ทนอย.Thanoy · iApp
กฎกระทรวง (พ.ศ. 2518

ข้อ 4

ยังไม่ยืนยันสถานะ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวง (พ.ศ. 2518 ข้อ 4 เครื่องแบบนายทหารประทวนชั้นพันจ่า มี ๑๐ ชนิด คือ (๑) เครื่องแบบปกติขาว ประกอบด้วย (ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว (ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว (ค) กางเกงขายาวสีขาว (ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว (๒) เครื่องแบบปกติขาวคอพับ ประกอบด้วย (ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว (ข) เสื้อคอพับสีขาว (ค) กางเกงขายาวสีขาว (ง) เข็มขัดสีขาว (จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว (๓) เครื่องแบบปกติกากีคอพับ ประกอบด้วย (ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีกากี (ข) เสื้อคอพับสีกากี (ค) กางเกงขายาวสีกากี (ง) เข็มขัดสีดำ (จ) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังสีดำ (๔) เครื่องแบบปกติลำลองคอพับ ประกอบด้วย (ก) หมวกหนีบสีกากี (ข) เสื้อคอพับสีกากี (ค) กางเกงขายาวสีกากี (ง) เข็มขัดสีดำ (จ) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังสีดำ (๕) เครื่องแบบฝึก ประกอบด้วย (ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนหรือหมวกเหล็กสีกากี (ข) เสื้อคอพับสีกากี (ค) กางเกงขายาวสีกากี (ง) เข็มขัดสีดำ (จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ จะใช้สนับแข้งสีกากีด้วยก็ได้ (๖) เครื่องแบบสนาม เช่นเดียวกับเครื่องแบบฝึก เว้นแต่ให้ใช้สนับแข้งสีกากีและเครื่องสนามประกอบด้วย (๗) เครื่องแบบครึ่งยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว สำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า สังกัดกองนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ มีเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง ประกอบด้วย (ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว (ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีน้ำเงินดำ (ค) กางเกงแถบไหมสีเหลือง (ง) คันชีพและเข็มขัด (จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ สำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า สังกัดกองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และกองพันทหารราบที่ ๙ รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๓ กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน มีเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง ประกอบด้วย (ก) หมวกยอด (ข) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีแดง (ค) กางเกงแถบไหมสีเหลือง (ง) คันชีพและเข็มขัด (จ) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ (๘) เครื่องแบบเต็มยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศ สำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า สังกัดกองนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ มีเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ สำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า สังกัดกองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และกองพันทหารราบที่ ๙ รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๓ กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน มีเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ เว้นแต่ให้ใช้หมวกยอดมีพู่สีดำแทน (๙) เครื่องแบบกันหนาว ประกอบด้วย (ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว (ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ และให้ใช้เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว ผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย (ค) กางเกงขายาวสีขาว (ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว (๑๐) เครื่องแบบปกติน้ำเงินดำ สำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาว ประกอบด้วย (ก) หมวกทรงหม้อตาล ปลอกหมวกสีขาว (ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ และให้ใช้เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว ผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย (ค) กางเกงขายาวสีน้ำเงินดำ (ง) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังสีดำ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 1323/2558

พ.ศ. 2558

พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2522 ที่ใช้บังคับขณะฟ้อง มาตรา 4 และมาตรา 19 แสดงว่าอธิการบดีซึ่งเป็นผู้แทนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโจทก์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมมีอำนาจดำเนินกิจการทั่วไปแทนโจทก์ การฟ้องคดีเป็นสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม และความประสงค์ของนิติบุคคลแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลนั้น อธิการบดีผู้แทนของโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีในนามโจทก์ได้ โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากสภามหาวิทยาลัย จำเลยยอมรับว่าได้เช่าอาคารพาณิชย์พิพาทจากโจทก์ จึงไม่มีอำนาจต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าอีก และหากเป็

ฎีกาที่ 6858/2557

พ.ศ. 2557

โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 32, 107 พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งมาตรา 4 ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ได้ถูกยกเลิกไปตาม พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 นั้น เห็นว่า แม้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยอ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งถูกยกเลิกและแก้ไขใหม่แล้ว และมิได้อ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 ที่แก้ไขใหม่ แต่คำว่า ขาย ตามมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขใหม่ยังคงหมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขายและถือเป็นความผิด ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงยังเป็นความ

ฎีกาที่ 17950/2557

พ.ศ. 2557

ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่าจำเลยร่วมไม่ต้องรับผิด ทั้งข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ได้กระทบกระเทือนสิทธิของจำเลยร่วม จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกา ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิดเป็นลูกจ้างกองน้ำบาดาล ในสังกัดจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีฐานะเป็นกรม จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลละเมิดที่จำเลยที่ 1 ทำตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 4 และมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แม้ต่อมาจะมี พ.ร.ฎ.ให้โอนกองน้ำบาดาลไปสังกัดจำเลยร่วม ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะฐานะของกองน้ำบาดาล ความรับ

ค้นต่อ

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2518 ข้อ 4 · ทนอย Thanoy