กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2565
ข้อ 13
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2565 ข้อ 13 ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ให้เลขาธิการแจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตเข้ารับการประเมินความรู้ ความสามารถ และความพร้อมในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ผ่านการประเมินตามหลักเกณฑ์ที่เลขาธิการประกาศกำหนด ให้เลขาธิการมีหนังสือแจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่กำหนดให้มีการประเมินความรู้พร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิในการอุทธรณ์ และให้ถือว่าสิ้นสุดกระบวนพิจารณาออกใบอนุญาต ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตผ่านการประเมินตามหลักเกณฑ์ที่เลขาธิการประกาศกำหนด และมีลักษณะถูกต้องตามข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ หรือข้อ ๑๐ แล้วแต่กรณี ให้เลขาธิการมีหนังสือแจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่กำหนดให้มีการประเมินความรู้ และให้ผู้ขอรับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าว สำหรับกรณีผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมนิติบุคคล ให้แสดงเอกสารหรือหนังสือรับรองตนเองของผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานประจำอยู่ในนิติบุคคลผู้ขอรับใบอนุญาตเพียงแห่งเดียวเท่านั้น พร้อมกับการชำระค่าธรรมเนียมด้วย เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว ให้เลขาธิการออกใบอนุญาตภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับชำระค่าธรรมเนียม ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตภายในระยะเวลาตามวรรคสาม ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะรับใบอนุญาต และให้เลขาธิการจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ การอนุญาตตามวรรคสามให้มีอายุคราวละไม่เกินห้าปีโดยนำผลการประเมินความรู้ความสามารถ และความพร้อมในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามวรรคหนึ่งมาประกอบการพิจารณาด้วย และจะกำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติ หรือจะจำกัดขนาดหรือลักษณะของโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการที่ผู้รับใบอนุญาตมีสิทธิในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมไว้ในใบอนุญาตก็ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 3427/2553
โจทก์เป็นนิติบุคคลของประเทศอังกฤษมอบหมายให้บริษัท ท. ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ประเทศไทยเป็นตัวแทนติดต่อจำเลยที่ประเทศไทยเพื่อประกันภัยอุปกรณ์สำหรับการถ่ายทอดโทรทัศน์ของโจทก์ เมื่อคู่สัญญามิได้แสดงเจตนาให้ใช้กฎหมายของประเทศใดบังคับแก่สัญญาโดยชัดแจ้ง แต่โจทก์มี ภ. ซึ่งเป็นผู้จัดการของบริษัท ท. เป็นตัวแทนในการติดต่อทำสัญญาประกันภัยกับจำเลยในประเทศไทยการที่จำเลยตกลงรับประกันภัยและส่งกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่บริษัท ท. ต้องถือว่าสัญญาประกันภัยระหว่างโจทก์กับจำเลยทำหรือเกิดขึ้นในประเทศไทย จึงต้องนำกฎหมายไทย