คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2539
ฎีกาที่ 9776/2539
หลักกฎหมาย
ก่อนวันที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับที่44เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มีผลใช้บังคับแล้วดังนั้นเงินค่าทดแทนที่ดินของโจทก์จึงต้องกำหนดโดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ตามมาตรา21วรรคหนึ่ง(1)ถึง(5)แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530คือราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดราคาที่มีการตีราคาไว้เพื่อประโยชน์แก่การเสียภาษีบำรุงท้องที่ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประกอบสภาพและที่ต้องของที่ดินของโจทก์ในวันที่24พฤษภาคม2531ซึ่งเป็นวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาฯประกอบเหตุและวัตถุประสงค์ของการเวนคืนเพื่อประโยชน์สาธารณะในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่บริเวณด้านทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานครแม้หากจะฟังได้ว่าการที่ได้ที่ดินของโจทก์เข้ากรณีตามมาตรา22ก็ตามแต่มาตรา22นี้ให้เป็นดุลพินิจที่จะกำหนดเงินค่าทดแทนให้ต่ำกว่าเงินค่าทดแทนที่กำหนดตามมาตรา21ก็ได้ไม่ได้บังคับว่าต้องกำหนดเงินค่าทดแทนให้ต่ำกว่ามาตรา21เสมอไปดังนั้นการกำหนดเงินค่าทดแทนให้ตามมาตรา21ย่อมไม่ขัดต่อมาตรา22แต่อย่างใด พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530มาตรา26วรรคสามบัญญัติว่าในกรณีที่รัฐมนตรีหรือศาลวินิจฉัยให้ชำระเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้นให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนได้รับดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทประจำของธนาคารออมสินในจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นทั้งนี้นับแต่วันที่ต้องมีการจ่ายหรือวางเงินค่าทดแทนนั้นและมาตรา11คดีนี้ไม่มีการตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพย์กันตามมาตรา10แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530ดังนั้นจึงไม่มีวันที่ต้องมีการจ่ายค่าทดแทนตามมาตรา26วรรคสามที่ศาลล่างทั้งสองให้โจทก์ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่15พฤศจิกายน2533ซึ่งเป็นวันที่ลงในหนังสือแจ้งให้ไปรับเงินค่าทดแทนโดยเห็นว่าเป็นวันที่ต้องมีการจ่ายค่าทดแทนนั้นไม่ชอบกรณีนี้วันที่โจทก์มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยจากเงินค่าทดแทนที่รัฐมนตรีและศาลฎีกาวินิจฉัยให้ชำระเพิ่มขึ้นรวมกันจำนวน2,605,413.20บาทคือวันที่จำเลยที่1วางเงินค่าทดแทนในวันที่22เมษายน2534โดยให้ได้ในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคารออมสินส่วนจะได้รับอัตราเท่าใดต้องเป็นไปตามประกาศของธนาคารออมสินที่ประกาศอัตราดอกเบี้ยขึ้นลงแต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ8ต่อปีเพราะโจทก์มิได้ฎีกาขอให้เพิ่มอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่ศาลล่างทั้งสองกำหนด
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 10พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 21พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 22พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 26ป.วิ.พ. 142ป.วิ.พ. 246ป.วิ.พ. 247
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินเฉพาะส่วนโฉนดเลขที่ 188433 ตำบลหนองบอน อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานครเนื้อที่ 4,000 ตารางวา เมื่อ พ.ศ. 2531 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่แขวงหนองบอนเขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2531 ที่ดินของโจทก์ได้ถูกจำเลยทั้งสองเวนคืนเป็นเนื้อที่ 4,000 ตารางวา จำเลยทั้งสองกำหนดค่าทดแทนให้โจทก์ตารางวาละ 848.65 บาท โดยไม่เหมาะสมและไม่เป็นธรรม เพราะค่าทดแทนที่กำหนดมานั้นต่ำกว่าราคาธรรมดาที่ซื้อขายกันในท้องตลาดในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวซึ่งปัจจุบันมีการซื้อขายกันราคาไม่ต่ำกว่าตารางวาละ 50,000 บาทแต่โจทก์ขอค่าทดแทนเพียงตารางวาละ 20,000 บาท วันที่ 12 ธันวาคม2533 โจทก์ได้อุทธรณ์ขอค่าทดแทนที่ดินเพิ่มเป็นตารางวาละ20,000 บาท ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่ตอบให้โจทก์ทราบภายใน 60 วัน ต่อมามีประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44 แก้ไขราคาค่าทดแทนให้สูงขึ้น แต่จำเลยทั้งสองหาได้แก้ไขไม่ จำเลยทั้งสองจึงต้องจ่ายเงินค่าทดแทนเพิ่มให้โจทก์อีกเป็นเงิน 76,605,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2531ซึ่งเป็นวันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวใช้บังคับ ถึงวันฟ้องเป็นเงินดอกเบี้ยที่โจทก์โจทก์ติดใจเรียกร้องเพียง 27,819,000 บาทขอให้บังคับจำเลยทั้งสองใช้เงินแก่โจทก์ 104,424,400 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10.5 ต่อปี ของต้นเงิน 76,605,400 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การว่า คณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่กำหนดราคาเบื้องต้นฯ ได้กำหนดเงินค่าทดแทนให้แก่โจทก์เป็นเงินค่าทดแทน3,916,000 บาท ซึ่งเป็นเงินค่าทดแทนที่เหมาะสมเป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืนและสังคมแล้ว เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2534 จำเลยที่ 2ได้วางเงินค่าทดแทนโดยนำไปฝากไว้แก่ธนาคารออมสิน สาขาพระโขนงกรุงเทพมหานคร โจทก์ไม่มีสิทธิได้ดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 24พฤษภาคม 2531 เพราะไม่ใช่วันที่ต้องมีการจ่ายหรือวางเงินค่าทดแทนและเมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนเพิ่มก็ย่อมไม่มีสิทธิเรียกเอาดอกเบี้ย และการกำหนดค่าทดแทนเสร็จเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2532 จึงไม่อยู่ในบังคับของประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44 ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน2,605,413.11 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 8 ต่อปี นับแต่วันที่15 พฤศจิกายน 2533 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์เพิ่มขึ้นเป็นเงินจำนวน 6,605,413.11 บาทนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ และ จำเลย ทั้ง สอง ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 188433 ตำบลหนองบอน อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานครเนื้อที่ 5,616 ตารางวา มีโจทก์เป็นเจ้าของร่วม เนื้อที่4,000 ตารางวา ที่ดินโฉนดดังกล่าวอยู่ในแนวเขตบริเวณที่ที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่แขวงหนองบอน เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2531เพื่อประโยชน์สาธารณะในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่บริเวณด้านทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผลใช้บังคับในวันที่ 24 พฤษภาคม 2531 คณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่กำหนดราคาเบื้องต้นฯ กำหนดค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ 188433 ทั้งแปลงเป็นเงิน 4,766,000 บาท เฉลี่ยแล้วตารางวาละประมาณ 848.65บาท ส่วนของโจทก์เนื้อที่ 4,000 ตารางวา เป็นเงิน3,394,586.80 บาท และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เพิ่มให้อีกตารางวาละ 500 บาท ส่วนของโจทก์เนื้อที่ 4,000 ตารางวา ได้เงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้นอีก 2,000,000 บาท รวมกับที่คณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่กำหนดราคาเบื้องต้นฯ กำหนดให้ดังกล่าวแล้วเป็นเงิน5,394,586.80 บาท เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2534 จำเลยที่ 1ได้วางเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ 188433 ที่คณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่กำหนดราคาเบื้องต้นฯ กำหนดโดยวิธีการฝากเงินค่าทดแทนที่ดินดังกล่าวไว้ในนามเจ้าของที่ดินที่ธนาคารออมสินสาขาพระโขนง กรุงเทพมหานคร ตามสำเนาสมุดฝากเงินออมสินเอกสารหมาย ล.6 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกาว่าโจทก์ควรได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพียงใดโจทก์ฎีกาว่า เงินค่าทดแทนที่ดินที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้แก่โจทก์เพิ่มขึ้นเป็นตารางวาละ 2,500 บาท ยังต่ำไป เนื่องจากคดีที่นายปราโมทย์ พันธ์โสภา ฟ้องนางสมัย โพธิเกษม เป็นคดีอาญาซึ่งเป็นที่ดินที่ถูกเวนคืนบริเวณเดียวกับที่ที่ซื้อขายในคดีดังกล่าวมีราคาตารางวาละ 12,000 บาท จำเลยกำหนดค่าทดแทนโดยมิได้ใส่ใจถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือคำสั่งของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44 โจทก์ควรได้รับเงินค่า
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง