ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2513

ฎีกาที่ 985/2513

หลักกฎหมาย

ฟ้องคดีแพ่งแดงที่ 7161/2509 เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องนางพรรณเพ็ญแขเป็นจำเลยกล่าวหาว่านางพรรณเพ็ญแขผิดสัญญา การบอกเลิกสัญญาเป็นการไม่ชอบ โจทก์ได้รับความเสียหายขอเรียกค่าเสียหาย ส่วนฟ้องคดีนี้ โจทก์ฟ้องนายฮักเมี้ยกับพวก 4 คนเป็นจำเลย กล่าวหาว่าจำเลยทั้งสี่ได้บุกรุกเข้ามารบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์ในตลาดท่าเตียนที่โจทก์เช่ามาจากนางพรรณเพ็ญแขเรียกค่าเสียหายที่โจทก์ไม่อาจเรียกร้องเงินค่าก่อสร้างจากผู้มาเช่าใหม่ได้ และขอห้ามจำเลยทั้งสี่เข้าเกี่ยวข้องและให้ขนย้ายออกไป ดังนี้ ฟ้องโจทก์ในคดีแพ่งแดงที่ 7161/2509 กับฟ้องของโจทก์ในคดีนี้เป็นฟ้องคนละเรื่อง คนละประเด็น และจำเลยคนละคนกัน แม้ศาลจะอนุญาตให้นางพรรณเพ็ญแขจำเลยในคดีแพ่งแดงที่ 7161/2509 เข้าเป็นจำเลยร่วมในคดีนี้ด้วยก็ตาม ก็เป็นฟ้องไม่ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173(1) สัญญาเช่าที่ดินเพื่อการปลูกสร้างอาคารซึ่งผู้เช่ามีหน้าที่ชำระเงินค่าตอบแทนและค่าเช่าให้กับผู้ให้เช่า และผู้เช่าได้สิทธิต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในสัญญา มิใช่สัญญาเช่าธรรมดาตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะเช่าทรัพย์ คือ ผู้เช่าเป็นผู้เช่าและครอบครองทรัพย์สินของผู้ให้เช่าเพื่ออยู่อาศัยอย่างผู้เช่าธรรมดาแต่เป็นสัญญาต่างตอบแทนที่มีลักษณะเป็นพิเศษ คือเป็นเรื่องผู้เช่าเช่าที่ดินของผู้ให้เช่าเพื่อการปลูกสร้างอาคารให้ผู้ให้เช่า ผู้เช่ามีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาให้ถูกต้องก่อน จึงจะได้สิทธิต่าง ๆ ภายใต้บังคับเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญานั้น เมื่อมีข้อสัญญากำหนดไว้ด้วยว่าถ้าผู้เช่าไม่ปฏิบัติตามสัญญานี้ข้อหนึ่งข้อใด ผู้ให้เช่าทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญานี้ได้ทันที และยอมให้ผู้ให้เช่าเข้าครอบครองยึดถือกรรมสิทธิ์บรรดาทรัพย์สินที่อยู่ในสถานที่เช่าได้ทันทีเมื่อผู้เช่าเป็นฝ่ายผิดสัญญา และผู้ให้เช่าได้บอกเลิกสัญญาโดยชอบแล้ว ผู้เช่าย่อมหมดสิทธิที่จะเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินและอาคารของผู้ให้เช่าได้อีกต่อไป ผู้ให้เช่าจึงมีสิทธิเข้าครอบครองที่ดินและอาคารที่ให้เช่าอันเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าอยู่แล้วทันทีโดยไม่จำเป็นที่ผู้เช่าจะต้องมอบสิทธิครอบครองให้ผู้ให้เช่าเสียก่อนและภายหลังแต่เวลานั้นการกระทำของบุคคลอื่นใดโดยอาศัยอำนาจของผู้ให้เช่าย่อมไม่เป็นการละเมิดสิทธิครอบครองของผู้เช่า (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 13 และครั้งที่ 14/2513 เฉพาะปัญหาเป็นละเมิดสิทธิครอบครองหรือไม่)

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า นางพรรณเพ็ญแขได้ทำสัญญาตกลงให้นายแสงเช่าที่ดินพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างบริเวณตลาดท่าเตียน มีกำหนดการเช่า 14 ปีต่อมาทั้งสองคนได้โอนสิทธิการเช่าตามสัญญานั้นให้โจทก์ โดยโจทก์ตกลงจะให้ค่าตอบแทนนางพรรณเพ็ญแข 700,000 บาท และชำระให้ไปแล้วในวันทำสัญญา 175,000 บาท โจทก์ได้รับสิทธิครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในบริเวณตลาดท่าเตียนมาโดยข้อสัญญาดังกล่าว ในสัญญาเพื่อการปลูกสร้างอาคารดังกล่าว ได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของโจทก์เป็นผู้เจรจาให้ผู้เช่าอยู่เดิมออกไป หากขัดขืนก็ให้โจทก์เป็นผู้ฟ้องร้องขับไล่เอง เมื่อได้รับมอบสถานที่เช่าคืนแล้ว ฯลฯ โจทก์จะต้องรื้อถอนปลูกสร้างขึ้นใหม่แล้วโจทก์มีสิทธิเช่าโอนสิทธิการเช่าให้บุคคลอื่น ฯลฯ ในระหว่างที่โจทก์ครอบครองตลาดท่าเตียนตามสัญญาเช่านี้ จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันละเมิดสิทธิครอบครองของโจทก์ โดยงัดกุญแจที่โจทก์ใช้ปิดประตูตึกแถวบุกรุกเข้าไปอาศัยอยู่ รื้อซากตึก นำเอาเศษอิฐและเหล็กไปนำความเท็จไปร้องทุกข์ว่าคนของโจทก์บุกรุก รื้อหลังคาตลาดสดและหลังคาห้อง งัดประตูห้องที่โจทก์ครอบครองอยู่ แล้วขนเอาสิ่งของอันเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ไป ทำให้โจทก์เสียหายไม่สามารถเข้าครอบครองใช้ประโยชน์ ขาดประโยชน์อันควรได้ตามสัญญาข้างต้น ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ห้ามเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยทั้งสี่ให้การว่า โจทก์มิได้ทำสัญญาเช่าจากนางพรรณเพ็ญแขสัญญาเช่าเพื่อการก่อสร้างไม่มีข้อความให้อาคารเก่าในที่ดินพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยทั้งสี่ไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์ดังฟ้อง โจทก์ผิดสัญญาที่ทำไว้กับนางพรรณเพ็ญแข ๆ จึงบอกเลิกสัญญาไปแล้ว แล้วทำสัญญาเช่าให้จำเลยทั้งสี่ กรรมสิทธิ์ในตึกที่ปลูกสร้างใหม่จึงตกเป็นของนางพรรณเพ็ญแข โจทก์ไม่มีสิทธิอันใดต่อไปในที่ดินแปลงนี้ ไม่มีอำนาจฟ้อง นางพรรณเพ็ญแขขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ยื่นคำให้การเพิ่มเป็นข้อต่อสู้ว่า เป็นการเรียกค่าเสียหายซ้ำกับคดีที่ศาลแพ่งซึ่งพิพากษาให้จำเลยร่วมชำระให้โจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องคดีนี้ไม่เป็นฟ้องซ้ำหรือฟ้องซ้อนกับคดีแพ่งแดงที่ 7161/2509 ของศาลแพ่ง โจทก์มีอำนาจฟ้อง โจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่ายังไม่ยอมสละสิทธิครอบครองหรือมอบการครอบครองคืนให้จำเลยร่วมผู้ให้เช่า จำเลยร่วมผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิจะเข้าไปยื้อแย่งครอบครองโดยพลการ เมื่อจำเลยทั้งสี่และจำเลยร่วมกระทำตามฟ้องจึงเป็นการละเมิด พิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2508 ถึงวันที่ 11 เมษายน 2509 เป็นเงิน17,100 บาท ส่วนค่าเสียหายนับแต่วันที่ 11 เมษายน 2509 ไม่คิดให้เพราะจะเป็นค่าเสียหายซ้อนกับในคดีแพ่งแดงที่ 7161/2509 ห้ามจำเลยและจำเลยร่วมรบกวนสิทธิในที่ดินที่โจทก์เช่าจากนางพรรณเพ็ญแข เว้นแต่ทรัพย์สินหรือสิทธิและหน้าที่ตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 1581/2509และคดีแดงที่ 7161/2509 ของศาลแพ่งมีอยู่ต่อกันอย่างไร ก็คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีนั้น ๆ จำเลยทั้งสี่และจำเลยร่วมอุทธรณ์ว่า เป็นฟ้องซ้ำ โจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินและตลาดท่าเตียนของนางพรรณเพ็ญแข จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากนางพรรณเพ็ญแข จำเลยในคดีแดงที่ 7161/2509 ของศาลแพ่ง เป็นการเลือกเอาทางเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาแสดงเจตนาให้เห็นว่า โจทก์สละสิทธิครอบครองตามสัญญาเช่าแล้ว การกระทำของจำเลยทั้งสี่และจำเลยร่วมจึงไม่เป็นละเมิด พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ยังใช้สิทธิครอบครองที่ดินและตลาดท่าเตียนของจำเลยร่วมอยู่โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องและเรียกค่าเสียหายได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาฟ้องคดีนี้จะเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173(1) หรือไม่ เห็นว่าคดีแพ่งแดงที่ 7161/2509 ที่โจทก์ฟ้องนางพรรณเพ็ญแขเป็นจำเลยนั้นโจทก์กล่าวหาว่านางพรรณเพ็ญแขผิดสัญญา การบอกเลิกสัญญาของนางพรรณเพ็ญแขเป็นการไม่ชอบ เรียกค่าเสียหายจากนางพรรณเพ็ญแขส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องนางฮักเมี้ยกับพวกรวม 4 คน กล่าวหาว่าละเมิดสิทธิครอบครองของโจทก์ โดยอ้างว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองตลาดท่าเตียนที่โจทก์เช่ามาจากนางพรรณเพ็ญแข จำเลยบุกรุกเข้ามารบกวนสิทธิเป็นเหตุให้โจทก์ไม่อาจเรียกร้องเงินค่าก่อสร้างจากผู้มาเช่าใหม่ได้ และมีคำขอห้ามเข้าเกี่ยวข้องและขนย้ายออกไปด้วย ดังนี้ เห็นได้ว่าฟ้องโจทก์ในคดีแพ่งแดงที่ 7161/2509 ของศาลแพ่งกับฟ้องของโจทก์ในคดีนี้เป็นการฟ้องคนละเรื่องคนละประเด็นและจำเลยก็คนละคนกัน จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173(1) แม้ศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้นางพรรณเพ็ญแขจำเลยในคดีแพ่งแดงที่ 7161/2509 เข้ามาเป็นจำเลยร่วมในคดีนี้ด้วยก็ตาม ตามสัญญาเช่าเพื่อการปลูกสร้างอาคารตามสำเนาท้ายฟ้องหมายเลข 2 ข้อ 3 คู่สัญญาได้ตกลงไว้ชัดเจนแล้วว่า ให้ผู้เช่าคือ โจทก์จัดการให้ผู้เช่าเดิมออกไปจากสถานที่เช่าของจำเลยร่วม
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 985/2513 · ทนอย Thanoy