ทนอย.Thanoy · iApp
กฎกระทรวงกำหนดค่าป่วยการพยานหรือพยานผู้เชี่ยวชาญ พ.ศ. 2566

ข้อ 4

ยังไม่ยืนยันสถานะ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงกำหนดค่าป่วยการพยานหรือพยานผู้เชี่ยวชาญ พ.ศ. 2566 ข้อ 4 พยานผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีสิทธิได้รับค่าป่วยการตามข้อ ๒ (๒) และ (๓) ต้องเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญซึ่งเจ้าหน้าที่เรียกมาให้ถ้อยคำหรือทำความเห็น เฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) หน่วยงานของรัฐที่เป็นต้นสังกัดมิได้มีบุคลากรซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในเรื่องที่จะเรียกพยานผู้เชี่ยวชาญมาให้ถ้อยคำหรือทำความเห็น หรือความเห็นของผู้เชี่ยวชาญซึ่งสังกัดหน่วยงานของรัฐแตกต่างจากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญซึ่งคู่กรณีอ้าง (๒) เรื่องที่จะพิจารณานั้นต้องการความรู้ความสามารถสูงหรือความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเป็นการเฉพาะ เช่น การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม สุขอนามัยของประชาชน และ (๓) ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่จะเรียกมาให้ถ้อยคำหรือทำความเห็นเป็นสาระสำคัญในการจัดทำคำสั่งทางปกครอง การเรียกพยานผู้เชี่ยวชาญมาให้ถ้อยคำหรือทำความเห็นตามวรรคหนึ่ง ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า ประสบการณ์เฉพาะด้าน และความเป็นกลางของพยานผู้เชี่ยวชาญ และต้องได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่สังกัด หรือผู้ซึ่งหัวหน้าหน่วยงานของรัฐดังกล่าวมอบหมาย หัวหน้าหน่วยงานของรัฐอาจจัดทำบัญชีพยานผู้เชี่ยวชาญหรือจะใช้บัญชีรายชื่อผู้เชี่ยวชาญของศาลยุติธรรมหรือบัญชีรายชื่อพยานผู้เชี่ยวชาญของศาลอื่นก็ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 1323/2558

พ.ศ. 2558

พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2522 ที่ใช้บังคับขณะฟ้อง มาตรา 4 และมาตรา 19 แสดงว่าอธิการบดีซึ่งเป็นผู้แทนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโจทก์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมมีอำนาจดำเนินกิจการทั่วไปแทนโจทก์ การฟ้องคดีเป็นสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม และความประสงค์ของนิติบุคคลแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลนั้น อธิการบดีผู้แทนของโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีในนามโจทก์ได้ โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากสภามหาวิทยาลัย จำเลยยอมรับว่าได้เช่าอาคารพาณิชย์พิพาทจากโจทก์ จึงไม่มีอำนาจต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าอีก และหากเป็

ฎีกาที่ 6858/2557

พ.ศ. 2557

โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 32, 107 พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งมาตรา 4 ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ได้ถูกยกเลิกไปตาม พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 นั้น เห็นว่า แม้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยอ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งถูกยกเลิกและแก้ไขใหม่แล้ว และมิได้อ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 ที่แก้ไขใหม่ แต่คำว่า ขาย ตามมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขใหม่ยังคงหมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขายและถือเป็นความผิด ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงยังเป็นความ

ฎีกาที่ 17950/2557

พ.ศ. 2557

ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่าจำเลยร่วมไม่ต้องรับผิด ทั้งข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ได้กระทบกระเทือนสิทธิของจำเลยร่วม จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกา ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิดเป็นลูกจ้างกองน้ำบาดาล ในสังกัดจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีฐานะเป็นกรม จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลละเมิดที่จำเลยที่ 1 ทำตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 4 และมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แม้ต่อมาจะมี พ.ร.ฎ.ให้โอนกองน้ำบาดาลไปสังกัดจำเลยร่วม ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะฐานะของกองน้ำบาดาล ความรับ

ค้นต่อ

กฎกระทรวงกำหนดค่าป่วยการพยานหรือพยานผู้เชี่ยวชาญ พ.ศ. 2566 ข้อ 4 · ทนอย Thanoy