ทนอย.Thanoy · iApp
กฎกระทรวงความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีในการขนส่ง พ.ศ. 2567

ข้อ 32

ยังไม่ยืนยันสถานะส่วนที่ ๒ หน้าที่ของผู้รับขนส่ง
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีในการขนส่ง พ.ศ. 2567 ข้อ 32 การเก็บและจัดวางวัสดุที่ขนส่ง ผู้รับขนส่งต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดวางวัสดุที่ขนส่งอย่างปลอดภัยและอยู่ห่างจากบุคคลและสิ่งของ ดังต่อไปนี้ (ก) ผู้ปฏิบัติงานที่ประจำอยู่ในพื้นที่ทำงานเป็นระยะทางที่คำนวณ โดยใช้เกณฑ์การรับปริมาณรังสี ๕ มิลลิซีเวิร์ตต่อปีและตัวแปรการจำลองแบบเคร่งครัด (conservative model parameter) (ข) ประชาชนทั่วไปในพื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงได้เป็นระยะทางที่คำนวณ โดยใช้เกณฑ์การรับปริมาณรังสี ๑ มิลลิซีเวิร์ตต่อปีและตัวแปรการจำลองแบบเคร่งครัด (ค) ฟิล์มถ่ายภาพที่ยังไม่ได้ล้างเป็นระยะทางที่คำนวณ โดยใช้เกณฑ์การได้รับรังสีสำหรับฟิล์มถ่ายภาพที่ยังไม่ได้ล้างจากการขนส่งวัสดุ ๐.๑ มิลลิซีเวิร์ตต่อฟิล์มถ่ายภาพดังกล่าวที่จัดส่ง (ง) สินค้าอันตรายอื่น (๒) แยกหีบห่อและหีบห่อภายนอกประเภท II-YELLOW หรือประเภท III-YELLOW จากห้องที่มีผู้โดยสาร เว้นแต่เป็นห้องที่จัดไว้เฉพาะสำหรับผู้มีหน้าที่ดูแลหีบห่อหรือหีบห่อภายนอกดังกล่าว (๓) อาจเก็บหรือจัดวางหีบห่อหรือหีบห่อภายนอกที่ไม่มีอัตราการถ่ายเทความร้อน (heat flux) หรือมีอัตราการถ่ายเทความร้อนบนพื้นผิวเฉลี่ยไม่เกิน ๑๕ วัตต์ต่อตารางเมตร ไว้กับสินค้าทั่วไปที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงที่ไม่ได้อยู่ในกระสอบหรือถุงได้ โดยไม่มีข้อกำหนดการเก็บรักษาเป็นพิเศษ เว้นแต่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในใบรับรองภาชนะบรรจุจากหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศผู้ผลิตหีบห่อหรือหีบห่อภายนอกนั้น (๔) ระมัดระวังไม่ให้กลุ่มหีบห่อ หีบห่อภายนอก และตู้สินค้าที่บรรจุวัสดุฟิสไซล์ ที่จัดเก็บในระหว่างการขนถ่ายในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง มีผลรวมดัชนีความปลอดภัยภาวะวิกฤติในแต่ละกลุ่มเกิน ๕๐ และผู้รับขนส่งต้องจัดวางหีบห่อ หีบห่อภายนอก และตู้สินค้าแต่ละกลุ่มให้ห่างกันอย่างน้อย ๖ เมตร (๕) ในกรณีที่ผลรวมดัชนีความปลอดภัยภาวะวิกฤติบนยานพาหนะขนส่งหรือในตู้สินค้าเกิน ๕๐ แต่ไม่เกินขีดจำกัดตามตารางที่ ๖ ท้ายกฎกระทรวงนี้ ต้องจัดวางของที่ขนส่งให้มีระยะห่างอย่างน้อย ๖ เมตรจากหีบห่อ หีบห่อภายนอก หรือตู้สินค้ากลุ่มอื่น ๆ ที่มีวัสดุฟิสไซล์ หรือยานพาหนะขนส่งอื่น ๆ ที่บรรทุกวัสดุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 15564/2558

พ.ศ. 2558

การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติดยาเสพติดไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของ

ฎีกาที่ 6858/2557

พ.ศ. 2557

โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 32, 107 พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งมาตรา 4 ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ได้ถูกยกเลิกไปตาม พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 นั้น เห็นว่า แม้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยอ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งถูกยกเลิกและแก้ไขใหม่แล้ว และมิได้อ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 ที่แก้ไขใหม่ แต่คำว่า ขาย ตามมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขใหม่ยังคงหมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขายและถือเป็นความผิด ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงยังเป็นความ

ค้นต่อ

กฎกระทรวงความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีในการขนส่ง พ.ศ. 2567 ข้อ 32 · ทนอย Thanoy