ทนอย.Thanoy · iApp
กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2565

ข้อ 22

ยังไม่ยืนยันสถานะหมวด ๕ การแจ้งเตือน การพักใช้และการเพิกถอนใบอนุญาต และการอุทธรณ์คำสั่ง
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2565 ข้อ 22 เลขาธิการมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เมื่อปรากฏว่า (๑) ผู้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติตามข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ หรือข้อ ๑๐ แล้วแต่กรณี (๒) ผู้รับใบอนุญาตได้ให้การรับรองตนเองว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานประจำอยู่ในนิติบุคคลผู้ขอรับใบอนุญาตเพียงแห่งเดียว หรือใช้เอกสารการรับรองตนเองของผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานประจำอยู่ในนิติบุคคลผู้ขอรับใบอนุญาตเพียงแห่งเดียวตามข้อ ๑๓ อันเป็นเท็จหรือเจตนาปกปิดข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญ (๓) ผู้รับใบอนุญาตมีเจตนาจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอันเป็นเท็จหรือเจตนาปกปิดข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญ (๔) ผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้บริหาร กรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือมีอำนาจบริหารจัดการของโครงการหรือกิจการหรือการดำเนินการที่ตนเป็นผู้รับจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (๕) ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต (๖) ผู้รับใบอนุญาตเคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามข้อ ๒๑ มาแล้ว และกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้ต้องถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามข้อ ๒๑ อีกภายในสองปีนับจากวันที่มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตครั้งแรก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 15564/2558

พ.ศ. 2558

การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติดยาเสพติดไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของ

ฎีกาที่ 14975/2557

พ.ศ. 2557

แม้พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ห่างรถคันหน้าพอสมควรในระยะที่จะหยุดรถได้โดยปลอดภัยในเมื่อจำเป็นต้องหยุดรถ" ก็ตาม แต่ได้ความว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยขับรถจักรยานยนต์เยื้องไปทางด้านหลังซ้ายรถยนต์ที่ ร. ขับ ดังนี้ จำเลยจึงขับรถอยู่คนละช่องเดินรถกับรถที่ ร. ขับ และเหตุที่รถที่จำเลยขับชนรถที่ ร. ขับเนื่องมาจาก ร. เบี่ยงรถมาทางด้านซ้าย กรณีจึงถือไม่ได้ว่ารถที่ ร. ขับเป็นรถคันหน้าที่จำเลยต้องขับรถให้ห่างพอสมควรที่จะหยุดรถได้โดยปลอดภัยเมื่อจำเป็นต้องหยุ

ค้นต่อ

กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2565 ข้อ 22 · ทนอย Thanoy