ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2561

ฎีกาที่ 997/2561

หลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องให้จำเลยในฐานะผู้รับประกันภัยรถบรรทุกและรถพ่วงคันที่ ด. เป็นผู้ขับ รับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถกรณีที่ ช. เสียชีวิตทำให้โจทก์ขาดไร้อุปการะ ซึ่งข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ด. ขับรถบรรทุกและรถพ่วงด้วยความประมาทชนรถจักรยานยนต์คันที่ ช. ขับเป็นเหตุให้ ช. ถึงแก่ความตาย โดย ช. ผู้ตายมีส่วนประมาทด้วย แต่ ด. มีส่วนประมาทมากกว่า เมื่อตามกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ข้อ 3.1.3 ระบุว่า ในกรณีเสียชีวิต บริษัทจะจ่ายเต็มตามจำนวนเงินคุ้มครองสูงสุด 200,000 บาท ต่อหนึ่งคน ดังนั้น เมื่อ ช. เป็นผู้ประสบภัยที่ ด. จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายเพราะเหตุที่ ด. เป็นฝ่ายประมาทมากกว่า ช. จำเลยในฐานะผู้รับประกันภัยรถบรรทุกและรถพ่วงที่ ด. เป็นผู้ขับไว้จากนายจ้างของ ด. จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเต็มตามจำนวนเงินคุ้มครองตามกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฉบับละ 200,000 บาท รวมเป็น 400,000 บาท

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องโดยได้รับอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 901,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 700,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 200,000 บาท นับแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2556 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 12,000 บาท โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นมารดาของนางสาวสุกัญญาหรือชุติกานต์ จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด รับประกันภัยรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 60 - 6700 กรุงเทพมหานคร แบบภาคสมัครใจและภาคบังคับไว้จากบริษัท น่ำเฮง สตีล จำกัด ระยะเวลาประกันภัยเริ่มต้นวันที่ 31 ธันวาคม 2555 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2556 และรับประกันภัยรถพ่วงหมายเลขทะเบียน 50 - 0859 กรุงเทพมหานคร แบบภาคสมัครใจและภาคบังคับไว้จากบริษัทน่ำเฮง สตีล จำกัด โดยภาคสมัครใจระยะเวลาประกันภัยเริ่มต้นวันที่ 22 สิงหาคม 2555 สิ้นสุดวันที่ 22 สิงหาคม 2556 ภาคบังคับระยะเวลาประกันภัยเริ่มต้นวันที่ 22 สิงหาคม 2555 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2556 กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ในกรณีความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย เฉพาะส่วนเกินวงเงินสูงสุดตาม พ.ร.บ. เป็นเงินฉบับละ 500,000 บาท ต่อคน กรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ กำหนดจำนวนเงินคุ้มครองผู้ประสบภัยฉบับละ 200,000 บาท ต่อหนึ่งคน สำหรับการเสียชีวิต เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2556 เวลาประมาณ 12 นาฬิกา นางสาวชุติกานต์ขับรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน ฬฉส กรุงเทพมหานคร 237 โดยมีเด็กหญิงซู นั่งอยู่ด้านหน้ามีผ้าผูกติดไว้กับหน้าอกของนางสาวชุติกานต์ และมีเด็กหญิงนภสร นั่งซ้อนท้าย ไปตามถนนรัชดาภิเษก-ท่าพระ เฉี่ยวชนกับรถบรรทุกและรถพ่วงคันที่จำเลยรับประกันภัยซึ่งมีนายดวงแก้ว ลูกจ้างของบริษัทน่ำเฮง สตีล จำกัด เป็นผู้ขับ เป็นเหตุให้นางสาวชุติกานต์ และเด็กหญิงซูตกจากรถจักรยานยนต์ถูกล้อรถพ่วงทับถึงแก่ความตาย ส่วนเด็กหญิงนภสรได้รับบาดเจ็บ พันตำรวจโทนิโรธ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบุคคโลสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแล้วมีความเห็นว่า การกระทำของนางสาวชุติกานต์เป็นความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย แต่เนื่องจากนางสาวชุติกานต์ถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป จึงเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง วันที่ 3 พฤษภาคม 2556 โจทก์และนายชิย่า บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กหญิงซูร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องนายดวงแก้วเป็นคดีอาญา ศาลอาญาธนบุรีไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าคดีมีมูลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาตามสำเนาคำฟ้องคดีหมายเลขดำที่ 2452/2556 วันที่ 26 กันยายน 2556 พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายดวงแก้วเป็นจำเลยต่อศาลอาญาธนบุรีด้วยมูลคดีเดียวกันตามสำเนาคำฟ้องคดีหมายเลขดำที่ 5252/2556 ซึ่งศาลอาญาธนบุรีมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาทั้งสองสำนวนดังกล่าวเข้าด้วยกัน วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 นายชิย่า โจทก์ และนายดวงแก้ว แถลงร่วมกันต่อศาลอาญาธนบุรีว่าสามารถตกลงกันได้ โดยบริษัทผู้รับประกันภัยจะนำเงิน 500,000 บาท มาวางชดใช้ให้แก่นายชิย่าและโจทก์ โดยนายดวงแก้วขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ วันที่ 4 มีนาคม 2557 นายดวงแก้วยื่นคำร้องขอวางเช็คจำนวนเงิน 500,000 บาท ต่อศาลเพื่อบรรเทาผลร้ายแก่ผู้เสียหาย ศาลอาญาธนบุรีพิพากษาว่านายดวงแก้วมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (2), 157 ลงโทษจำคุกและปรับ โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีถึงที่สุดแล้ว โดยก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์ร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เรียกร้องให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยรถบรรทุกและรถพ่วงทั้งภาคสมัครใจและภาคบังคับจำนวน 700,000 บาท ซึ่งจำเลยชี้แจงต่อสำนักงาน คปภ. ว่า ที่จำเลยวางเงินในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5252/2556 ของศาลอาญาธนบุรี เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2557 เป็นการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่เด็กหญิงซูเพียงรายเดียว ไม่รวมนางสาวชุติกานต์ โดยในส่วนของเด็กหญิงซูยินดีจ่ายเพิ่มเติมให้ทายาทโดยธรรมอีก 200,
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 997/2561 · ทนอย Thanoy