้าและฉลากสินค้า การวางตัวอักษร ลักษณะของตัวอักษร สีของกล่องสินค้าและฉลากสินค้า และมีของตัวอักษรบนกล่องสินค้าและฉลากสินค้าซึ่งติดกับขวดสินค้าของจำเลยคล้ายคลึงกับฉลากสินค้าของโจทก์ โจทก์แจ้งให้จำเลยเลิกผลิตและเลิกใช้ฉลากกล่องสินค้าและฉลากสินค้าของจำเลยซึ่งคล้ายคลึงกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์หลายครั้ง จำเลยได้เปลี่ยนแปลงฉลากกล่องสินค้าของจำเลยใหม่ แต่ก็ยังคงคล้ายคลึงกับฉลากกล่องสินค้า"น้ำมันมวย" ของโจทก์ และจำเลยยังคงจำหน่ายสินค้า "น้ำมันกีฬา"ของจำเลยที่บรรจุในกล่องสินค้าทั้งรูปแบบเก่ารูปแบบใหม่เรื่อยมาทำให้ประชาชนหลงเชื่อว่าสินค้าของจำเลยเป็นสินค้าของโจทก์อันเป็นการใช้สิทธิ์ซึ่งมีแต่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ทำให้โจทก์ขาดประโยชน์จากการจำหน่ายสินค้าเดือนละไม่น้อยกว่า 10,000 บาทคิดถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน 300,000 บาท ขอให้พิพากษาบังคับให้จำเลยเลิกผลิตและใช้เครื่องหมายการค้าที่มีฉลากกล่องสินค้า "น้ำมันกีฬา"ทั้งสองรูปแบบรวมทั้งฉลากสินค้าซึ่งมีลักษณะ คล้ายกับเครื่องหมายการค้าและฉลากสินค้าของโจทก์ ห้ามจำเลยจำหน่ายสินค้าตามเครื่องหมายการค้าเลียนแบบนี้ต่อไป ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นรายเดือน เดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะเลิกใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าว จำเลยให้การว่า ระหว่างวันที่ 8 มิถุนายน 2527 จนถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2527 โจทก์ไม่ใช่เจ้าของเครื่องหมายการค้าเลขที่ 17175 และไม่ได้เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้า "น้ำมันมวย"โจทก์ไม่มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดังกล่าว โจทก์เพิ่งได้รับโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าดังกล่าวเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2527อย่างไรก็ดีเมื่อเดือนมิถุนายน 2527 นายทองทศ อินทรทัต เจ้าของเครื่องหมายการค้าเลขที่ 17175 ได้ตกลงกับจำเลยให้จำเลยเปลี่ยนกล่องบรรจุสินค้าใหม่แล้วจะไม่ติดใจเอาความใด ๆ กับจำเลย ต่อมาจำเลยก็ได้เปลี่ยนกล่องบรรจุสินค้าใหม่แล้ว ต่อมานายทองทศกับโจทก์สมคบกันโอนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวเป็นชื่อโจทก์เพื่อให้โจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต สินค้าของจำเลยรวมทั้งกล่องที่ใช้บรรจุสินค้าไม่มีลักษณะเหมือนหรือคล้ายกับของโจทก์ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร ลักษณะของตัวอักษร การวางตัวอักษร สีของกล่อง สีของตัวอักษร ตลอดจนสำเนียงที่เรียกขานทั้งภาษาไทย ภาษาจีนและภาษาอังกฤษ รวมทั้งรูปและคำตลอดจนลักษณะเด่นที่ใช้กับสินค้าก็แตกต่างกัน ไม่ทำให้ประชาชนหลงผิดว่าสินค้าของจำเลยเป็นสินค้าของโจทก์ จึงไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ไม่ทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือขาดประโยชน์จากการจำหน่ายสินค้าของโจทก์โจทก์ไม่เสียหายขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาห้ามจำเลยผลิตและจำหน่ายสินค้า"น้ำมันกีฬา" ทั้ง 2 ชนิด ซึ่งฉลากสินค้าและฉลากกล่องสินค้ามีลักษณะคล้ายกับเครื่องหมายการค้าและฉลากสินค้า "น้ำมันมวย" ของโจทก์ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวน 300,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และใช้ค่าเสียหายเดือนละ 10,000 บาท จากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะหยุดผลิตและจำหน่ายสินค้าน้ำมันกีฬาที่มีลักษณะคล้ายกับสินค้าน้ำมันมวยของโจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 15,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นรายเดือน เดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะเลิกการกระทำอันเป็นละเมิดต่อโจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ 3,000 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เครื่องหมายการค้าซึ่งปรากฏที่ฉลากกล่องกระดาษสำหรับใส่ขวดน้ำมันใช้ทาถูกนวดแก้ปวดเมื่อย กล้าม เนื้อเคล็ดขัดยอกช้ำตามร่างกายของจำเลยมีลักษณะคล้ายกับเครื่องหมายการค้าซึ่งปรากฏที่ฉลากกล่องกระดาษสำหรับใส่ขวดน้ำมันทาถูนวดชนิดเดียวกันของโจทก์ จนถึงนับได้ว่าเป็นการลวงสาธารณชนให้สับสนหลงผิดว่าสินค้าของจำเลย
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง