คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2561
ฎีกาที่ 975/2561
หลักกฎหมาย
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมใบกำกับสินค้า/ใบรับสินค้า ใบเบิกเงิน และใบกำกับสินค้าและใช้เอกสารปลอมดังกล่าว ส่วนคดีอาญาหมายเลขดำที่ 845/2552 ของศาลชั้นต้น เป็นเรื่องที่โจทก์ร่วมฟ้องจำเลยทั้งสองเกี่ยวกับการออกใบเสร็จรับเงินให้แก่สมาชิกซึ่งมาชำระค่าสินค้า แล้วไม่นำเงินที่รับชำระพร้อมใบเสร็จที่ออกส่งให้แก่ฝ่ายการเงินและไม่ได้นำไปตัดยอดหนี้ให้แก่สมาชิก ในคดีดังกล่าวจึงเป็นเรื่องโจทก์ร่วมฟ้องจำเลยทั้งสองเกี่ยวกับการปลอมใบเสร็จรับเงิน ซึ่งเป็นเอกสารที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ คำฟ้องของโจทก์ในคดีนี้จึงมิใช่เรื่องเดียวกันกับคดีดังกล่าว จึงไม่เป็นฟ้องซ้อนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 173 (1) ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 264, 265, 268 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา สหกรณ์การเกษตรปากพนัง จำกัด ผู้เสียหายที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เป็นความผิดจำนวน 39 กระทง ให้ลงโทษกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 78 ปี แต่ให้ลงจำคุก 10 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (1) ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง โจทก์ โจทก์ร่วมและจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยที่ 1 เป็นผู้ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมนั้น ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 แต่กระทงเดียว ตามมาตรา 268 วรรคสอง รวม 16 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 16 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมและจำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ฎีกาโต้แย้งฟังยุติในชั้นนี้ว่า จำเลยทั้งสองเป็นพนักงานและลูกจ้างของโจทก์ร่วม จำเลยที่ 1 มีหน้าที่จำหน่าย ดูแลและรับผิดชอบสินค้าประเภทน้ำมัน อาหารกุ้งขาว อาหารกุ้งกุลาดำ จำเลยที่ 2 มีหน้าที่จำหน่าย ดูแล และรับผิดชอบสินค้าประเภทปุ๋ยเคมีและเมล็ดพันธุ์ข้าว จำเลยทั้งสองมีหน้าที่เก็บรักษาเงินที่จำหน่ายสินค้า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ออกใบกำกับสินค้า/ใบรับสินค้า เป็นผู้ออกใบเบิกเงิน และเป็นผู้ออกใบกำกับสินค้า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในข้อแรกตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้อนกับคดีอาญาหมายเลขดำที่ 845/2552 ของศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมใบกำกับสินค้า/ใบรับสินค้า ใบเบิกเงิน และใบกำกับสินค้า และใช้เอกสารปลอมดังกล่าว ส่วนคดีอาญาหมายเลขดำที่ 845/2552 ของศาลชั้นต้น ได้ความตามคำเบิกความของนายอิมรอน ผู้รับมอบอำนาจของโจทก์ร่วมว่า เป็นเรื่องที่โจทก์ร่วมฟ้องจำเลยทั้งสองเกี่ยวกับการออกใบเสร็จรับเงินให้แก่สมาชิกซึ่งมาชำระค่าสินค้า แล้วไม่นำเงินที่รับชำระพร้อมใบเสร็จที่ออกส่งให้แก่ฝ่ายการเงินและไม่ได้นำไปตัดยอดหนี้ให้แก่สมาชิก จำเลยทั้งสองโดยทุจริตยักยอกเงินที่รับชำระมาไปเป็นของตน รวมทั้งร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม โดยจำเลยทั้งสองก็มิได้นำสืบหักล้างเป็นอื่น ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า ในคดีดังกล่าวเป็นเรื่องโจทก์ร่วมฟ้องจำเลยทั้งสองเกี่ยวกับการปลอมใบเสร็จรับเงิน ซึ่งเป็นเอกสารที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ดังนี้ คำฟ้องของโจทก์ในคดีนี้จึงมิใช่เรื่องเดียวกันกับคดีดังกล่าว ฟ้องโจทก์ในคดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้อนกับคดีดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 (1) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในข้อต่อไปตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 หรือไม่ โจทก์และโจทก์ร่วมมีผู้เสียหายที่ 2 ถึงที่ 4 และผู้เสียหายที่ 7 ถึงที่ 11 เบิกความว่า ลายมือชื่อในช่องผู้รับสินค้าในใบกำกับสินค้า/ใบรับสินค้า และลายมือชื่อในช่องผู้รับเงินตามใบเบิกเงินไม่ใช่ลายมือชื่อของผู้เสียหายดังกล่าว โดยโจทก์และโจทก์ร่วมยังมีนางละออง ผู้ตรวจสอบบัญชีของโจทก์ร่วมเบิกความว่า พยานเป็นผู้จัดทำหนังสือยืนยันยอดหนี้ให้ผู้เสียหายแต่ละคนมาตรวจดูและให้พูดคุยกับจำเลยที่ 1 เมื่อข้อเท็จจริงตรงกันจึงให้จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อไว้ ส่วนจำเลยที่ 1 เบิกความว่า จำเลยที่ 1 ไม่ใช่ผู้ปลอมลายมือชื่อดังกล่าว โดยลายมือชื่อที่ปรากฏในช่องผู้รับสินค้าและผู้รับเงินเป็นลายมือชื่อของผู้เสียหายแต่ละคน หรือมิเช่นนั้นก็เป็นลายมือชื่อของบุคคลที่ผู้เสียหายมอบให้มารับสินค้า จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อไว้ในหนังสือยืนยันยอดหนี้ไม่ใช่เป็นการยอมรับจำนวนหนี้ตามที่ผู้เสียหายแต่ละคนกล่าวอ้าง แต่เป็นเพียงการรับรองว่าจำนวนหนี้ไม่ตรงกัน เห็นว่า หากข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ลายมือชื่อในเอกสารดังกล่าวของผู้เสียหายแต่ละคนเป็นลายมือชื่อปลอม ผู้เสียหายแต่ละคนจะได้รับประโยชน์จากการไม่ต้องชำระหนี้ตามใบกำกับสินค้า/ใบรับสินค้า และไม่ต้องชำระเงินคืนตามใบเบิกเงิน ผู้เสียหายแต่ละคนจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง ซึ่งจะต้องรับฟังคำเบิกความด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่น
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง