คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2552
ฎีกาที่ 950/2552
หลักกฎหมาย
กระสุนปืนที่จำเลยใช้ยิงผู้เสียหายไม่ได้บรรจุเม็ดตะกั่วบรรจุเฉพาะดินปืนอัดด้วยกระดาษเท่านั้น จำเลยทราบดีว่าไม่สามารถทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายหรือได้รับอันตรายแก่กาย การกระทำของจำเลยจึงถือไม่ได้ว่ามีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2545 เวลากลางวัน จำเลยมีอาวุธปืนลูกซองสั้นไม่ทราบขนาดชนิดประกอบขึ้นเอง ไม่มีเครื่องหมายทะเบียนจำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนลูกซองจำนวน 1 นัด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในหมู่บ้านสามพันตา หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยต้อน อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ อันเป็นเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย โดยไม่มีเหตุสมควรและจำเลยไม่ได้รับใบอนุญาต ทั้งไม่ใช่กรณีที่ต้องมีติดตัวไปเมื่อมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ แล้วจำเลยใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงนายอุทัย ผู้เสียหายที่บริเวณศีรษะจำนวน 1 นัด โดยมีเจตนาฆ่า จำเลยกระทำไปโดยตลอดแล้ว แต่การกระทำไม่บรรลุผลเนื่องจากผู้เสียหายหลบกระสุนปืนดังกล่าวได้ทัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 91, 32, 33 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร ส่วนความผิดฐานพยายามฆ่าให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคสอง (ที่ถูก 8 ทวิ วรรคหนึ่ง), 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น วางโทษจำคุก 12 ปี ฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ส่วนความผิดฐานพยายามฆ่า จำเลยนำสืบรับเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ เห็นควรลดโทษให้หนึ่งในสาม ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีกำหนด 6 เดือน ฐานมีอาวุธปืน (ที่ถูก ฐานพาอาวุธปืน) ติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีกำหนด 3 เดือน และฐานพยายามฆ่าผู้อื่น มีกำหนด 8 ปี รวมเป็นจำคุกจำเลยมีกำหนด 8 ปี 9 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติในชั้นนี้โดยคู่ความไม่โต้แย้งคัดค้านว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นไม่มีเครื่องหมายทะเบียน ยิงนายอุทัย ผู้เสียหายจำนวน 1 นัด เจ้าพนักงานตำรวจยึดเม็ดตะกั่วหัวกระสุน 2 เม็ด และหมอนรองกระสุนปืนลูกซองขนาด 12 จำนวน 4 ชิ้น เป็นของกลาง สำหรับความผิดฐานมีและพาอาวุธปืนลูกซองไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยจำเลยไม่อุทธรณ์ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาหรือไม่ โจทก์มีพยานคือผู้เสียหายเบิกความว่า เมื่อจำเลยเหนี่ยวไกปืน พยานเอี้ยวตัวหลบมีเสียงปืนดังขึ้น กระสุนปืนไม่ถูกพยานเพียงแต่มีดินปืนถูกบริเวณคอ นางประทาย ซึ่งเป็นภริยาของผู้เสียหายเบิกความว่า เห็นจำเลยชักอาวุธปืนเล็งไปทางผู้เสียหาย ขณะนั้นผู้เสียหายนั่งเฉย พยานนั่งดูเพราะเข้าใจว่าอาวุธปืนดังกล่าวไม่มีกระสุน จำเลยเล็งอาวุธปืนไปที่ผู้เสียหายแล้วพยานได้ยินเสียงปืนดังขึ้น นายพรวน ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเบิกความว่า ได้รับแจ้งจากนางประทาย ภริยาของผู้เสียหายว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย พยานไปที่บ้านนายคล่อง เห็นผู้เสียหายอยู่ตรงแคร่ไม้จึงได้สอบถามเรื่องราว ผู้เสียหายบอกว่าอาวุธปืนที่จำเลยยิงนั้นไม่มีลูก พยานตรวจดูที่เกิดเหตุพร้อมกรรมการหมู่บ้าน พบหมอนรองกระสุนปืนตกอยู่ข้างแคร่และที่เสาบ้านมีรอยกระสุนปืน กับพบลูกตะกั่วตกอยู่บริเวณดังกล่าว พันตำรวจโทมงคล ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนคดีนี้เบิกความว่าได้ส่งของกลางที่ยึดได้คือเม็ดตะกั่วหัวกระสุน 2 เม็ด และหมอนรองกระสุนปืน 4 ชิ้น ไปตรวจพิสูจน์ ปรากฏว่าเป็นกระสุนปรายกระสุนปืนลูกซองใช้ยิงมาจากอาวุธปืนลูกซองยืนยันขนาดไม่ได้ ส่วนหมอนรองกระสุนปืนใช้ยิงมาจากอาวุธปืนลูกซองขนาด 12 และจากการตรวจที่เกิดเหตุมีร่องรอยกระสุนปื
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง