กฎกระทรวงกำหนดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. 2566
ข้อ 13
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงกำหนดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. 2566 ข้อ 13 หน่วยงานที่ไม่เป็นผู้ที่ต้องถูกรายงานตามมาตรา ๑๗ วรรคสาม มีลักษณะดังต่อไปนี้ (๑) เป็นหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศ ซึ่งหมายความว่า รัฐบาลของดินแดน หรือหน่วยย่อยทางการเมืองของดินแดน เช่น รัฐ จังหวัด เขตปกครอง เทศบาล หรือองค์กรหรือหน่วยงานที่ดินแดน รัฐบาล หรือหน่วยย่อยทางการเมืองของดินแดนนั้นเป็นเจ้าของทั้งหมด และหมายความรวมถึง ส่วนหนึ่งส่วนใดของรัฐบาล และหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การควบคุม ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ (ก) ส่วนหนึ่งส่วนใดของรัฐบาลที่เป็นบุคคล องค์การ องค์กร สำนักงาน กองทุน หน่วยงาน หรือหน่วยงานอื่นใดซึ่งเป็นหน่วยงานผู้มีอำนาจ และรายได้สุทธิของหน่วยงานนั้นจะต้องจ่ายเข้าบัญชีของหน่วยงานหรือเข้าในบัญชีอื่นของรัฐบาล โดยไม่มีเงินส่วนใดของรายได้ตกแก่บุคคลเอกชน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงผู้มีอำนาจสูงสุดในการปกครอง เจ้าหน้าที่ หรือผู้บริหาร ที่กระทำการในฐานะเอกชนหรือส่วนบุคคล (ข) หน่วยงานที่อยู่ภายใต้การควบคุม หมายถึง นิติบุคคลที่มีฐานะเป็นเอกเทศจากรัฐ หรือที่มีสภาพนิติบุคคลเป็นเอกเทศ ดังต่อไปนี้ ๑) เป็นนิติบุคคลที่หน่วยงานของรัฐบาลแห่งใดแห่งหนึ่งหรือหลายแห่งเป็นเจ้าของทั้งหมดและมีอำนาจควบคุม ไม่ว่าจะโดยตรงหรือผ่านหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การควบคุมแห่งใดแห่งหนึ่งหรือหลายแห่ง ๒) รายได้สุทธิของนิติบุคคลนั้นจะต้องจ่ายเข้าบัญชีของนิติบุคคลหรือเข้าบัญชีอื่นของหน่วยงานของรัฐบาลแห่งใดแห่งหนึ่งหรือหลายแห่ง โดยไม่มีเงินส่วนใดของรายได้ตกแก่บุคคลเอกชน ๓) สินทรัพย์ของนิติบุคคลนั้นจะต้องตกเป็นของหน่วยงานของรัฐบาลแห่งใดแห่งหนึ่งหรือหลายแห่งเมื่อมีการยุบเลิก ทั้งนี้ มิให้ถือว่ารายได้ตกแก่บุคคลเอกชน หากบุคคลนั้นเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ตามความประสงค์ของโครงการของรัฐ และการดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยรวม ในเรื่องเกี่ยวกับสวัสดิการทั่วไปหรือการบริหารงานบางประการของรัฐบาล แต่หากรายได้นั้นมาจากการใช้หน่วยงานของรัฐดำเนินการในเชิงพาณิชย์ เช่น การประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการทางการเงินแก่บุคคลเอกชน ให้ถือว่ารายได้ดังกล่าวได้ตกแก่บุคคลเอกชนด้วย (๒) เป็นองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งหมายความว่า องค์การระหว่างประเทศ หรือองค์กรหรือหน่วยงานที่องค์การระหว่างประเทศเป็นเจ้าของทั้งหมด และหมายความรวมถึงองค์การระหว่างประเทศระดับรัฐบาล หรือองค์การเหนือชาติ ซึ่งประกอบด้วยรัฐบาลเป็นหลัก และมีความตกลงว่าด้วยสำนักงานใหญ่หรือความตกลงที่มีสาระสำคัญใช้บังคับกับดินแดน และรายได้ขององค์การดังกล่าวไม่ตกแก่บุคคลเอกชน (๓) เป็นธนาคารกลาง ซึ่งหมายความว่า หน่วยงานที่ถูกกำหนดโดยผลของกฎหมายหรือการอนุมัติของรัฐบาลให้เป็นผู้มีอำนาจในการออกตราสารเพื่อใช้หมุนเวียนเป็นเงินตรา นอกจากรัฐบาลของดินแดนนั้น ทั้งนี้ ธนาคารกลางอาจรวมถึงหน่วยงานที่เป็นเอกเทศจากรัฐบาลของดินแดนนั้น ไม่ว่าหน่วยงานนั้นรัฐบาลจะเป็นเจ้าของทั้งหมดหรือแต่เพียงบางส่วน (๔) เป็นนิติบุคคลที่มีการให้บริการหรือทำธุรกรรมในลักษณะเช่นเดียวกับหน่วยงานทางการเงิน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 3427/2553
โจทก์เป็นนิติบุคคลของประเทศอังกฤษมอบหมายให้บริษัท ท. ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ประเทศไทยเป็นตัวแทนติดต่อจำเลยที่ประเทศไทยเพื่อประกันภัยอุปกรณ์สำหรับการถ่ายทอดโทรทัศน์ของโจทก์ เมื่อคู่สัญญามิได้แสดงเจตนาให้ใช้กฎหมายของประเทศใดบังคับแก่สัญญาโดยชัดแจ้ง แต่โจทก์มี ภ. ซึ่งเป็นผู้จัดการของบริษัท ท. เป็นตัวแทนในการติดต่อทำสัญญาประกันภัยกับจำเลยในประเทศไทยการที่จำเลยตกลงรับประกันภัยและส่งกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่บริษัท ท. ต้องถือว่าสัญญาประกันภัยระหว่างโจทก์กับจำเลยทำหรือเกิดขึ้นในประเทศไทย จึงต้องนำกฎหมายไทย