กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2568
ข้อ 2
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2568 ข้อ 2 ให้กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจเกี่ยวกับการเป็นศูนย์กลางการประชาสัมพันธ์ของรัฐ โดยการเสนอแนะและขับเคลื่อนนโยบายด้านการประชาสัมพันธ์ของรัฐ การส่งเสริมและสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ของรัฐ การบริหารจัดการข้อมูลข่าวสาร และการดำเนินกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ รวมถึงการประชาสัมพันธ์โดยใช้เทคโนโลยีอื่น เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และเป็นประโยชน์ ตลอดจนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและเกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศไทย โดยให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย สำรวจ ตรวจสอบประชามติ เสนอแนะนโยบาย และจัดทำแผนการประชาสัมพันธ์ของรัฐ รวมทั้งติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการประชาสัมพันธ์ของรัฐ (๒) ส่งเสริมและเผยแพร่ข่าวสารและความรู้เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตลอดจนศิลปวัฒนธรรม ศีลธรรม และค่านิยมที่ดี (๓) ดำเนินการประชาสัมพันธ์นโยบายและการดำเนินงานของรัฐบาลเพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีและความมั่นคงของประเทศ และเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์และความสัมพันธ์อันดีกับต่างประเทศ (๔) พัฒนาและประสานความร่วมมือด้านการประชาสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และสื่อมวลชน ตลอดจนสนับสนุนและให้การช่วยเหลือทางวิชาการเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน (๕) พัฒนาและบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศและประสานความร่วมมือในการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานภายในกรมและหน่วยงานภายนอก เพื่อการประชาสัมพันธ์ของรัฐ (๖) ดำเนินกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และการประชาสัมพันธ์โดยใช้เทคโนโลยีอื่น เพื่อการประชาสัมพันธ์ของรัฐ (๗) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของกรม หรือตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 898/2520
ผู้แทนโจทก์สั่งให้ลูกจ้างไปซ่อมรถบดถนนที่เสีย ลูกจ้างได้เดินทางไปทันทีและโดยดี แต่รถยนต์ที่ใช้เดินทางไปเกิดเสีย ลูกจ้างช่วยแก้ไขอยู่จนกระทั่งเวลา 16 น. เศษ จึงใช้การได้ ที่ลูกจ้างไม่เดินทางต่อไปเพื่อซ่อมรถบดถนนก็เพราะเห็นว่าจวนจะหมดเวลาทำงานตามปกติ (17 น.) แล้ว ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าลูกจ้างขัดคำสั่งโจทก์ โจทก์ให้ลูกจ้างออกจากงาน (เมื่อ พ.ศ. 2513) จึงต้องจ่ายเงินชดเชยแก่ลูกจ้าง ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดเวลาทำงานฯ ซึ่งกำหนดว่าถ้านายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดตามประเพณีนิยม หรือในวันหยุดงานพักผ