มาตรา 225
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 238/2568
คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร และที่ถูกต้องศาลอุทธรณ์ภาค 4 ควรวินิจฉัยอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง มีผลเท่ากับว่าจำเลยทั้งสองมิได้ฎีกาโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 216 วรรคหนึ่ง และมาตรา 225 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศา
ฎีกาที่ 948/2568
จำเลยขับรถโดยใบอนุญาตสิ้นอายุ แต่จำเลยสามารถขอต่ออายุใบอนุญาตขับขี่ได้ตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบสมรรถภาพของร่างกายผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. 2565 ข้อ 17 จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่ ไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะเพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่ง ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 160 ทวิ/1 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เพิ่มโทษจำเลยมาจึงไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เ
ฎีกาที่ 875/2568
จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด โดยกฎหมายใหม่ ตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 180 ยังคงบัญญัติให้ระวางโทษสมาชิกสภาท้องถิ่นที่กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด เป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเช่นเดียวกัน ซึ่งคำว่า "โทษที่กำหนดสำหรับความผิดนั้น" ก็คือโทษตาม ป.ยาเสพติด ซึ่งเป็นคุณกว่า
ฎีกาที่ 1327/2568
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1327/2568หลักกฎหมาย: โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 227 อันเป็นความผิดในลักษณะ 6 ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน เป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน โดยมีวัตถุประสงค์ให้ลงโทษแก่ผู้ที่ละเว้นไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการแห่งวิชาชีพนั้น ๆ เพื่อคุ้มครองมิให้เกิดภยันตรายแก่ชีวิตและร่างกายบุคคลอื่นหรือประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่กฎหมายคุ้มครอง โจทก์หรือบุคคลใดจะเป็นผู้มีอำนาจฟ้องคดีในความผิดฐานดังกล่าวได้ ต้องปรากฏข้อเท็จจริงโดยชัดแจ้งว่าเป็นผู้ได้รับความเสียหาย
ฎีกาที่ 434/2568
กรณีพนักงานส่วนท้องถิ่นกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด โดยกฎหมายใหม่ ตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 180 ยังคงกำหนดให้ผู้บริหารท้องถิ่นที่กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดต้องระวางโทษเป็นสามเท่าเช่นเดียวกันซึ่งโทษตาม ป.ยาเสพติด เป็นคุณมากกว่ากฎหมายเดิม อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 25