กฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน พ.ศ. 2567
ข้อ 23
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน พ.ศ. 2567 ข้อ 23 ระบบท่อน้ำมันและอุปกรณ์ที่ใช้กับถังเก็บน้ำมันต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้ (๑) ต้องออกแบบและก่อสร้างให้สามารถรับแรงและน้ำหนักต่าง ๆ ที่มากระทำต่อระบบท่อน้ำมันได้โดยปลอดภัย (๒) ท่อที่นำมาใช้ในระบบท่อน้ำมันต้องทำด้วยเหล็กกล้า หรือทำด้วยวัสดุที่ออกแบบ ก่อสร้าง และผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน UL971 Standard for Nonmetallic Underground Piping for Flammable Liquids หรือทำด้วยวัสดุอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา (๓) ระบบท่อน้ำมันที่ต่อกับเครื่องสูบน้ำมันต้องจัดให้มีลิ้นปิดเปิดสำหรับท่อทางเข้าและท่อทางออกจากเครื่องสูบน้ำมัน เพื่อหยุดการสูบน้ำมันในกรณีฉุกเฉิน (๔) การติดตั้งระบบท่อน้ำมันเหนือพื้นดินต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (ก) ท่อต้องวางอยู่บนฐานรองรับที่ทำด้วยคอนกรีตหรือคานเหล็กที่มีความมั่นคงแข็งแรงเหนือพื้นดิน และมีระยะสูงจากพื้นดินเพียงพอเพื่อป้องกันการกัดกร่อน (ข) มีการป้องกันมิให้ยานพาหนะหรือสิ่งอื่นมากระทำให้เกิดการชำรุดเสียหายต่อระบบท่อน้ำมัน และมีการป้องกันมิให้เกิดการกัดกร่อน (ค) ท่อที่วางไว้เหนือพื้นดินและพาดผ่านทางสัญจร ให้แสดงระยะความสูงจากพื้นผิวจราจรถึงจุดต่ำสุดของท่อ โครงสร้าง หรือส่วนประกอบอื่น ๆ ของท่อนั้น (๕) การติดตั้งระบบท่อน้ำมันใต้พื้นดินต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (ก) ท่อที่ใช้ต้องเป็นท่อที่มีความต้านทานการกัดกร่อน หรือมีการป้องกันการกัดกร่อน (ข) จัดให้มีเครื่องหมายแสดงแนววางท่ออย่างชัดเจน (ค) กรณีที่มีการติดตั้งลิ้นปิดเปิดหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้ใต้พื้นดินต้องติดตั้งให้สามารถตรวจสอบและบำรุงรักษาได้โดยสะดวก (๖) วัสดุที่ใช้ในระบบท่อน้ำมัน เช่น ลิ้นปิดเปิด ปะเก็น หรือวัสดุป้องกันการรั่วซึมต้องเป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมันโดยเฉพาะ และไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 15564/2558
การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติดยาเสพติดไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของ