ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 ลงวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2515
ข้อ 35
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 ลงวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2515 ข้อ 35 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นต้นไปประกาศณ วันที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๑๕<o:p> จอมพลถ. กิตติขจร<o:p> หัวหน้าคณะปฏิวัติ<o:p>ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๑๙ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕โดยที่คณะปฏิวัติได้พิจารณาเห็นว่า ในปัจจุบันงานของกระทรวงมหาดไทยได้ขยายตัวมากขึ้นเป็นลำดับ และประกอบด้วยงานที่มีลักษณะเป็นการส่งเสริม ป้องกัน และปราบปราม สมควรมีส่วนราชการทำหน้าที่ประสานแผนงาน ติดตามผลการปฏิบัติงานและปรับปรุงงานต่าง ๆ ให้เป็นไปตามเป้าหมายของนโยบาย ข้อ ๒ ให้โอนบรรดาอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการของสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย และบรรดาอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกองแผนงาน และหน่วยงานที่ปรึกษากระทรวงมหาดไทย ไปเป็นของสำนักนโยบายและแผนมหาดไทย กระทรวงมหาดไทย หรือของเจ้าหน้าที่สำนักนโยบายและแผนมหาดไทย กระทรวงมหาดไทย แล้วแต่กรณี ข้อ ๓ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้ ข้าราชการ ลูกจ้าง และเงินงบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกองแผนงาน และหน่วยงานที่ปรึกษากระทรวงมหาดไทย ไปเป็นของสำนักนโยบายและแผนมหาดไทย กระทรวงมหาดไทย ข้อ ๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ข้อ ๕ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ พ.ศ. ๒๕๑๖ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรขยายงานส่งเสริมเยาวชนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมเยาวชนแห่งชาติ ซึ่งมีฐานะเป็นกองในสำนักทำเนียบนายกรัฐมนตรี ให้มีฐานะเป็นกรม สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินงานส่งเสริมเยาวชนของชาติให้กว้างขวางยิ่งขึ้นและทำหน้าที่ประสานงานและติดตามผลงานในด้านกิจการเยาวชนแห่งชาติ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะให้สถาบันการศึกษาที่มีกฎหมายให้อำนาจให้ปริญญาในสาขาวิชาที่มีการสอนในสถาบันการศึกษานั้นไปสังกัดรวมอยู่ในทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ สมควรโอนสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าในกระทรวงศึกษาธิการและวิทยาลัยวิชาการศึกษาในกระทรวงศึกษาธิการซึ่งได้ยกฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ไปสังกัดและเป็นส่วนราชการในทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันการบริหารและการให้บริการต่อประชาชนของกระทรวงสาธารณสุข ยังไม่คล่องตัวเท่าที่ควร และภาระงานของกระทรวงสาธารณสุขนับวันจะเพิ่มพูนมากขึ้น สมควรปรับปรุงส่วนราชการของกระทรวงสาธารณสุขเสียใหม่ให้เหมาะสม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่อำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการตรวจและติดตามผลการปฏิบัติราชการซ้ำซ้อนกับกระทรวงต่าง ๆ บางกระทรวง สมควรยุบเลิกสำนักงานคณะกรรมการตรวจและติดตามผลการปฏิบัติราชการ และโอนหน่วยงานต่าง ๆ ไปสังกัดส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก (๑) ในปัจจุบันยังไม่มีหน่วยราชการที่ทำหน้าที่รับผิดชอบราชการของนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีโดยเฉพาะสมควรจัดตั้งสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีขึ้นในสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่เกี่ยวกับราชการทางการเมืองของนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี (๒) ปริมาณงานของกองบังคับคดีล้มละลายและกองบังคับคดีแพ่งในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม ได้เพิ่มมากขึ้นและงานบางส่วน เช่นงานธุรการของคณะกรรมการตุลาการ ยังมิได้จัดให้เป็นส่วนราชการตามกฎหมาย นอกจากนี้สมควรมีหน่วยงานทำหน้าที่ส่งเสริมงานตุลาการโดยเฉพาะซึ่งช่วยทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาได้เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพ สมควรปรับปรุงส่วนราชการของกระทรวงยุติธรรมเสียใหม่ให้เหมาะสมโดยยกฐานะกองบังคับคดีล้มละลายและกองบังคับคดีแพ่งขึ้นเป็นกรมบังคับคดี และรวมงานธุรการคณะกรรมการตุลาการและกองการคดีในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม ขึ้นเป็นสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ ในการนี้ จำต้องแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรส่งเสริมให้กิจการเยาวชนแห่งชาติได้มีส่วนประสานงานอย่างใกล้ชิดกับส่วนราชการอื่นในกระทรวงศึกษาธิการ ในการนี้ จำต้องจัดให้มีส่วนราชการเกี่ยวกับกิจการเยาวชนแห่งชาติขึ้นในกระทรวงศึกษาธิการโดยโอนสำนักงานเยาวชนแห่งชาติจากสำนักนายกรัฐมนตรี มาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และเปลี่ยนชื่อเป็นสำนักงานส่งเสริมเยาวชน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลให้เสนอร่างพระราชบัญญัติคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๑๘ ต่อสภานิติบัญญัติซึ่งให้มีสำนักงานคณะกรรมการคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติขึ้น มีหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติอันเป็นราชการซึ่งมิได้อยู่ภายในอำนาจและหน้าที่ของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งโดยเฉพาะ สมควรให้สำนักงานดังกล่าวเป็นส่วนราชการ มีฐานะเป็นกรม สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีกฎหมายให้ยกฐานะวิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงใหม่ ในกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ขึ้นเป็นสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรสมควรโอนสถาบันเทคโนโลยีการเกษตร ไปสังกัดและเป็นส่วนราชการในทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีกฎหมายจัดตั้งวิทยาลัยเทคโนโลยีอาชีวศึกษา ให้มีฐานะเป็นกรมในกระทรวงศึกษา สมควรแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ เพื่อแบ่งส่วนราชการกระทรวงศึกษาธิการให้สอดคล้องกันจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการขึ้นในสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ในการนี้จำต้องแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ โดยให้กระทรวงการคลังมีอำนาจหน้าที่ในการปกครอง ดูแล และบำรุงรักษา รวมทั้งจัดหาประโยชน์และทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ราชพัสดุ สมควรแก้ไขอำนาจหน้าที่ของกระทรวงการคลังตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งกำหนดให้จัดตั้งสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเป็นทบวงการเมือง มีฐานะเทียบเท่ากรมขึ้นในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๑๙มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กิจกรรมของสมาคมอาเซียนได้ขยายตัวออกไปกว้างขวางเป็นลำดับทั้งในด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม การเมือง และปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศสมาชิกอาเซียน และนับวันงานของสมาคมอาเซียนจะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจสังคม และอื่น ๆ รัฐบาลไทยมีนโยบายที่จะใช้สมาคมอาเซียนเป็นวิถีทางสำคัญเพื่อบรรลุเป้าหมายทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ ในการนี้ จำเป็นต้องจัดตั้งสำนักงานอาเซียนแห่งประเทศไทยขึ้นในกระทรวงการต่างประเทศ มีฐานะเป็นกรมให้มีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานด้านอาเซียนเพื่อให้งานของอาเซียนดำเนินไปโดยมีประสิทธิภาพ และเป็นหน่วยประสานงานกับหน่วยราชการต่าง ๆ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๑๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๔ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ดำเนินการ (๑) โอนเงินงบประมาณ ทรัพย์สินและหนี้ของกรมวิเทศสหการ สำนักนายกรัฐมนตรี เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับหรือที่ใช้ในโครงการพัฒนาเศรษฐกิจชาวไทยภูเขาไปเป็นของสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักนายกรัฐมนตรี (๒) โอนเงินงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข เฉพาะเงินอุดหนุนเท่าที่เหลืออยู่ในวันที่นายกรัฐมนตรีสั่งโอนตามวรรคสอง ไปเป็นของสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักนายกรัฐมนตรี (๓) โอนบรรดาอำนาจหน้าที่ของเลขาธิการคณะกรรมการปราบปรามยาเสพติดให้โทษ ในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบหรือข้อบังคับ ไปเป็นของเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การดำเนินการโอนตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี มาตรา ๕ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีกฎหมายจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สมควรให้สำนักงานดังกล่าวมีฐานะเป็นกรม สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๑๕) พ.ศ. ๒๕๑๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากงานของสำนักงานส่งเสริมเยาวชน กระทรวงศึกษาธิการ เป็นงานที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นในกระทรวงศึกษาธิการ เห็นสมควรยุบเลิกสำนักงานส่งเสริมเยาวชน กระทรวงศึกษาธิการ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๑๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา ๑๘ กำหนดให้มีสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ให้ความเห็นในเรื่องใด ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีปรึกษา และหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยสมควรให้มีสำนักงานสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่ด้านบริหารและธุรการให้แก่สภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี โดยให้มีฐานะเป็นกรม สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๑๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ในภาวการณ์ปัจจุบันนี้ ภัยอันเป็นอันตรายต่อเอกภาพของประเทศย่อมมีมาได้จากทั้งภายในและภายนอก เห็นควรกำหนดอำนาจหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมเสียใหม่ให้ชัดแจ้งและคลุมถึงการป้องกันภัยอันที่คุกคามราชอาณาจักร ที่มาจากทั้งภายในและภายนอกประเทศได้จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๒๐ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๗ ให้โอนบรรดาอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการของทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ และบรรดาอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ ซึ่งทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐเป็นเจ้าหน้าที่ และอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ ไปเป็นของทบวงมหาวิทยาลัย หรือของรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย หรือเจ้าหน้าที่ทบวงมหาวิทยาลัย แล้วแต่กรณี มาตรา ๘ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้ ข้าราชการ ลูกจ้าง และเงินงบประมาณของทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ ไปเป็นของทบวงมหาวิทยาลัย มาตรา ๙ บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบหรือคำสั่งใดอ้างถึงทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ หรืออ้างถึงทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ สำนักนายกรัฐมนตรี ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบหรือคำสั่งนั้น อ้างถึงทบวงมหาวิทยาลัย ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๐ ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะให้การดำเนินงานของทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สมควรปรับปรุงฐานะของทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐจากการเป็นทบวงในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นทบวงซึ่งไม่สังกัดส่วนราชการอื่น และเปลี่ยนชื่อจากทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐเป็นทบวงมหาวิทยาลัย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑ ลงวันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๐โดยที่สมควรให้มีสำนักงานสภานโยบายแห่งชาติทำหน้าที่ด้านบริหารและธุรการให้แก่สภานโยบายแห่งชาติ และโอนกิจการบริหารของสำนักงานสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ไปเป็นของสำนักงานสภานโยบายแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ข้อ ๒ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้ ข้าราชการ ลูกจ้าง และเงินงบประมาณของสำนักงานสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ไปเป็นของสำนักงานสภานโยบายแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี โดยที่สมควรให้มีสำนักงานสภานโยบายแห่งชาติทำหน้าที่ด้านบริหารและธุรการให้แก่สภานโยบายแห่งชาติ และโอนกิจการบริหารของสำนักงานสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ไปเป็นของสำนักงานสภานโยบายแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ข้อ ๓ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ข้อ ๔ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งให้มีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติมีหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติอันเป็นราชการซึ่งมิได้อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งโดยเฉพาะแล้ว สมควรให้สำนักงานดังกล่าวเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นกรม สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. ๒๕๒๑ กำหนดให้มีสำนักงานคณะกรรมการพาณิชยนาวี ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการศึกษา วิเคราะห์โครงการแผนงาน หรือมาตรการในทางวิชาการเกี่ยวกับการพาณิชยนาวี เพื่อการพัฒนาส่งเสริม ควบคุมคุ้มครองและประสานงานการพาณิชยนาวี สมควรให้สำนักงานดังกล่าวเป็นส่วนราชการ มีฐานะเป็นกรม สังกัดกระทรวงคมนาคม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๒๑) พ.ศ. ๒๕๒๒มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินโดยพระราชบัญญัติการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้มีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินขึ้น สมควรแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายนพ.ศ. ๒๕๑๕ ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๒๒) พ.ศ. ๒๕๒๒มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควร (๑) จัดตั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงานขึ้น ให้มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย แผน กำกับ การปฏิบัติการ และดำเนินงานเกี่ยวกับการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน เพื่อให้การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการพลังงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และเพื่อประโยชน์ในการประสานงานให้สอดคล้องกัน อันจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงแห่งชาติ (๒) จัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ขึ้นในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อทำหน้าที่ในด้านการรวบรวมข้อมูลการวิเคราะห์นโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ การวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ตลอดจนทำหน้าที่ประสานงานและติดตามผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (๓) จัดตั้งสำนักงานประกันภัยขึ้นในกระทรวงพาณิชย์เพื่อให้สามารถควบคุมส่งเสริมธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัย รวมทั้งให้บริการแก่ประชาชนผู้เอาประกันในด้านต่าง ๆ ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น (๔) จัดตั้งกรมการศึกษานอกโรงเรียนและสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ขึ้นในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อทำหน้าที่เกี่ยวกับการวางแผน วิจัย พัฒนาอุดหนุน ส่งเสริม ประสานงาน ให้บริการและดำเนินงานในด้านการศึกษานอกโรงเรียน และทำหน้าที่เกี่ยวกับการวางแผน วิจัย กำหนด รักษาและเผยแพร่วัฒนธรรมแห่งชาติตามลำดับ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๒๓) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมขึ้นเป็นส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม โดยรวมสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและสำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศซึ่งเป็นส่วนราชการในกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าด้วยกัน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมอุตสาหกรรม เพื่อความปลอดภัย และเพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดแก่ประชาชนหรือแก่กิจการอุตสาหกรรม หรือเศรษฐกิจของประเทศจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๒๔) พ.ศ. ๒๕๒๒มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๔ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้ ข้าราชการ ลูกจ้าง และเงินงบประมาณของสำนักงานสภานโยบายแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ไปเป็นของส่วนราชการอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีกำหนด การกำหนดของนายกรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่งให้มีผลบังคับเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๙๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๕ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่สภานโยบายแห่งชาติจะสิ้นสภาพไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อันจะเป็นผลให้สำนักงานสภานโยบายแห่งชาติซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑ ลงวันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๐ ต้องยุบเลิกไปด้วย ในการนี้จำต้องโอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้ ข้าราชการ ลูกจ้าง และเงินงบประมาณของสำนักงานสภานโยบายแห่งชาติไปเป็นของส่วนราชการอื่น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๒๕) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเปิดขึ้นตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. ๒๕๒๑ และให้มหาวิทยาลัยนี้เป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นกรมสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๒๓ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครู มีฐานะเป็นกรมในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อดำเนินงานเกี่ยวกับการประถมศึกษา และการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครู ในการนี้ จะต้องแก้ไขเพิ่มเติม ข้อ๒๔ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๒๗ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากประเทศสมาชิกของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้จัดตั้งสำนักเลขาธิการอาเซียนขึ้นที่กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ซึ่งชื่อดังกล่าวมีส่วนซ้ำซ้อนกับชื่อของ "สำนักงานอาเซียนแห่งประเทศไทย"ซึ่งเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นกรมในกระทรวงการต่างประเทศ ทำให้เกิดความสับสนในการเรียกชื่อของสองสำนักงานฯ นี้ สมควรเปลี่ยนชื่อ "สำนักงานอาเซียนแห่งประเทศไทย" ในกระทรวงการต่างประเทศ เป็น "กรมอาเซียน" จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๒๘) พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการตราพระราชบัญญัติข่าวกรองแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๘ ขึ้น โดยพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้มีสำนักข่าวกรองแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกิจการข่าวกรองและการต่อต้านข่าวกรองของชาติ และการรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ โดยเปลี่ยนให้กรมประมวลข่าวกลางเป็นสำนักข่าวกรองแห่งชาติเพื่อปฏิบัติงานด้านข่าวกรองของชาติตามพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๒๙) พ.ศ. ๒๕๒๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ โดยยกฐานะวิทยาเขตเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตธนบุรี และวิทยาเขตพระนครเหนือเป็นสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ตามลำดับ โดยกำหนดให้สถาบันแต่ละแห่งเป็นนิติบุคคลสังกัดอยู่ในทบวงมหาวิทยาลัย แต่เนื่องจากการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ดังกล่าวได้ประกาศใช้เป็นกฎหมายไปแล้วโดยพระราชบัญญัติดังกล่าวประกาศใช้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๘ และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๙ ดังนั้น เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายให้สมบูรณ์แบบและเป็นไปด้วยความถูกต้อง จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๓๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า "สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล" และได้มีการตราพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเป็นสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. ๒๕๓๒ ขึ้น ในการนี้สมควรปรับปรุงส่วนราชการในกระทวงศึกษาธิการ โดยแก้ไขเพิ่มเติมข้อ ๒๔ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๓๑) พ.ศ. ๒๕๓๓มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่สำนักงานประกันภัยเป็นส่วนราชการในกระทรวงพาณิชย์ซึ่งมีฐานะเป็นกรม มีหน้าที่ควบคุมและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย และสำนักงานฯ นี้ไม่ใช่หน่วยงานที่ปฏิบัติงานในรูปของคณะกรรมการหรือหน่วยงานที่ทำหน้าที่ด้านวิชาการประกอบกับเพื่อป้องกันมิให้บุคคลภายนอกหรือประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าสำนักงานฯ เป็นหน่วยงานของเอกชน และโดยที่ได้มีการปรับปรุงหน้าที่ความรับผิดชอบของกรมพาณิชย์สัมพันธ์ กระทรวงพาณิชย์ ให้ดำเนินการเฉพาะด้านการพัฒนาและส่งเสริมการส่งออก ฉะนั้น จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ เปลี่ยนชื่อ "สำนักงานประกันภัย" เป็น "กรมการประกันภัย" และเปลี่ยนชื่อ "กรมพาณิชย์สัมพันธ์" เป็น "กรมส่งเสริมการส่งออก" จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๓๒) พ.ศ. ๒๕๓๓มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการแยกกิจการของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒบางส่วนไปจัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยบูรพา กับได้มีการยกฐานะวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีโดยกำหนดให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งนั้นเป็นนิติบุคคล มีฐานะเป็นกรมในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย สมควรแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นจ้องตราพระราชบัญญัตินี้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๓๓) พ.ศ. ๒๕๓๓มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมได้กำหนดให้จัดตั้งสำนักงานประกันสังคมขึ้นมีฐานะเป็นกรมในกระทรวงมหาดไทย เพื่อดำเนินงานเกี่ยวกับประกันสังคม สมควรแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕จึงจำเป็นจ้องตราพระราชบัญญัตินี้ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ ๔๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระบบการบริหารงานยุติธรรม ในส่วนที่เกี่ยวกับงานของอัยการให้มีความเป็นอิสระเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ยิ่งขึ้นและเพื่อมิให้อิทธิพลทางการเมืองก้าวก่ายการดำเนินคดี ซึ่งจะทำให้เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชนโดยส่วนรวมยิ่งขึ้นสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้ ข้อ ๔ ให้โอนบรรดาอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการของกรมอัยการ กระทรวงมหาดไทย และบรรดาอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบหริอข้อบังคับซึ่งกรมอัยการ กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าหน้าที่ และบรรดาอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของกรมอัยการ กระทรวงมหาดไทย ไปเป็นของสำนักงานอัยการสูงสุด หรือของนายกรัฐมนตรี หรือของเจ้าหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด แล้วแต่กรณี ข้อ ๕ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ข้าราชการ ลูกจ้างและเงินงบประมาณของกรมอัยการ กระทรวงมหาดไทย ไปเป็นของสำนักงานอัยการสูงสุด ข้อ ๖ บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งใดอ้างถึงกรมอัยการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบหรือข้อบังคับซึ่งกรมอัยการ กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าหน้าที่ อธิบดีกรมอัยการ รองอธิบดีกรมอัยการ ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งนั้นอ้างถึงสำนักงานอัยการสูงสุด นายกรัฐมนตรี อัยการสูงสุด และรองอัยการสูงสุด ข้อ ๗ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับนี้ ข้อ ๘ ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป