กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกเอกชน การกำหนดค่าตอบแทน และวิธีการจ่ายค่าตอบแทนให้แก่เอกชนที่สืบหาทรัพย์สิน พ.ศ. 2565
ข้อ 3
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกเอกชน การกำหนดค่าตอบแทน และวิธีการจ่ายค่าตอบแทนให้แก่เอกชนที่สืบหาทรัพย์สิน พ.ศ. 2565 ข้อ 3 เอกชนที่อาจได้รับมอบหมายให้สืบหาทรัพย์สินแทนต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) บุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย (ก) จดทะเบียนและได้รับใบอนุญาตให้เป็นทนายความ หรือสำเร็จหลักสูตรการอบรมเกี่ยวกับการบังคับคดีของกรมบังคับคดี หรือจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ตามกฎหมายว่าด้วยการทวงถามหนี้ (ข) ไม่เป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่นในหน่วยงานของรัฐซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ (ค) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต ไม่เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออกหรือให้ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือไม่เคยถูกนายจ้างเลิกจ้าง ทั้งนี้ เพราะเหตุทุจริตต่อหน้าที่ (ง) ไม่เคยเป็นผู้ถูกเพิกถอนรายชื่อออกจากบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกตามข้อ ๗ เพราะเหตุไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้นั้นต้องปฏิบัติตามหนังสือแจ้งการมอบหมาย หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือจงใจกระทำการเป็นเหตุให้เสียหายแก่หน่วยงานของรัฐ เว้นแต่พ้นระยะเวลาสามปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนรายชื่อดังกล่าวแล้ว (๒) นิติบุคคล (ก) มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการเกี่ยวกับการดำเนินคดี การสืบทรัพย์ การบังคับคดี การยึด หรือการอายัดทรัพย์สิน (ข) มีผู้ปฏิบัติงานเต็มเวลาซึ่งมีลักษณะตาม (๑) (ก) (ข) และ (ค) และมีเจ้าหน้าที่ซึ่งมีลักษณะตาม (๑) (ข) และ (ค) รวมกันไม่น้อยกว่าสามคน (ค) กรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้นต้องมีลักษณะตาม (๑) (ค) (ง) ไม่เคยเป็นผู้ถูกเพิกถอนรายชื่อออกจากบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกตามข้อ ๗ เพราะเหตุไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้นั้นต้องปฏิบัติตามหนังสือแจ้งการมอบหมาย หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือจงใจกระทำการเป็นเหตุให้เสียหายแก่หน่วยงานของรัฐ เว้นแต่พ้นระยะเวลาสามปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนรายชื่อดังกล่าวแล้ว