ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2542

ฎีกาที่ 9557/2542

หลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 300 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 อันเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้ววางโทษจำคุก 1 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน โดยมิได้ระบุให้ลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. มาตรา 90 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ส่วนนี้จึงไม่ถูกต้อง ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็เห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง โดยระบุให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 300 อันเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. มาตรา 90

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (4), 157 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (4), 157 จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ขอให้รอการลงโทษโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (4), 157 อันเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้ววางโทษจำคุก 1 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน โดยมิได้ระบุให้ลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ส่วนนี้จึงไม่ถูกต้อง ปัญหานี้เป็นปัญหากฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาศาลฎีกาก็เห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง โดยระบุให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 อันเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 สำหรับปัญหาที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่า การกระทำความผิดของจำเลยเกิดจากความประมาทอันเนื่องมาจากการประกอบอาชีพขับรถยนต์รับจ้างโดยสุจริต ซึ่งภายหลังเกิดเหตุจำเลยก็ได้พยายามบรรเทาผลร้ายนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล และชดใช้ค่าเสียหายให้ตามความสามารถ เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำความผิดใดมาก่อน จึงสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รอการลงโทษแก่จำเลย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังขึ้น แต่เพื่อให้หลาบจำเห็นสมควรลงโทษปรับอีกสถานหนึ่งด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 และให้ลงโทษปรับอีกสถานหนึ่งโดยให้ปรับ 6,000 บาท ลดให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 จำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1.
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9557/2542 · ทนอย Thanoy