ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551

ฎีกาที่ 997/2551

หลักกฎหมาย

จำเลยให้การแต่เพียงว่า จำเลยขอให้การปฏิเสธว่าลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจของผู้มอบอำนาจไม่ใช่ลายมือชื่อของ ส. และ ว.ตราประทับก็ไม่ใช่ของบริษัทโจทก์ ซึ่งเป็นการให้การปฏิเสธลอยๆ แต่เพียงว่าตราที่ประทับในหนังสือมอบอำนาจไม่ใช่ตราของบริษัทโจทก์เท่านั้น ไม่ได้แสดงเหตุแห่งการปฏิเสธตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง จึงไม่เป็นประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัย ตามสัญญาโฆษณากำหนดวันชำระหนี้ไว้ว่า ชำระเงินหลังวันโฆษณาภายใน 30 วัน ส่วนวันโฆษณาคือวันที่ 4 และ 9 ธันวาคม 2540 ดังนั้น วันครบกำหนดชำระเงินคือภายในวันที่ 3 และ 8 มกราคม 2541 จึงถือได้ว่ามีกำหนดวันชำระหนี้ไว้แน่นอนตามปฏิทิน แต่เมื่อพนักงานของโจทก์ไปส่งใบแจ้งหนี้และใบวางบิลให้แก่จำเลยแล้ว จำเลยระบุในใบรับวางบิลว่า โปรดมารับเงินวันที่ 13 มีนาคม 2541 โจทก์มิได้ทักท้วง แสดงว่าโจทก์และจำเลยมิได้ถือเอาวันที่ครบกำหนดชำระเงินตามสัญญาโฆษณา เป็นสาระสำคัญอีกต่อไปจำเลยจะผิดนัดต่อเมื่อโจทก์ได้เตือนให้ชำระหนี้แล้วจำเลยไม่ชำระตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง จึงจะคิดดอกเบี้ยตามมาตรา 224 ได้

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ได้มอบอำนาจให้นายสมนึกหรือนางสาวอัญชลีเป็นผู้ฟ้องและดำเนินคดีแทน เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2540 จำเลยได้ว่าจ้างให้โจทก์ทำการโฆษณาสินค้าของจำเลยในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐใช้ชื่อสินค้าว่า แคมเปญมหกรรมบ้านและรถยนต์ โดยให้โฆษณาในวันที่ 4 และ 9 ธันวาคม 2540 ค่าจ้างโฆษณารวมภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 479,750.50 บาท ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 โจทก์ได้ลงโฆษณาสินค้าของจำเลยถูกต้องตามสัญญา และทวงถามให้จำเลยชำระค่าจ้างโฆษณาแก่โจทก์แล้ว แต่จำเลยไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้จำนวน 548,704.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินจำนวน 479,750.50 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระหนี้โจทก์เสร็จสิ้น และให้จำเลยชำระค่าเสียหายอันเนื่องมาจากโจทก์ต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่สถาบันการเงินต่างๆ อีกจำนวน 187,582.25 บาท และค่าเสียหายจากต้นเงิน 479,750.50 บาท ในอัตราร้อยละ 1.7 ต่อเดือน นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจของผู้มอบอำนาจไม่ถูกต้องและตราประทับก็ไม่ใช่ตราประทับของบริษัทโจทก์ จำเลยไม่เคยตกลงทำสัญญาโฆษณาตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 กับโจทก์ ลายมือชื่อในช่องผู้ว่าจ้างไม่ใช่ลายมือชื่อของกรรมการบริษัทจำเลย ไม่มีการประทับตราบริษัทจำเลยไม่ปรากฏว่ามีชื่อบริษัทจำเลยเข้าไปเกี่ยวข้องในการโฆษณาหรือเป็นเจ้าของโครงการที่โจทก์โฆษณา เอกสารใบแจ้งหนี้และใบวางบิลที่แจ้งให้จำเลยชำระค่าโฆษณาให้แก่โจทก์ไม่มีลายมือชื่อในช่องผู้รับในเอกสาร จำเลยไม่เคยออกใบรับวางบิล ลายมือชื่อของผู้รับวางบิลไม่อาจทราบได้ว่าเป็นลายมือชื่อของผู้ใด จำเลยจึงไม่จำต้องชำระเงินตามฟ้องให้แก่โจทก์ และไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายอันเนื่องมาจากโจทก์ต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่สถาบันการเงินต่างๆ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 479,750.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 9 มกราคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความเป็นเงิน 3,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 13 มีนาคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 2,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่ารอยตราที่ประทับในหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.3 ไม่ใช่ตราประทับที่โจทก์จดทะเบียนโดยถูกต้อง เห็นว่า ในประเด็นนี้จำเลยให้การแต่เพียงว่า จำเลยขอให้การปฏิเสธว่าลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจของผู้มอบอำนาจไม่ใช่ลายมือชื่อของนายสมนึก และนายวิสุทธิ์ และตราประทับก็ไม่ใช่ตราประทับของบริษัทโจทก์แต่อย่างใด ซึ่งเป็นการให้การปฏิเสธลอยๆ แต่เพียงว่าตราที่ประทับในหนังสือมอบอำนาจไม่ใช่ตราของบริษัทโจทก์เท่านั้นคำให้การของจำเลยดังกล่าวไม่ได้แสดงเหตุแห่งการปฏิเสธตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง จึงไม่เป็นประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัย แม้ศาลล่างทั้งสองจะได้วินิจฉัยให้ก็เป็นการนอกประเด็น ทั้งข้อที่จำเลยฎีกาว่ารอยตราที่ประทับในหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.3 ไม่ใช่ตราประทับที่โจทก์จดทะเบียนโดยถูกต้องนั้น จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้คดีไว้ จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อต่อไปว่า จำเลยตกลงว่าจ้างโจทก์ให้ทำการโฆษณาตามฟ้องหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่าสัญญาโฆษณาเอกสารหมาย จ.4 ไม่สมบูรณ์เพราะการลงลายมือชื่อของโจทก์ไม่มีกรรมการลงลายมือชื่อให้ครบถ้วนและกรรมการของจำเลยไม่ได้ลงลายมือชื่อกับไม่ได้ประทับตราสำคัญของบริษัทจำเลยตามเงื่อนไขในหนังสือรับรองของกระทรวงพาณิชย์เอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 ตามลำดับ รายละเอียดเกี่ยวกับการจ้างก็ไม่มีส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับจำเลย และจำเลยไม่ได้รับเอกสารใบวางบิลกับจำเลยไม่ได้ออกเอกสารใบรับรองวางบิลนั้น โจทก์มีนายสมนึก กาญจนเวสารัชเป็นพยานเบิกความว่า จำเลยเป็นผู้ว่าจ้างโจทก์ให้ทำการโฆษณาในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐตามสัญญาโฆษณาเอกสารหมาย จ.4 ค่าจ้างรวมภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเงิน 479,750.50 บาท โจทก์ดำเนินการลงโฆษณาแล้วโดยใช้ชื่อว่า มหกรรมบ้าน-ที่ดิน-คอนโด รถมือสองนานาชาติตามเอกสารหมาย จ.5 และ จ.6 จากนั้นโจทก์ส่งเอกสารใบแจ้งหนี้และใบวางบิลเพื่อแจ้งให้จำเลยชำระค่าโฆษณาตามเอกสารหมาย จ.7 ถ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 997/2551 · ทนอย Thanoy