กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2565
ข้อ 16
กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2565 ข้อ 16 กองสิ่งแวดล้อมชุมชนและพื้นที่เฉพาะ มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอแนะเพื่อให้มีการกำหนดนโยบาย แผน มาตรการ และกลไกเพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชนและภูมินิเวศ พื้นที่สีเขียว พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม พื้นที่เฉพาะและพื้นที่พัฒนาพิเศษ (๒) ศึกษา วิเคราะห์ และดำเนินการเพื่อให้มีการประกาศกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (๓) ประสาน ผลักดัน และสนับสนุนการเสริมสร้างศักยภาพในทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย แผน มาตรการ และกลไกเพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชนและภูมินิเวศ พื้นที่สีเขียว พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม พื้นที่เฉพาะและพื้นที่พัฒนาพิเศษ ไปสู่การปฏิบัติ (๔) ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม พื้นที่เฉพาะและพื้นที่พัฒนาพิเศษ รวมทั้งประสานงานให้มีการปฏิบัติตามมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และการจัดทำแผนฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม (๕) ศึกษา วิเคราะห์ พัฒนา และปรับปรุงกฎเกณฑ์ แนวทางปฏิบัติ มาตรการจูงใจ และระบบฐานข้อมูล เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชนและภูมินิเวศ พื้นที่สีเขียว พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม พื้นที่เฉพาะและพื้นที่พัฒนาพิเศษ (๖) กลั่นกรอง ให้ความเห็น และเสนอแนะต่อนโยบาย แผนงาน โครงการหรือกิจกรรมของภาครัฐหรือภาคเอกชน ต่อการพัฒนาที่มีผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและภูมินิเวศ ในพื้นที่ชุมชน พื้นที่สีเขียว พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม พื้นที่เฉพาะและพื้นที่พัฒนาพิเศษ (๗) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่เลขาธิการมอบหมายให้ไว้ ณ วันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการและหน้าที่และอำนาจของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจที่เพิ่มขึ้นและเหมาะสมกับสภาพของงานที่เปลี่ยนแปลงไปอันจะทำให้การปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่และอำนาจมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้