ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2556

ฎีกาที่ 9697/2556

หลักกฎหมาย

แม้ผู้คัดค้านที่ 3 ซึ่งถูกฟ้องเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 จะถึงแก่ความตายในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา แต่คดีนี้ เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 30 ผู้คัดค้านที่ 3 ยื่นคำคัดค้านว่า รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน บก 9142 ปัตตานี โทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อโมโตโรล่าหมายเลข 0 9736 2023 เป็นของผู้คัดค้านที่ 3 ไม่ได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และศาลชั้นต้นไต่สวนจนเสร็จสิ้นกระแสความ กับวินิจฉัยในประเด็นว่าทรัพย์สินดังกล่าวเกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่แล้ว จนกระทั่งคดีขึ้นสู่ศาลฎีกา จึงมิใช่กรณีที่ไม่อาจดำเนินคดีต่อไปได้เพราะเหตุที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยถึงแก่ความตาย ย่อมไม่อาจนำพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 32 วรรคสอง มาใช้บังคับ ศาลฎีกาจึงมีอำนาจพิจารณาในส่วนของผู้คัดค้านที่ 3 ต่อไปได้

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งริบรถยนต์ 3 คัน โทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 เครื่อง ของกลางดังกล่าวให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3, 30, 31 ศาลชั้นต้นได้สั่งให้ประกาศในหนังสือพิมพ์ตามกฎหมายแล้ว ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านขอให้มีคำสั่งคืนรถยนต์คันดังกล่าวให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำคัดค้านขอให้มีคำสั่งคืนรถยนต์คันดังกล่าวให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 ผู้คัดค้านที่ 3 ถึงที่ 5 ยื่นคำคัดค้านขอให้มีคำสั่งคืนรถยนต์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ดังกล่าวให้แก่ผู้คัดค้านที่ 3 ถึงที่ 5 ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ริบรถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน บก 9142 ปัตตานี โทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อโนเกีย รุ่น 3350 หมายเลข 0 9524 7283 รุ่น 3310 หมายเลข 0 9878 9666 และโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อโมโตโรล่า รุ่นทอล์คอะเบาท์ หมายเลข 0 9736 2023 ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก และคืนรถยนต์ ยี่ห้อนิสสันเซฟิโร่หมายเลขทะเบียน ฉจ 626 กรุงเทพมหานคร แก่ผู้คัดค้านที่ 1 คืนรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ก - 2222 กรุงเทพมหานคร แก่ผู้คัดค้านที่ 2 ผู้คัดค้านที่ 3 ถึงที่ 5 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้คัดค้านที่ 3 ถึงที่ 5 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมผู้คัดค้านที่ 3 ถึงที่ 5 กับนายมะสักรี และนายมะสุกรี ในข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ส่งพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กรุงเทพมหานคร ดำเนินคดีพร้อมของกลางคือเมทแอมเฟตามีน 40,000 เม็ด รถยนต์ ยี่ห้อนิสสันเซฟิโร่ หมายเลขทะเบียน ฉจ 626 กรุงเทพมหานคร รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน บก 9142 ปัตตานี รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ก - 2222 กรุงเทพมหานครรวม 3 คัน โทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อโนเกีย รุ่น 3350 หมายเลข 0 9524 7283 โทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อโมโตโรล่า รุ่นทอล์คอะเบาท์ หมายเลข 0 9736 2023 และโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อโนเกีย รุ่น 3310 หมายเลข 0 9878 9666 รวม 3 เครื่องต่อมาผู้ร้องเป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้คัดค้านที่ 3 ถึงที่ 5 กับพวกดังกล่าว ต่อศาลชั้นต้นในข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เป็นคดีหลัก ขณะคดีหลักอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งริบรถยนต์ 3 คัน โทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 เครื่อง ของกลางดังกล่าวให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นคดีนี้ ผู้คัดค้านทั้งห้ายื่นคำคัดค้าน ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีหลักว่า ผู้คัดค้านที่ 3 ถึงที่ 5 กับพวก กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ผู้คัดค้านที่ 3 ถึงที่ 5 กับพวก อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ส่วนคดีขอให้ริบทรัพย์สินคดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน บก 9142 ปัตตานี โทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อโนเกีย รุ่น 3350 หมายเลข 0 9524 7283 และรุ่น 3310 หมายเลข 0 9878 9666 และโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อโมโตโรล่า รุ่นทอล์คอะเบาท์ หมายเลข 0 9736 2023 ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้คัดค้านที่ 3 ถึงที่ 5 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นอกจากนี้ข้อเท็จจริงได้ความจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ ย.9475/2545 หมายเลขแดงที่ ย.2347/2548 ของศาลชั้นต้นว่า ผู้คัดค้านที่ 3 ซึ่งถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 1 ในคดีดังกล่าวในความผิดฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนได้ถึงแก่ความตายในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลฎีกา และศาลฎีกามีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 เสียจากสารบบความแล้ว ตามคดีหมายเลขแดงที่ 4718/2556 ของศาลฎีกา มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการแรกว่า ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีสำหรับผู้คัดค้านที่ 3 ต่อไปหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 30 ผู้คัดค้านที่ 3 ยื่นคำคัดค้านว่า รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน บก 9142 ปัตตานี โทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อโมโตโรล่าหมายเลข 0 9736 2023 เป็นของผู้คัดค้านที่ 3 ไม่ได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และศาลชั้นต้นไต่สวนจนเสร็จสิ้นกระแสความ กับวินิจฉัยในประเด็นว่าทรัพย์สินดังกล่าวเกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่แล้ว จนกระทั่งคดีขึ้นสู่ศาลฎีกา จึงมิใช่กร
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง