กฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการการเรียกเงินที่ได้จ่ายไปในการทำสัญญาเช่าหรือค่าใช้สิทธิเหนือที่ดินจากผู้ดำเนินโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. 2552
ข้อ 2
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการการเรียกเงินที่ได้จ่ายไปในการทำสัญญาเช่าหรือค่าใช้สิทธิเหนือที่ดินจากผู้ดำเนินโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. 2552 ข้อ 2 ในกรณีผู้เช่าหรือผู้ทรงสิทธิรายใดเห็นว่า ผลการจัดรูปที่ดินหรืออาคารชุดใหม่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการเช่าที่ดินหรือห้องชุด หรือการใช้สิทธิเหนือที่ดินแปลงเดิม ให้ผู้เช่าหรือผู้ทรงสิทธิรายนั้น มีสิทธิที่จะบอกเลิกการเช่าหรือยกเลิกสิทธิเหนือที่ดินนั้น เพื่อใช้สิทธิเรียกเงินที่ได้จ่ายไปในการทำสัญญาเช่าหรือค่าใช้สิทธิเหนือที่ดินดังกล่าวจากผู้ดำเนินโครงการ ทั้งนี้ ผู้เช่าหรือผู้ทรงสิทธินั้นจะต้องแจ้งความประสงค์ว่าจะขอบอกเลิกการเช่าหรือยกเลิกสิทธิเหนือที่ดินเป็นหนังสือต่อผู้ดำเนินโครงการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ปิดประกาศผังที่ดินแปลงใหม่ตามมาตรา ๗๐ วรรคสอง หนังสือแจ้งผู้ดำเนินโครงการตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องระบุข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลการจัดรูปที่ดินหรืออาคารชุดใหม่ที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการเช่าที่ดินหรือห้องชุด หรือการใช้สิทธิเหนือที่ดินแปลงเดิมตามที่กล่าวอ้าง และจำนวนเงินที่ได้จ่ายไปในการทำสัญญาเช่าหรือค่าใช้สิทธิเหนือที่ดิน และถ้ามีเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวก็ให้ส่งไปพร้อมหนังสือนั้นด้วย ทั้งนี้ อาจส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับก็ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 898/2520
ผู้แทนโจทก์สั่งให้ลูกจ้างไปซ่อมรถบดถนนที่เสีย ลูกจ้างได้เดินทางไปทันทีและโดยดี แต่รถยนต์ที่ใช้เดินทางไปเกิดเสีย ลูกจ้างช่วยแก้ไขอยู่จนกระทั่งเวลา 16 น. เศษ จึงใช้การได้ ที่ลูกจ้างไม่เดินทางต่อไปเพื่อซ่อมรถบดถนนก็เพราะเห็นว่าจวนจะหมดเวลาทำงานตามปกติ (17 น.) แล้ว ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าลูกจ้างขัดคำสั่งโจทก์ โจทก์ให้ลูกจ้างออกจากงาน (เมื่อ พ.ศ. 2513) จึงต้องจ่ายเงินชดเชยแก่ลูกจ้าง ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดเวลาทำงานฯ ซึ่งกำหนดว่าถ้านายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดตามประเพณีนิยม หรือในวันหยุดงานพักผ