ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2542

ฎีกาที่ 9658/2542

หลักกฎหมาย

ผู้ร้องจะเกิดสิทธิหรืออำนาจที่จะยื่นคำร้องขอให้มีการบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศได้ก็ต่อเมื่อได้มีการจัดส่งสำเนาคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการนั้นให้แก่ผู้คัดค้านแล้วตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการพ.ศ. 2530 มาตรา 21 วรรคสี่และมาตรา 30 ในการจัดส่งสำเนาคำชี้ขาดของคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการทางการค้าระหว่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น ทางสำนักงานอนุญาโตตุลาการได้ขอให้สำนักกฎหมาย ก. เป็นผู้จัดส่งให้แก่ผู้คัดค้านตามเงื่อนไขในมาตรา 77 ของข้อบังคับอนุญาโตตุลาการทางการค้าระหว่างประเทศแห่งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยจัดส่งแก่ผู้คัดค้านตามที่อยู่ที่ระบุให้โดยจดหมายทั่วไป และให้ทำรายงานการจัดส่งกลับคืนไป ต่อมาสำนักกฎหมาย ก. ได้มีหนังสือตอบกลับว่าได้จัดการส่งสำเนาคำชี้ขาดและหนังสือของสำนักงานอนุญาโตตุลาการให้แก่ผู้คัดค้านแล้ว แต่การส่งสำเนาคำชี้ขาดทางไปรษณีย์ธรรมดาไม่ลงทะเบียนย่อมไม่มีหลักฐานว่าผู้คัดค้านได้รับคำชี้ขาดนั้น ประกอบกับผู้ร้องมิได้ส่งคำแปลข้อบังคับอนุญาโตตุลาการทางการค้าระหว่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นภาษาไทยต่อศาล โดยเฉพาะข้อความในข้อ 77 ที่ผู้ร้องอ้างก็ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องและผู้คัดค้านมีการตกลงกันว่าไม่ต้องทำคำแปลหรือศาลอนุญาตให้ส่งโดยไม่ต้องทำคำแปลตามที่ได้กำหนดเป็นข้อยกเว้นไว้ในข้อกำหนดคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2540 ข้อ 23 ทั้งผู้คัดค้านก็โต้เถียงอยู่ว่า ข้อบังคับของอนุญาโตตุลาการทางการค้าระหว่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนข้อ 76 และ ข้อ 77 มิได้ระบุชัดเจนถึงวิธีการจัดส่งเอกสารเกี่ยวกับอนุญาโตตุลาการ หนังสือบอกกล่าวและเอกสารให้แก่คู่กรณีไว้ และข้อความในข้อ 76 และข้อ 77 ก็มิได้ระบุแจ้งชัดว่าอนุญาตให้มีการจัดส่งเอกสารต่าง ๆ โดยวิธีธรรมดาได้ จึงไม่อาจรับฟังได้ว่า การส่งสำเนาคำชี้ขาดให้แก่ผู้คัดค้านตามวิธีการที่ผู้ร้องได้นำสืบมานั้นถูกต้องตามข้อบังคับของอนุญาโตตุลาการทางการค้าระหว่างประเทศแห่งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน อันเป็นการเพียงพอให้ถือได้ว่าได้มีการจัดส่งสำเนาคำชี้ขาดถึงผู้คัดค้านโดยชอบตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2530 แล้ว สำนักกฎหมาย ก. มีสำนักงานตั้งอยู่ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนผู้ร้องมิได้นำสืบให้เห็นว่าสำนักกฎหมาย ก. มีชื่อเสียงเป็นที่เชื่อถือระหว่างประเทศได้มากน้อยเพียงใด ทั้งข้อความในหนังสือรับรองของสำนักกฎหมาย ก. ก็ได้ความเพียงว่าได้จัดส่งสำเนาคำชี้ขาดและเอกสารต่าง ๆ ให้แก่ผู้คัดค้านแล้วทางไปรษณีย์แต่การส่งจดหมายหรือเอกสารทางไปรษณีย์ธรรมดาระหว่างประเทศต้องมีการขนส่งโดยพาหนะหลายทอดหลายตอน จึงเป็นการไม่แน่นอนว่าจดหมายหรือเอกสารที่ส่งไปโดยวิธีดังกล่าวจะไปถึงผู้รับในอีกประเทศหนึ่งได้อย่างเรียบร้อย เมื่อผู้ร้องไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดที่พิสูจน์ได้ว่าผู้คัดค้านได้รับสำเนาคำชี้ขาดดังกล่าว หรือสำเนาคำชี้ขาดได้มีการส่งไปถึงสำนักงานของผู้คัดค้านแล้ว แม้ ว. ผู้ช่วยหัวหน้าที่ทำการไปรษณีย์จะเบิกความว่าการส่งไปรษณีย์ธรรมดาจะไม่มีหลักฐานการตอบรับจากผู้รับ และหากส่งได้ก็จะไม่มีการบันทึกการส่งได้ไว้หากส่งไม่ได้ไปรษณีย์ผู้ส่งจะบันทึกลงบนไปรษณียภัณฑ์นั้นถึงเหตุที่ส่งไม่ได้และจัดการส่งคืนผู้ฝากส่ง และแม้จะไม่ปรากฏว่าหนังสือแจ้งคำชี้ขาดที่ส่งไปให้แก่ผู้คัดค้านได้มีการส่งกลับคืนไปเพราะส่งไม่ได้ก็ตาม ก็ยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าได้มีการส่งสำเนาคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการถึงผู้คัดค้านแล้ว ผู้ร้องจึงยังไม่มีอำนาจที่จะร้องขอให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการดังกล่าวตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการฯ มาตรา 30 ได้

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านได้ทำสัญญาขายแผ่นโพลีเอสเตอร์กึ่งด้าน(คุณภาพเส้นใยเกรดเอ) จำนวน 504 ตัน เป็นเงิน 778,680 ดอลลาร์สหรัฐแก่ผู้ร้องหากพบว่าคุณภาพของสินค้ามิได้เป็นไปตามที่กำหนดในสัญญา ผู้ซื้อมีสิทธิปฏิเสธการรับมอบสินค้าและผู้ขายต้องนำสินค้ากลับคืน พร้อมกับคืนราคาสินค้าที่ได้ชำระไปรวมค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการขนส่งสินค้า การเก็บสินค้า การประกันภัยและการตรวจสอบแก่ผู้ซื้อ ข้อพิพาทที่เกี่ยวเนื่องกับสัญญาฉบับนี้ ให้คู่กรณีนำเสนอต่อคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการทางการค้าระหว่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด สำนักงานตรวจสอบสินค้านำเข้าและส่งออกแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ตรวจพบว่าสินค้าตามสัญญาซื้อขายไม่มีคุณภาพตามที่กำหนดในสัญญาซื้อขาย ผู้คัดค้านชำระเงินคืนแก่ผู้ร้องบางส่วน จากนั้นผู้คัดค้านเพิกเฉย ผู้ร้องจึงนำข้อพิพาทเสนอต่ออนุญาโตตุลาการของคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการทางการค้าระหว่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีคำชี้ขาดให้ผู้คัดค้านชำระเงินค่าสินค้าที่ค้างชำระแต่ผู้คัดค้านมิได้ชำระเงินตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยการยอมรับนับถือและการใช้บังคับคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ฉบับนครนิวยอร์ก ลงวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2501 (ค.ศ. 1958) ขอให้บังคับผู้คัดค้านชำระเงินจำนวน 163,245.16 ดอลลาร์สหรัฐ และ 92,064.40 หยวนเหรินหมินปี้ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 13 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันยื่นคำร้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องยังมิได้ส่งสำเนาคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนแก่ผู้คัดค้าน สิทธิในการร้องขอให้บังคับตามคำชี้ขาดจึงยังไม่เกิด คำชี้ขาดตามคำร้องขอไม่สามารถบังคับได้เพราะมิได้แจ้งให้ผู้คัดค้านทราบล่วงหน้าถึงการแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการและการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ ผู้ร้องและผู้คัดค้านได้ระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นโดยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว ผู้ร้องจึงนำข้อพิพาทเสนอต่ออนุญาโตตุลาการมิได้ขอให้ยกคำร้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษาบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการแห่งคณะกรรมการเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยให้ผู้คัดค้านชำระเงินจำนวน 147,790.36 ดอลลาร์สหรัฐ และ 83,357.2 หยวน เหรินหมินปี้ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ในต้นเงินทั้งสองจำนวน นับแต่วันที่ 22 กันยายน2540 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง โดยให้คิดอัตราแลกเปลี่ยนตามอัตราอ้างอิงของธนาคารแห่งประเทศไทยในวันที่มีคำพิพากษานี้ ถ้าไม่มีอัตราอ้างอิงในวันดังกล่าวก็ให้ถือเอาวันสุดท้ายที่มีอัตราอ้างอิงนั้นก่อนวันพิพากษา ทั้งนี้เมื่อคำนวณเป็นเงินไทยณ วันยื่นคำร้องต้องไม่เกิน 7,196,153.01 บาท และเงินต้นที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณดอกเบี้ยในวันถัดจากวันยื่นคำร้องต้องไม่เกิน 6,323,619.48 บาท ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า"ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2539 ผู้คัดค้านได้ทำสัญญาขายแผ่นโพลีเอสเตอร์กึ่งด้าน (คุณภาพเส้นใยเกรดเอ) จำนวน 504 ตัน ในราคาตันละ 1,545 ดอลลาร์สหรัฐ รวมเป็นเงิน 778,680 ดอลลาร์สหรัฐให้แก่ผู้ร้อง โดยตกลงกันว่าให้สำนักงานตรวจสอบสินค้านำเข้าและส่งออกแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นผู้ชี้ขาดเกี่ยวกับคุณภาพของสินค้า หากพบว่าคุณภาพของสินค้ามิได้เป็นไปตามที่กำหนดในสัญญาผู้ซื้อมีสิทธิปฏิเสธการรับมอบสินค้าและผู้ขายต้องนำสินค้ากลับคืนพร้อมกับคืนค่าสินค้าที่ได้ชำระไป รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการขนส่งสินค้า การเก็บสินค้าการประกันภัยและการตรวจสอบแก่ผู้ซื้อ ข้อพิพาทเกี่ยวเนื่องกับสัญญาให้คู่กรณีนำเสนอต่อคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการทางการค้าระหว่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด สำนักงานตรวจสอบสินค้านำเข้าและส่งออกแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนตรวจพบว่าสินค้าของผู้คัดค้านที่ส่งไปไม่มีคุณภาพตามที่กำหนดในสัญญา เนื่องจากมีสิ่งสกปรกปะปนอยู่ไม่สามารถใช้ในการผลิตเส้นใยดาครอนชนิดยาวโดยใช้ความเร็วสูงได้ ผู้ร้องกับผู้คัดค้านจึงทำความตกลงกันโดยผู้คัดค้านมอบหมายให้ผู้ร้องจำหน่ายสินค้าแผ่นโพลีเอสเตอร์ส่วนที่เหลือจำนวน 406 ตัน ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องสามารถขายสินค้าดังกล่าวได้เป็นเงิน 337,469.87 ดอลลาร์สหรัฐ และผู้คัดค้านได้ชำระราคาค่าสินค้าคืนแก่ผู้ร้องอีกจำนวน 63,408.68 ดอลลาร์สหรัฐ ผู้ร้องได้เรียกร้องให้ผู้คัดค้านคืนเงินค่าสินค้าพร้อมดอกเบี้ยและค่าเสียหายอีกจำนวนหนึ่ง แต่ผู้คัดค้านเพิกเฉยผู้ร้องจึงนำข้อพิพาทเสนอต่ออนุญาโตตุลาการของคณะกรรมการอนุ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9658/2542 · ทนอย Thanoy