กฎกระทรวง (พ.ศ. 2542
ข้อ 19
ยังไม่ยืนยันสถานะหมวด ๓ อินทรธนูเครื่องหมายยศ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ —
เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวง (พ.ศ. 2542 ข้อ 19 เครื่องหมายยศ มีดังนี้ (๑) นายทหารประทวนชั้นนายสิบ ใช้บั้งรูปหางนกแซงแซว ทำด้วยแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑ เซนติเมตร ตรึงบนพื้นสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ ปลายบั้งทั้งสองข้างห่างกัน ๘ เซนติเมตร มุมบั้งแหลมเล็ก เหนือบั้งมีรูปจักรภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎทำด้วยโลหะสีทอง ประดับที่แขนเสื้อข้างซ้ายด้านนอกกึ่งกลางระหว่างไหลกับข้อศอกให้มุมแหลมอยู่ทางล่าง มีจำนวนบั้งตามชั้นยศ คือ สิบตรี ๑ บั้ง สิบโท ๒ บั้ง สิบเอก ๓ บั้ง ในกรณีมีบั้งมากกว่า ๑ บั้ง เว้นระยะระหว่างบั้ง ๐.๔ เซนติเมตร เมื่อแต่งเครื่องแบบปกติขาว เครื่องแบบครึ่งยศ หรือเครื่องแบบเต็มยศให้ใช้บั้งทำด้วยแถบไหมทอง (๒) นายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ ใช้บั้งรูปหางนกแซงแซว กว้าง ๐.๓ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้งสองข้างห่างกัน ๓ เซนติเมตร และมีขีด กว้าง ๐.๓ เซนติเมตร ยาว ๓ เซนติเมตร หนึ่งขีด ประดับบนอินทรธนูทั้งสองข้าง ให้มุมแหลมของบั้งอยู่ทางด้านคอและให้ขีดวางตามขวางของอินทรธนู ติดกับปลายบั้งและห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร แต่ละข้างมีจำนวนบั้งตามชั้นยศ คือ จ่าสิบตรี ๑ บั้ง จ่าสิบโท ๒ บั้ง จ่าสิบเอก ๓ บั้ง ในกรณีมีบั้งมากกว่า ๑ บั้ง ให้ติดเรียงกันไปทางด้านคอตามส่วนยาวของอินทรธนู เว้นระยะระหว่างบั้ง ๐.๒ เซนติเมตร (๓) นายดาบ ใช้รูปดาบสองเล่มไขว้ ประดับบนอินทรธนูทั้งสองข้าง ให้ปลายดาบอยู่ทางด้านคอ ด้ามดาบห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร (๔) นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายร้อย ใช้ดาวห้ากลีบ ประดับบนอินทรธนูทั้งสองข้าง ห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร แต่ละข้างมีจำนวนดาวตามชั้นยศ คือ ร้อยตรี ๑ ดาว ร้อยโท ๒ ดาว ร้อยเอก ๓ ดาว ในกรณีมีดาวมากกว่า ๑ ดาว ให้ติดเรียงกันไปทางด้านคอตามส่วนยาวของอินทรธนู เว้นระยะระหว่างดาว ๐.๕ เซนติเมตร (๕) นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพัน ใช้ดาวห้ากลีบ และพระมหามงกุฎประดับบนอินทรธนู ทั้งสองข้าง ให้พระมหามงกุฎครอบดาว ให้ยอดพระมหามงกุฎอยู่ทางด้านคอ และให้ดาวห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร แต่ละข้างมีจำนวนดาวตามชั้นยศ คือ พันตรี ๑ ดาว พันโท ๒ ดาว พันเอก ๓ ดาว ในกรณีมีดาวมากกว่า ๑ ดาว ให้ติดเรียงกันไปทางด้านคอตามส่วนยาวของอินทรธนู เว้นระยะระหว่างดาว ๐.๕ เซนติเมตร และให้พระมหามงกุฎครอบดาวที่อยู่ทางด้านคอ (๖) นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพล ใช้ดาวห้ากลีบ พระมหามงกุฎและช่อชัยพฤกษ์ ประดับบนอินทรธนูทั้งสองข้าง ให้พระมหามงกุฎครองดาว ให้ยอดพระมหามงกุฎอยู่ทางด้านคอ และให้ช่อชัยพฤกษ์โอบดาวห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร แต่ละข้างมีจำนวนดาวตามชั้นยศ คือ พลจัตวา ๑ ดาว พลตรี ๒ ดาว เรียงตามยาวของอินทรธนู พลโท ๓ ดาว เรียงตามยาวของอินทรธนู พลเอก ๔ ดาว เรียงเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ให้มุมแหลมวางตามยาวของอินทรธนู ในกรณีมีดาวมากกว่า ๑ ดาว เว้นระยะระหว่างดาว ๐.๕ เซนติเมตร ให้พระมหามงกุฎครอบดาวที่อยู่ทางด้านคอ และให้ช่อชัยพฤกษ์โอบดาวที่อยู่ทางด้านไหล่ (๗) จอมพล ใช้ดาวห้ากลีบขนาดย่อม ๕ ดาว เรียงเป็นรูปวงกลม ภายในวงกลมมีคธากับกระบี่ไขว้ และมีช่อชัยพฤกษ์โอบด้านคธาและปลายกระบี่ ภายนอกวงกลมมีพระมหามงกุฎครอบดาวด้านปลายคธาและด้ามกระบี่ประดับบนอินทรธนูทั้งสองข้าง ห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร ให้ยอดพระมหามงกุฎอยู่ทางด้านคอ เครื่องหมายยศนายทหารประทวนชั้นจ่านายสิบ นายดาบ และนายทหารสัญญาบัตร ทำด้วยโลหะสีทอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
พ.ศ. 2558
พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2522 ที่ใช้บังคับขณะฟ้อง มาตรา 4 และมาตรา 19 แสดงว่าอธิการบดีซึ่งเป็นผู้แทนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโจทก์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมมีอำนาจดำเนินกิจการทั่วไปแทนโจทก์ การฟ้องคดีเป็นสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม และความประสงค์ของนิติบุคคลแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลนั้น อธิการบดีผู้แทนของโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีในนามโจทก์ได้ โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากสภามหาวิทยาลัย จำเลยยอมรับว่าได้เช่าอาคารพาณิชย์พิพาทจากโจทก์ จึงไม่มีอำนาจต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าอีก และหากเป็
พ.ศ. 2558
การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติดยาเสพติดไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของ
ค้นต่อ