กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2524
ข้อ 12
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2524 ข้อ 12 (ยกเลิก)ให้ไว้ ณ วันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๔ ร้อยตำรวจโท ชาญ มนูธรรม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๒๓ วรรคสอง และมาตรา ๒๘ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติว่าการขออนุญาตและการอนุญาตให้ประกอบการขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง การขนส่งโดยรถขนาดเล็ก และการขนส่งส่วนบุคคล และการขอต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๒๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๒๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาตและการอนุญาตให้ประกอบการขนส่งประเภทต่าง ๆยังไม่มีบทบัญญัติโดยเฉพาะเกี่ยวกับการปิดประกาศการรับคำขออนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาอนุญาตแก่ผู้ประกอบการขนส่งประจำทางเป็นไปด้วยความเป็นธรรม สมควรให้มีการปิดประกาศการรับคำขออนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางเป็นการทั่วไปเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันการให้บริการแก่ผู้โดยสารสำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๑ (รถปรับอากาศพิเศษ) ได้รับความนิยมจากประชาชนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการสนับสนุนและพัฒนาการให้บริการด้านการขนส่งผู้โดยสาร สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๒๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ เพื่อแก้ไขลักษณะของรถที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้ในการประกอบการขนส่งผู้โดยสารดังกล่าวให้เหมาะสมและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๙ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันผู้ประกอบกิจการขนส่งได้นำรถโดยสารมาตรฐาน ๔ (สองชั้น) ไปใช้ทำการขนส่งผู้โดยสารระหว่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก สมควรแก้ไขเพิ่มเติมลักษณะของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน ๔ เสียใหม่ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานและเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้บริการให้มากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๒ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ข้อ ๒ ใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลด้วยรถที่ใช้ในการขนส่ง ผู้โดยสารและใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของที่นายทะเบียนได้ออกให้แก่ผู้ได้รับใบอนุญาตก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุ ข้อ ๓ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๓๔ (๔) แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่าในการออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลให้นายทะเบียนกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับจำนวนผู้ประจำรถตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางกำหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง แต่โดยที่ปัจจุบันแบบใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลที่กำหนดไว้ท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๒๔)ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ไม่มีช่องรายการบันทึกเงื่อนไขเกี่ยวกับจำนวนผู้ประจำรถไว้ในแบบใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคล สมควรปรับปรุงแบบใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลดังกล่าวเพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่ดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้กฎกระทรวง ฉบับที่ ๖๓ (พ.ศ. ๒๕๖๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 11570/2553
พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 มาตรา 4 บัญญัติว่า "วิชาชีพเวชกรรม" หมายความว่า "วิชาชีพที่กระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค..." การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามพระราชบัญญัติดังกล่าว สั่งจ่ายยารักษาให้แก่สายลับหลังจากจำเลยที่ 1 ตรวจและวินิจฉัยโรคให้แก่สายลับแล้ว โดยจำเลยที่ 2 ทำหน้าที่จัดยาให้ตามใบสั่งแพทย์ของจำเลยที่ 1 และเก็บเงิน ล้วนเป็นการกระทำที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังนั้น จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญา