กฎกระทรวงกำหนดการแบ่งภูมิภาคและการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร พ.ศ. 2544
ข้อ 19
กฎกระทรวงกำหนดการแบ่งภูมิภาคและการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร พ.ศ. 2544 ข้อ 19 เมื่อได้ผลการนับคะแนนของการเลือกตั้งตามข้อ ๑๕ ครบทุกเขตเลือกตั้งแล้ว ให้เลขาธิการประกาศว่าผู้สมัครผู้ใดเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้แทนเกษตรกร เมื่อเลขาธิการประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว ให้รีบดำเนินการแจ้งผลการเลือกตั้งเสนอต่อรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการแต่งตั้งผู้แทนเกษตรกรผู้ได้รับการเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรต่อไปให้ไว้ ณ วันที่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๔ ชูชีพ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๔๒กำหนดให้มีคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรประกอบด้วยกรรมการจำนวนสี่สิบเอ็ดคนและในจำนวนกรรมการดังกล่าวประกอบด้วยผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งจากผู้แทนเกษตรกรที่มาจากการเลือกตั้งของสมาชิกองค์กรเกษตรกรในสี่ภูมิภาคจำนวนยี่สิบคน ประกอบกับมาตรา ๑๓ วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดการแบ่งภูมิภาคและการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้กฎกระทรวงกำหนดการแบ่งภูมิภาคและการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้ตั้งจังหวัดบึงกาฬขึ้น อันมีผลทำให้เขตเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรในภูมิภาคที่สาม ตามกฎกระทรวงกำหนดการแบ่งภูมิภาคและการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๔๔ ยังไม่ครอบคลุมถึงจังหวัดบึงกาฬทำให้สมาชิกองค์กรเกษตรกรในจังหวัดบึงกาฬไม่สามารถใช้สิทธิในการเลือกตั้งได้ สมควรกำหนดให้จังหวัดบึงกาฬเป็นจังหวัดในภูมิภาคที่สาม อันเป็นเขตการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรที่มาจากการเลือกตั้งของสมาชิกองค์กรเกษตรกรในสี่ภูมิภาค จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
พ.ศ. 2558
พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2522 ที่ใช้บังคับขณะฟ้อง มาตรา 4 และมาตรา 19 แสดงว่าอธิการบดีซึ่งเป็นผู้แทนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโจทก์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมมีอำนาจดำเนินกิจการทั่วไปแทนโจทก์ การฟ้องคดีเป็นสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม และความประสงค์ของนิติบุคคลแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลนั้น อธิการบดีผู้แทนของโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีในนามโจทก์ได้ โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากสภามหาวิทยาลัย จำเลยยอมรับว่าได้เช่าอาคารพาณิชย์พิพาทจากโจทก์ จึงไม่มีอำนาจต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าอีก และหากเป็
พ.ศ. 2558
การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติดยาเสพติดไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของ
ค้นต่อ